กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นหมึกจีนชั้นดีที่ถูกเก็บงำไว้ในห้องลับใต้พื้นเรือนหลังเก่าของตระกูลเหมย ช่างเป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เหมยซูหลินถือคบเพลิงในมือซ้าย แสงสีส้มวับแวมสาดส่องกระทบเข้ากับชั้นไม้สักที่เรียงรายไปด้วยหีบสมบัติเก่าคร่ำคร่า แต่วันนี้ หีบเหล่านั้นไม่ได้บรรจุทองคำหรือโฉนดที่ดินอันทรงคุณค่าตามที่นางเข้าใจมาตลอดชีวิต
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าไหมสั่นเทาเล็กน้อยยามเปิดฝาหีบไม้จันทน์สีเข้มที่ปิดผนึกด้วยยันต์กันความชื้นอย่างไร้ร่องรอย หลุมพรางแห่งกาลเวลาถูกเปิดออก พร้อมกับความจริงที่กัดเซาะรากฐานตัวตนของนางให้พังทลายลงในชั่วพริบตา
ปึกสมุดบัญชีลับและจดหมายตราประทับลับของกองกำลังนอกด่าน—สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งของที่พ่อค้าสุจริตพึงมีไว้ครอบครอง
"นี่มัน...อะไรกัน..." เสียงพึมพำของนางแหบพร่าราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ
เอกสารนับร้อยแผ่นตรงหน้า บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าตระกูลเหมยผู้ทรงอิทธิพลแห่งหอการค้า ที่นางอุต่าห์ใช้หยาดเหงื่อและมันสมองประคับประคองขึ้นมาจนยิ่งใหญ่ แท้จริงแล้วเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนรายใหญ่เบื้องหลังกลุ่มกบฏชายแดนเหนือมานานนับทศวรรษ เส้นทางการเงินที่นางเคยคิดว่าตนเองเชี่ยวชาญและโปร่งใส กลับซ่อนเครือข่ายการฟอกเงินเพื่อซื้ออาวุธและเสบียงสงครามไว้ภายใต้ฉากหน้าอันงดงาม
ซูหลินเซถอยหลังไปชนกับชั้นไม้จนฝุ่นละอองคละคลุ้ง นางหัวเราะให้กับความโง่เขลาของตนเอง—นางผู้ฉลาดล้ำเลิศ นางผู้กุมกลไกตลาดการค้าทั่วหล้า นางผู้มั่นใจมาตลอดว่าตนคือผู้เดินหมากบนกระดานนี้ แต่วันนี้ นางเพิ่งตระหนักว่า ตนเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยอยู่บนกองเลือดและแผนการกบฏที่ใหญ่หลวงเกินกว่าจะจินตนาการ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของบันไดวนก็ดังขึ้น เป็นจังหวะมั่นคงและหนักแน่นที่นางคุ้นเคยดีจนหัวใจกระตุกวูบ
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว หัวหน้าหอการค้าเหมยยังไม่ยอมเข้านอนอีกหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันดังขึ้นจากความมืด หลี่จิ้นเหอก้าวเท้าเข้ามาในห้องใต้ดินอันอับชื้น ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัว ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งที่กวาดมองเอกสารในมือของนางปราดเดียว ก็อ่านทะลุปรุโปร่งถึงทุกสิ่งที่ซูหลินกำลังเผชิญ
ซูหลินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติอันกระเจิดกระเจิงกลับคืนมา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับราชครูหนุ่มผู้เย็นชา แววตาที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นใจในตนเอง บัดนี้เจือร่องรอยความสั่นไหวที่พยายามปิดบังไว้อย่างสุดความสามารถ
"ท่านราชครูมาทำอะไรที่นี่? หรือควรจะถามว่า... ท่านรู้เรื่องนี้อยู่แล้วตั้งแต่แรก?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชาพอกัน ทว่าสั่นเครือในตอนท้ายอย่างควบคุมไม่ได้
หลี่จิ้นเหอย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างของเขาสูงใหญ่จนสร้างแรงกดดันมหาศาล เขาหยุดยืนตรงหน้าซูหลิน ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจ กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นจันทร์หอมลอยวนเวียน ทว่าไม่มีความหวานซึ้งใดๆ มีเพียงความตึงเครียดที่เฉือดเฉือนประสาท
นิ้วเรียวแข็งแรงของราชครูหนุ่มเอื้อมไปหยิบจดหมายลับฉบับหนึ่งขึ้นมาจากมือของนาง ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนหลังมือของซูหลินโดยบังเอิญ ความเย็นยะเยือกจากตัวเขาทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อย
"ข้าเป็นราชครูผู้คานอำนาจราชสำนัก หน้าที่ของข้าคือการกวาดลอนหนอนบ่อนไส้ให้หมดไปจากแผ่นดิน" หลี่จิ้นเหอเอ่ยกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำราวยมทูตพิพากษา "รวมถึงตระกูลเหมย... ที่พัวพันกับกบฏกบฎทรยศแผ่นดินด้วย"
ซูหลินกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาช่วยเรียกสติ นางไม่ยอมตกเป็นรองเด็ดขาด แม้ว่าเบื้องหลังของครอบครัวจะพังทลายลงแล้ว แต่นางยังเหลือนามสกุลและศักดิ์ศรีของตนเอง
"ถ้าท่านรู้... ทำไมถึงยังปล่อยให้ข้าเดินเข้ามาพบมันด้วยตัวเอง?" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดุดันและท้าทายฉายชัด ความฉลาดทันกันทำให้ทั้งคู่ต่างรู้ว่าคำตอบของคำถามนี้มีความหมายต่อชะตากรรมของนางมากเพียงใด
หลี่จิ้นเหอมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเจ็บปวดแต่ยังคงดื้อรั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข หากแต่แฝงด้วยความล ึกซึ้งและอันตราย
"เพราะข้าอยากรู้ว่า... ระหว่างความจงรักภักดีต่อแผ่นดิน กับตระกูลที่เลี้ยงดูเจ้ามา เจ้าจะเลือกสิ่งใด" หลี่จิ้นเหอเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจรดรินข้างแก้มสลักของนาง "ซูหลิน... เจ้าจะยอมร่วมมือกับข้าเพื่อถอนรากถอนโคนตระกูลตัวเอง หรือจะยอมตายไปพร้อมกับกบฏพวกนี้กันแน่?"
คำถามนั้นแขวนอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืด
ก่อนที่ซูหลินจะได้ทันเอ่ยปากตอบ เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดจำนวนมากก็ก้องกังวานมาจากชั้นบน พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของคนรับใช้คนสนิทที่ดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก—
"คุณหนูขอรับ! แย่แล้ว! กองกำลังทหารหลวงนำโดยองค์รัชทายาทบุกเข้ามาล้อมเรือนใหญ่ไว้หมดแล้ว พวกเขาบอกว่า... ตระกูลเหมยข้อหากบฏ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุหิมะและหมากกระดานนี้ไปกับหมอกเหมยปลายฤดูนะคะ
หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง•ตอนที่ 16
ความจริงที่ไม่น่าภิรมย์
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!