กลิ่นควันไฟและสนิมเหล็กยังไม่ทันจางหายจากอากาศยามวิกาล ยามนี้เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตก็กำลังบุกตะลุยฝ่าความมืดของตรอกแคบหลังหอการค้าตระกูลเหมยเข้ามาอย่างเงียบเชียบและเด็ดขาด ประกายไฟจากคบเพลิงสาดสะท้อนเงาดำทะมึนทาบทับลงบนผนังกระดาษสาของห้องทำงานส่วนตัว ร่างระหงของเหมยซูหลินในชุดคลุมผ้าแพรสีนิลสนิทไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบกวาดมองเอกสารบัญชีการค้าล็อตสุดท้ายที่กำลังถูกเปลวเพลิงจากเหตุวินาศกรรมลามเลียกินพื้นที่เข้ามาเรื่อย ๆ นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เพลิงไหม้ธรรมดา และตราประทับหยกประจำพระองค์ที่หายไปจากกรมคลังหลวง... ก็เป็นเพียงหมากตาแรกที่ถูกปัดตกกระดานเพื่อเปิดทางให้ความโกลาหลกลืนกินทุกสิ่ง
"คุณหนู เจ้าค่ะ! คนกลุ่มนั้น... พวกมันสวมชุดทหารองครักษ์เสื้อแพร บุกเข้ามาทางประตูหลังแล้วเจ้าค่ะ!"
เสียงรายงานของสาวใช้คนสนิทขาดหายไปเมื่อคมดาบเล่มหนึ่งพุ่งทะลุกระดาษประตูเข้ามาเฉียดใบหู นางล้มลงด้วยความตกใจแต่เหมยซูหลินกลับขยับตัวเพียงเล็กน้อย ปลายพู่กันในมือของนางยังคงจุ่มหมึกและเขียนตัวอักษรจีนตัวสุดท้ายลงบนกระดาษเสร็จสิ้นอย่างไม่รีบร้อน
ปัง!
ประตูไม้สักถูกถีบกระเด็นกระแทกผนังจนเศษไม้กระจาย เปลวไฟนอกห้องสาดแสงวابวับขับให้ร่างสูงสง่าของบุรุษผู้หนึ่งดูโดดเด่นและเยือกเย็นดั่งปีศาจน้ำแข็ง หลี่จิ้นเหอ ราชครูผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนัก ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายฆ่าฟันที่ยังไม่จางหาย มือหนาของเขาถือกระบี่ที่ยังมีหยดโลหิตสีแดงฉานหยดลงกระทบพื้นไม้ทีละหยด... ทีละหยด อย่างน่าสะพรึงกลัว
"หอการค้าตระกูลเหมยยามนี้กล ายเป็นรังโจรซ่อนสมบัติหลวงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แม่นางเหมย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบไร้ซึ่งความปรานีเอ่ยขึ้นโดยไม่มีการทักทาย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึกของเขา สายตาคมปลาบดุจเหยี่ยวจ้องมองสตรีตรงหน้า ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของเหยื่อที่ดิ้นรนอยู่บนเขียง
เหมยซูหลินวางพู่กันลงอย่างนุ่มนวล นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความเย่อหยิ่งและชาญฉลาดในคราเดียวกัน
"ใต้腳ตระกูลเหมยคับแคบนัก คงไม่มีพื้นที่มากพอจะซ่อนของชิ้นใหญ่เช่นตราประทับหยกของฝ่าพระบาทหรอกเจ้าค่ะ... แต่ถ้าเป็น 'เงื่อนงำ' ว่าใครกันแน่ที่ต้องการให้หอการค้าของหม่อมฉันปลาสนาการไปพร้อมกับกรมคลังหลวง เกรงว่าใต้เตียงของราชครูหลี่ น่าจะมีคำตอบที่ชัดเจนกว่านะเจ้าค่ะ"
คำพูดสวนกลับอย่างไม่ไว้หน้าทำให้แววตาของหลี่จิ้นเหอหรี่แคบลง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างบางอย่างรวดเร็วจนสตรีอื่นคงถอยหลังด้วยความหวาดผวา แต่เหมยซูหลินกลับเลือกที่จะยืนหยัดเผชิญหน้า ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นจันทน์หอมประจำตัวของนางลอยปะปนกับกลิ่นควันไฟและคาวเลือดของเขา สร้างเคมีที่อันตรายและเร้าใจอย่างประหลาด
"เจ้าช่างกล้าดียิ่งนัก ซูหลิน" หลี่จิ้นเหอโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง เสียงของเขาต่ำพร่าแต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล "รู้ตัวหรือไม่ว่าคำพูดเมื่อครู่... สามารถทำให้ตระกูลเหมยกลายเป็นเถ้าถ่านได้ภายในชั่วก้านธูปเดียว"
"หม่อมฉันทราบดีเจ้าค่ะ" เหมยซูหลินตอบกลับโดยไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิลกาฬของเขาอย่างท้าทาย "แต่ท่านราชครูเองก็ย่อมรู้ดีเช่นกัน... ว่าหากหม่อมฉันตายในคืนนี้ ความลับเรื่องบัญชีลับการค้าอาวุธของกองทัพพยัคฆ์พิทักษ์ชายแดน จะไปปรากฏอยู่บนโต๊ะทรงอักษรของฝ่าพระบาทก่อนที่ฟ้าจะสางอย่างแน่นอน"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองคนยืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลัก ทว่าภายในหัวสมองกลับกำลังประมวลผลและหักเหลี่ยมเฉือนคมกันอย่างดุเดือด หลี่จิ้นเหอไม่เคยคาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะกุมไพ่ตายที่อันตรายถึงเพียงนี้ไว้ในมือ ความทะเยอทะยานและเล่ห์เหลี่ยมของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าขุนนางเฒ่าในราชสำนักเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่เหมยซูหลินเองก็สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ใต้ร่มผ้าของตนเอง ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นเร้าใจที่ได้ต่อกรกับบุรุษผู้ฉลาดล้ำและทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินผู้นี้
ฉับพลัน! เสียงแหวกอากาศของลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งก็พุ่งทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาตรงเข้าแผ่นหลังของหลี่จิ้นเหออย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ!
ด้วยสัญชาตญาณดิบของนักฆ่าและราชครูผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน หลี่จิ้นเหอไม่ลังเลที่จะคว้าเอวบางของเหมยซูหลินแล้วหมุนตัวหลบกระแสลมมรณะนั้นอย่างหวุดหวิด ทั้งคู่ล้มลงกลิ้งไปบนพื้นพรมหนานุ่มตามแรงเหวี่ยง ร่างสูงทาบทับลงบนร่างระหงโดยสมบูรณ์ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnคำใดออกมา เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนก้องจากกองกำลังปริศนาก็ดังล้อมกรอบเรือนพักของนางไว้หมดสิ้น พร้อมกับเงาดำร่างหนึ่งที่ยืนตระหง่านอยู่บนหลังคา พร้อมกระชับธนูในมือเล็งตรงมาที่หน้าต่างห้องนอนของนางอีกครั้ง
หลี่จิ้นเหอกัดฟันกรอด สายตาคมกริบกวาดมองลูกธนูดอกที่ตกอยู่บนพื้น หัวลูกธนูสลักด้วยสัญลักษณ์รูป 'ดอกบัวโลหิต' ที่เขาตามล่ามาแรมปี...
ดวงตาของราชครูหนุ่มหันกลับมาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของสตรีใต้ร่าง ที่ยามนี้ไม่ได้มีความตื่นกลัวแม้แต่น้อย หากแต่ริมฝีปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย พร้อมกระซิบแผ่วเบาข้างริมฝีปากเขา
"ดูเหมือนว่า... หกระดานนี้ ใต้เท้ากับหม่อมฉัน คงต้องเดินร่วมกันเสียแล้วกระมังเจ้าค่ะ"
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลยุทธ์นี้ไปด้วยกันนะคะ)*
— หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง•ตอนที่ 5
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!