หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง•ตอนที่ 6

เงาในวังหลวง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
“หากท่านคิดจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในวังหลวงด้วยแผนการตื้นเขินเช่นนี้ ข้าแนะนำให้ท่านกลับไปนอนที่หอการค้าเสียดีกว่า หม่อมฉันไม่มีเวลามากพอจะตามไปเก็บศพใครในเขตกั้นกำแพงวัง” เหมยซูหลินเอ่ยเสียงเรียบขณะรวบปอยผมปักปิ่นเงิน ปลายนิ้วเรียวเล็กตวัดผ้าคลุมไหล่สีครามเข้มขึ้นพาดบ่า ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองบุรุษร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องลับใต้ดิน แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของ ‘หลี่จิ้นเหอ’ ให้ดูราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก ราชครูหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกเหยียดเป็นรอยยิ้มเย็นชา “เจ้าลืมไปแล้วหรือซูหลิน ว่าคนที่ไม่รู้จักตายคือคนประเภทที่โง่เขลาที่สุด แต่คนที่ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ความตายต่างหาก คือคนที่ไร้ค่าที่สุดในกระดานนี้” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดเหลือเพียงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นอายของน้ำแข็งและกลิ่นกระดาษเก่าอันเป็นเอกลักษณ์ของเขารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของนาง เหมยซูหลินไม่ถอยหลัง แต่นางกลับก้าวเข้าไปหาอีกครึ่งก้าว สายตาคู่นั้นชิงไหวชิงพริบราวกับจะวัดใจกันว่าใครจะเป็นฝ่ายหันหน้าหนีก่อน “กระดานนี้ไม่ได้มีแค่หมากของท่านและหม่อมฉัน” นางกระซิบ เสียงนั้นแฝงไปด้วยความเย็นเยียบ “ยังมี ‘มือที่สาม’ ที่คอยปัดหมากของเราตกกระดานอยู่ตลอดเวลา การเข้าวังคืนนี้ หากพลาดเพียงนิดเดียว... มิใช่แค่ชีวิตเราที่จะจบลง แต่คือตระกูลเหมยทั้งตระกูลที่ต้องกลายเป็นเถ้าถ่าน” “ข้าถึงได้บอกอย่างไรเล่าว่าเราต้องเดินร่วมกัน” หลี่จิ้นเหอหยิบหน้ากากหนังบางเบาที่ทำขึ้นอย่างประณีตส่งให้นาง “ปลอมตัวเป็นนางกำนัลในสังกัดกรมพิธีการ เจ้ามีทักษะในการเจรจาและสังเกตการณ์สูงที่สุดที่ข้าเคยพบมา หากเจ้าไม่ทำหน้าตาให้เหมือนคนโง่เง่าที่ไร้พิษสงสักหน่อย ข้าเกรงว่าศัตรูจะไหวตัวทันเสียก่อน” เหมยซูหลินรับหน้ากากนั้นมาถือไว้ ก่อนจะหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ “ท่านคงลืมไปว่าในวังหลวงแห่งนี้ คนที่ดูโง่เขลาที่สุด มักจะเป็นคนที่อันตรายที่สุดเสมอ ท่านเองก็เตรียมตัวให้ดีเถิด ท่านราชครู... หากคืนนี้ข้าพบความลับที่ท่านพยายามปิดบังข้าไว้ เรื่องราวหลังจากนี้อาจจะไม่จบแค่การร่วมมือกันหรอกนะเจ้าคะ” ทั้งสองก้าวเข้าสู่ความมืดมิดของทางลับที่ทอดตัวยาวสู่ใต้ดินชั้นลึกของวังหลวง บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน สัมผัสถึงไอเย็นจากกำแพงหินที่อัดแน่นด้วยความลับนับร้อยปี นี่มิใช่การเดินหมากธรรมดา แต่มันคือการแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของงูพิษ เมื่อพ้นปากทางลับ ทั้งสองโผล่ขึ้นในห้องเก็บของกำนัลส่วนในของพระตำหนักบูรพา เสียงฝีเท้าของทหารยามดังใกล้เข้ามาเป็นจังหวะหนักแน่น เหมยซูหลินขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว นางเปลี่ยนท่าทางเป็นความนอบน้อมดุจนางกำนัลชั้นผู้น้อยได้อย่างแนบเนียน รัศมีแห่งหัวหน้าหอการค้าผู้ทรงอำนาจถูกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าที่ก้มต่ำ หลี่จิ้นเหอในชุดขุนนางชั้นสูงเดินนำหน้าเขาทำทีเป็นตรวจตราของกำนัลสำหรับงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ สายตาของเขากวาดผ่านตู้ไม้ฉลุลายอย่างใจเย็น แต่ภายในดวงตาคู่นั้นกลับสอดส่องทุกความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ “ใต้เท้า...” เหมยซูหลินเอ่ยเสียงต่ำขณะก้มลงจัดแจกันดอกไม้ “ท่านสังเกตเห็นหรือไม่... ของกำนัลเหล่านี้ล้วนมาจากหัวเมืองที่ท่านเพิ่งสั่งสอบสวนเรื่องการโกงภาษี แต่มันกลับมาวางอยู่ที่นี่... ในที่ที่ควรจะมีเพียงสิ่งของส่วนพระองค์ขององค์ชายรัชทายาท” หลี่จิ้นเหอชะงักมือที่กำลังแตะกล่องไม้กำยาน เขามองสบตานางผ่านเงาสะท้อนของกระจกทองแดง “นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ ซูหลิน ของพวกนี้คือ ‘ส่วย’ ที่ส่งตรงถึง ‘คนบงการ’ โดยไม่ต้องผ่านคลังหลวง” ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะเปิดกล่องไม้ใบน้อยนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก เงาดำสายหนึ่งทาบทับลงบนผนังห้องพร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นหูอย่างประหลาด “ราชครู... ท่านมาทำอะไรที่ห้องเก็บของในยามวิกาลเช่นนี้หรือ?” เสียงนั้นมิใช่เสียงของทหารยาม แต่มันคือเสียงของสตรีผู้กุมอำนาจในฝ่ายในที่หลี่จิ้นเหอระวังตัวที่สุด เหมยซูหลินพลันใจกระตุกวูบ เมื่อเงาดำที่ปรากฏขึ้นนั้นมิได้มีเพียงคนเดียว แต่ดูเหมือนจะมีขบวนของนางกำนัลหลายสิบคนโอบล้อมห้องนี้ไว้เสียแล้ว หลี่จิ้นเหอวางกล่องไม้ลงช้าๆ เขาหันกลับมามองสตรีที่เพิ่งก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในมือของเขากลับปรากฏแผ่นป้ายอาญาสิทธิ์ที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ และสิ่งที่ทำให้เหมยซูหลินต้องกลั้นหายใจ คือการที่นางเห็น ‘ตราประจำตัว’ ที่ตกอยู่ใต้พรม... ตราของตระกูลเหมยที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร... และเหตุใดมันจึงเปื้อนคราบโลหะที่ดูเหมือนเลือดสดๆ ที่เพิ่งแห้งกรัง "ดูเหมือนว่า... หมากกระดานนี้ ไม่ได้มีแค่เราสองคนที่เดินหรอกนะคะ ใต้เท้า" เหมยซูหลินกระซิบเบาๆ ก่อนจะสังเกตเห็นนิ้วมือของหญิงที่เพิ่งก้าวเข้ามา นางกำนิ้วแน่นจนเห็นเส้นเลือด และที่ปลายนิ้วนั้น... มีรอยสักรูปบุปผาที่นางจำได้แม่นยำว่าเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มมือสังหารเงาที่ฆ่าล้างตระกูลของนาง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหมอกเหมยปลายฤดูนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%