กลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งปะทะเข้ากับจมูกทันทีที่ฝุ่นควันจากการปะทะจางลง
"อย่าขยับ"
เสียงของหลี่จิ้นเหอกังวานต่ำชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่แถวขมับ เหมยซูหลินสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่หัวไหล่แน่นหนึบ แผ่นหลังของนางแนบชิดกับอกกว้างที่สั่นสะท้านจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นระรัว สายตาของนางไม่ได้จับจ้องที่ธนูอาบยาพิษซึ่งสั่นไหวอยู่บนผนังไม้ แต่มองตรงไปยังร่างของชายวัยกลางคนที่เพิ่งจะ 'มีชีวิต' อยู่เมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว บัดนี้ดวงตาของเขาสองข้างเบิกโพลง ลำคอมีรอยกรีดเรียวเล็กราวเส้นด้าย เลือดสีคล้ำทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก
"พยานคนสำคัญของท่าน... ตายแล้ว" เหมยซูหลินเอ่ยเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ ทว่าน้ำเสียงกลับเย็นเยียบราวกับกำลังอ่านบัญชีรายรับรายจ่ายในหอการค้า
หลี่จิ้นเหอผละออกจากร่างนางอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องโถงที่เงียบสงัดดั่งป่าช้า เขาชักกระบี่ออกจากฝักด้วยท่วงท่าที่งดงามและรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเข้าไปหาศพชายผู้นั้นโดยไม่ลังเล เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเกลี่ยรอยแผลที่ลำคอ แววตาของราชครูหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท
"รอยตัดแม่นยำ ลึกถึงหลอดลม การลงมือที่เด็ดขาดปานนี้... มิใช่ฝีมือคนรับจ้างทั่วไป" เขาแค่นเสียงลอดไรฟัน "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ขวางเรา แต่พวกมันต้องการ 'ปิดปาก' ถาวร"
เหมยซูหลินก้าวตามไปยืนข้างๆ นางใช้นิ้วคีบเศษผ้าชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่กับซอกนิ้วของผู้ตายขึ้นมาดู มันเป็นผ้าไหมต่วนสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายเมฆา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของกลุ่มองครักษ์เงาที่ขึ้นตรงกับสำนักบริหารวังหลวงเท่านั้น
"ราชครูหลี่... ดูเหมือนหมากกระดานนี้จะมีคนถือกระดานซ้อนอยู่เหนือพวกเราอีกชั้นหนึ่งนะเจ้าคะ" นางพึมพำ สายตาทอดมองรอยเปื้อนเลือดบนพื้น
"เจ้ากำลังจะบอกว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารนี้ คือคนในตระกูลที่ข้าต้องทำหน้าที่คานอำนาจงั้นหรือ?" จิ้นเหอหันมาสบตานาง แววตาของเขามีความสับสนวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดั่งก้อนน้ำแข็งตามนิสัยปกติ
"ข้ามิได้กล่าวเช่นนั้น" เหมยซูหลินยิ้มมุมปาก ทว่าดวงตากลับไร้แววขบขัน "แต่ในทางธุรกิจ หากสินค้าชิ้นหนึ่งเริ่มกลายเป็นตัวแปรที่คุกคามกำไร สิ่งที่พ่อค้าที่ดีต้องทำคือการ 'จำกัดความเสี่ยง' มิใช่หรือเจ้าคะ?"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นจากภายนอก เหมยซูหลินและหลี่จิ้นเหอต่างมองหน้ากันโดยไม่ต้องนัดหมาย การแสดงละครตบตาเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนั้น จิ้นเหอกระชากแขนเสื้อตัวเองให้ขาดวิ่น ส่วนเหมยซูหลินรีบปลดปิ่นปักผมออกปล่อยให้เส้นผมสยายลงมาปิดบังใบหน้า ก่อนจะแสร้งทำเป็นโผเข้าหาอกของจิ้นเหอด้วยท่าทางหวาดกลัว
ประตูห้องถูกพังเข้ามาด้วยกองกำลังรักษาเมือง ตามมาด้วยเสียงตะโกนกึกก้องของขุนนางกรมอาญาผู้หนึ่งที่ดูจะมาถึง 'ช้าไป' อย่างจงใจ
"ราชครู! เกิดเหตุอันใดขึ้น? เหตุใดพยานสำคัญถึงเป็นศพไปได้!"
หลี่จิ้นเหอแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาฉายแววดูแคลนขณะมองขุนนางผู้นั้น "ท่านมาถึงได้จังหวะดียิ่งนัก ใต้เท้าจาง ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าศพจะเย็นชืดลงในตอนนี้"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร!" ขุนนางผู้นั้นหน้าเปลี่ยนสี
"ข้าหมายความว่า..." เหมยซูหลินแทรกขึ้นมา นางเงยหน้าขึ้นจากอกของจิ้นเหอ ดวงตาที่เคยสั่นไหวเมื่อครู่บัดนี้กลับมานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ถูกสาป "ในฐานะหัวหน้าหอการค้า ข้าเกรงว่าคดีนี้จะมิใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็นการตบตาเบื้องสูงผ่านร่างไร้วิญญาณของผู้ชายคนนี้... หากท่านยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ภายในยามสาม ข้าเกรงว่าท่านคงต้องเตรียมคำแก้ตัวไปกราบทูลฝ่าบาทให้ดี"
การสืบสวนเข้าสู่ทางตันอย่างสมบูรณ์ พยานคนเดียวที่รู้ว่าใครเป็นผู้บงการวางยาพิษในงานเลี้ยงฉลองถูกกำจัดไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย หลี่จิ้นเหอและเหมยซูหลินเดินออกจากที่เกิดเหตุด้วยท่าทีที่ดูเหมือนขัดแย้งกันต่อหน้าผู้คน ทว่าในจังหวะที่เดินผ่านตรอกแคบๆ เงียบเชียบห่างไกลจากสายตาผู้คน จิ้นเหอกลับคว้าข้อมือของนางไว้แน่น
"เจ้าแอบหยิบอะไรมาจากศพตัวนั้น" เขาถามเสียงเข้ม ไม่ใช่คำถามเชิงขอร้อง แต่เป็นการคาดคั้น
เหมยซูหลินไม่ได้สะทกสะท้าน นางแบมือออกช้าๆ ในอุ้งมือเล็กนั้นมีหยกสีขาวนวลชิ้นเล็กๆ ที่สลักตัวอักษร 'จิ้น' ไว้อย่างประณีต เป็นหยกที่ราชครูหนุ่มมักจะติดตัวไว้เสมอ... ทว่าอันที่นางถืออยู่นี้ กลับเป็นของปลอมที่แนบเนียนจนน่าขนลุก
"จิ้นเหอ... ท่านบอกว่าท่านมิได้เดินหมากเพียงลำพัง" นางกระซิบ น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความนัยที่ซ่อนเร้น "แต่ดูเหมือนว่า จะมีคนอยากให้ท่านเป็นคน 'ฆ่าปิดปาก' พยานคนนี้ด้วยตราประจำตัวของท่านเองนะเจ้าคะ"
เหมยซูหลินขยับตัวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเย็นเยือกจากตัวเขา ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบที่ข้างหูของราชครูหนุ่มแผ่วเบาจนแทบจะกลายเป็นเสียงลม
"ลองหันไปมองด้านหลังของท่านสิเจ้าคะ... ผู้ที่ถือมีดเล่มเดียวกับที่สังหารพยานคนนั้น กำลังรอให้ท่านขยับตัวเพียงนิดเดียวเพื่อที่จะใส่ร้ายท่านต่อหน้าองค์ฮ่องเต้ในวันพรุ่งนี้"
หลี่จิ้นเหอชะงักค้างไป ร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารบางเบาที่คืบคลานมาจากเงามืดด้านหลัง มันไม่ได้มาจากศัตรูที่อยู่ไกลออกไป แต่มาจาก... คนที่ยืนเคียงข้างเขามาตลอดในศาลากลางที่พวกเขาเพิ่งจากมาเมื่อครู่!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเงาของหมากกระดานนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของพวกเขาค่ะ
หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง•ตอนที่ 8
หมากตัวสำคัญหายไป
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!