“เจ้าจะประหยัดฟืนไปถึงไหนกัน ราชครูหลี่ ท่านเห็นแก่ความตายมากกว่าความอบอุ่นหรืออย่างไร”
เสียงของเหมยซูหลินแหบพร่า หากยังคงความเย่อหยิ่งไว้ได้แม้ในยามที่ปลายนิ้วซีดเผือด นางขดตัวอยู่มุมหนึ่งของกระท่อมร้างที่ถูกพายุหิมะโหมกระหน่ำจนเสียงลมหวีดหวิวราวกับวิญญาณโหยหวนภายนอก ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นดั่งหินผาที่กำลังนั่งนิ่งอยู่หน้ากองไฟที่เหลือเพียงถ่านสีแดงฉาน
หลี่จิ้นเหอไม่หันมามอง เขาเพียงหยิบกิ่งไม้แห้งโยนลงไปในกองไฟอย่างเชื่องช้า “หากข้าเติมฟืนจนหมดในตอนนี้ แล้วคืนนี้เราจะเอาอะไรมาอุ่นไอในยามที่ความหนาวทวีคูณ สตรีเช่นเจ้ามักคิดสั้นเสมอเมื่อเผชิญกับความลำบาก”
“สิ่งที่ท่านเรียกมันว่า ‘คิดสั้น’ ข้าเรียกว่าการเอาตัวรอดในปัจจุบันขณะ” นางยันกายขึ้น ความเย็นยะเยือกทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้ จนชายผ้าคลุมไหล่หลุดร่วงจากหัวไหล่ เผยให้เห็นลำคอระหงที่บัดนี้ไร้สีเลือด
หลี่จิ้นเหอเหลือบตาขึ้นมองเพียงชั่วครู่ แววตาคมกริบดั่งกระบี่ที่เคยฉายความเย็นชาบัดนี้กลับมีความไหววูบประหลาด เขาขยับกายเข้าไปใกล้ กดแผ่นหลังของนางให้พิงกับผนังไม้ที่ผุพัง พร้อมกับถอดเสื้อตัวนอกที่ยังคงเหลือไออุ่นจางๆ คลุมทับร่างที่สั่นเทาของนางอย่างถือวิสาสะ
“อย่าเพิ่งขัดขืน” เขากดเสียงต่ำ เมื่อเห็นนางทำท่าจะผลักไส “หมากกระดานนี้ยังไม่จบ และข้ายังไม่ปรารถนาจะเห็นแม่ทัพคนสำคัญของหอการค้าตระกูลเหมยต้องสิ้นใจเพราะปอดบวมตายในกระท่อมผุพังนี้”
เหมยซูหลินนิ่งงัน กลิ่นอายบุรุษที่ปนกับกลิ่นสนและหมึกจีนจางๆ จากตัวเขาโอบล้อมนางไว้ มันเป็นกลิ่นที่ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด—ปลอดภัยในแบบที่นางไม่เคยได้รับจากใคร นางเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า ระยะห่างที่ใกล้จนลมหายใจรดรินกันทำให้กำแพงที่นางสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีเริ่มแตกร้าว
“ท่านเกลียดข้า มิใช่หรือ... เหตุใดจึงต้องช่วย” นางถาม กระซิบคำถามที่ซ่อนอยู่ในใจมานาน
หลี่จิ้นเหอหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเย้ยหยัน “เกลียด? ความเกลียดชังเป็นความรู้สึกที่ฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับข้า เหมยซูหลิน สิ่งที่ข้ามีต่อเจ้า... คือความชื่นชมในสติปัญญาที่หาได้ยากยิ่งต่างหาก และนั่นแหละที่ทำให้เจ้าเป็นอันตรายที่สุด”
เขายื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากนางออก นิ้วมือที่หยาบกร้านจากการจับพู่กันและกระบี่สัมผัสโดนผิวแก้มเนียนแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่ไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยม แต่มันกลับสั่นคลอนหัวใจนางยิ่งกว่าคำพูดจาถากถางใดๆ
“ในหอการค้า ท่านทำทุกอย่างเพื่อผลกำไร ในราชสำนัก ข้าทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสมดุล... เราทั้งคู่ต่างเป็นเบี้ยที่พยายามจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง” เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “เจ้าไม่เคยเดินลำพัง แต่เจ้าแค่ไม่เคยไว้ใจให้ใครเดินข้างๆ ต่างหาก”
เหมยซูหลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน คำพูดของเขาทิ่มแทงเข้าไปถึงส่วนลึกที่สุดที่นางพยายามปิดตายมาตลอด สตรีผู้มักจะควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ บัดนี้กลับสูญเสียความสามารถในการโต้ตอบ นางเพียงแต่เฝ้ามองดวงตาของบุรุษตรงหน้า เห็นเงาสะท้อนของตนเองในดวงตาคู่นั้นที่ดูลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นเพียงราชครูผู้เย็นชา
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นเป็นความใกล้ชิดที่น่าหวั่นใจ จู่ๆ เสียงเหยียบย่ำหิมะที่ควรจะไร้ผู้คนภายนอกก็ดังขึ้น—ชัดเจนและหนักแน่น
เหมยซูหลินชะงัก สายตาเปลี่ยนจากความอ่อนหวานเป็นคมกริบในทันที หลี่จิ้นเหอเองก็ขยับกายดึงดาบข้างเอวออกมาอย่างรวดเร็วโดยไร้เสียง ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว
เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงหน้ากระท่อม เสียงเคาะประตูไม้ที่ผุพังดังขึ้นสามครั้งสม่ำเสมอ เป็นรหัสนัยที่เหมยซูหลินคุ้นเคยดี มันคือสัญลักษณ์ของสายลับตระกูลเหมยที่ถูกส่งออกไปติดตามเบาะแสของ ‘รายชื่อขุนนางกบฏ’ ที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน
ทว่า... คนผู้นี้เสียชีวิตไปแล้วมิใช่หรือ?
หลี่จิ้นเหอหรี่ตาลง มองไปยังรอยร้าวที่ผนังกระท่อม ก่อนจะกระซิบเบาๆ “อย่าขยับ... คนที่อยู่หน้าประตูนั้น ไม่ใช่สายลับของเจ้า”
เขาส่งสัญญาณให้เหมยซูหลินมองผ่านรอยแยก ในวินาทีที่สายตาของนางจับจ้องไปยังเงาดำที่ทอดผ่านช่องประตู นางก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นตราประทับสีเลือดบนปลอกดาบของผู้มาเยือน ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่ควรจะอยู่บนกระบี่ประจำตัวของท่านพ่อผู้ล่วงลับของนางเท่านั้น
ความจริงที่ฝังกลบไว้ กำลังจะถูกพายุหิมะพัดพากลับมาทำลายทุกสิ่ง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุหิมะและหมากกระดานนี้ไปกับหมอกเหมยปลายฤดูนะคะ
หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง•ตอนที่ 13
พายุหิมะกับความใกล้ชิด
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!