เสียงดีดลูกคิดในห้องโถงลับของตระกูลเหมยยามนี้ ฟังดูคล้ายเสียงฝีของม้าศึกที่กำลังควบเข้ามาใกล้ทุกที
เหมยซูหลินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน นิ้วเรียวภายใต้เสื้อคลุมปักลายเมฆสีเงินยังคงเลื่อนผ่านลูกคิดไม้แกะสลักอย่างแม่นยำ ทุกจังหวะที่ปะทะกันให้เสียงก้องกังวานในความเงียบงันของยามวิกาล กลิ่นชาผู่อ๋อว์เก่าเก็บลอยกรุ่นอยู่กลางอากาศ ทว่ามันมิได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความกดดันกลับอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อตระหนักว่าเบื้องหน้าของนางคือหลี่จิ้นเหอ ราชครูผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมเกรียมและสายตาที่มองทะลุปรุโปร่งทุกเล่ห์กลในราชสำนัก
"ดึกป่านนี้แล้ว ใต้เท้าหลี่มิควรมาปรากฏกายในเรือนค้าของสตรีสามัญเช่นข้ากระมั้งคะ เกียรติยศของท่านออกจะสูงส่งเกินกว่าจะเอามาเสี่ยงกับข่าวลือโคมลอย"
ซูหลินเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงเจือแววเย้าหยอกเล็กน้อย แต่มือที่จับพู่กันเริ่มชื้นเหงื่อ นางรู้ดีว่าการต่อรองกับบุรุษผู้นี้ไม่อาจใช้ไม้อ่อน หรือแม้แต่ไม้นแข็ง ทุกคำพูดต้องชั่งน้ำหนักราวกับกำลังชั่งทองคำร้อยตำลึง
หลี่จิ้นเหอยังคงยืนนิ่งอยู่ในเงาสลัวของฉากกั้นลายมังกรจำศีล ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งกวาดมองเอกสารบัญชีการค้าที่กางอยู่เต็มโต๊ะ เขามิได้ตอบคำถามของนางทันที ท่าทีนิ่งเฉยนั้นกลับทรงพลังยิ่งกว่าการตวาดกร้าว
"เกียรติยศหรือ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยลอดริมฝีปากหยักลึก "คุณหนูเหมยคิดว่าข้ายังเหลือสิ่งนั้นให้ผู้คนนินทาอีกหรือ ในสายตาของเหล่าขุนนางกังฉิน ข้าคือมารร้ายที่จ้องจะถอนรากถอนโคนพวกเขา ส่วนในสายตาของฮ่องเต้ ข้าคือสุนัขรับใช้ที่ดุร้ายที่สุด... การมาเยือนเรือนของเจ้าในยามวิกาล จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใดเลย"
เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาอย่างแนบเนียน จนซูหลินต้องเผลอขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว—เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่า 'ระยะห่าง' ระหว่างพวกเขากำลังถูกบีบให้แคบลง จนน่าหวาดหวั่น
"ท่านกำลังใช้สถานการณ์ในสนามรบการเมืองมาบีบข้า" ซูหลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยตรง ดวงตาดอกท้อคู่นั้นฉายแววท้าทายกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "กองกำลังทหารที่ชายแดนขาดแคลนเสบียง เพราะตระกูลหลี่ของท่านจงใจดึงงบประมาณไว้ แต่ท่านกลับมาหาข้าเพื่อขอเส้นทางลำเลียงลับ... ใต้เท้าหลี่ ท่านคิดว่าข้าเป็นคนโง่ที่จะยอมเอาหัวไปพาดเขียง ร่วมมือกับท่านก่อกบฏทางอ้อมอย่างนั้นหรือคะ"
"กบฏ?" หลี่จิ้นเหอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับนาง ใบหน้าคมคายอยู่ห่างเพียงคืบ จนซูหลินได้กลิ่นอายจางๆ ของสนและหมึกจีนจากตัวเขา "ข้าเพียงแต่ทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของแผ่นดิน เสบียงพวกนั้นถูกขุนนางคดโกงกักตุนไว้ หากเจ้าช่วยข้าขนย้ายมันอย่างเงียบๆ ตระกูลเหมยจะได้สิทธิ์ผูกขาดการค้าเกลือหลวงทั่ว 3 มณฑล... ข้อเสนอนี้ หญิงสาวผู้ทะเยอทยานเช่นเจ้า ปฏิเสธลงหรือ"
ลมหายใจของซูหลินสะดุดไปชั่วขณะ ข้อเสนอช่างหอมหวานและเย้ายวนใจเกินกว่าจะปฏิเสธ มันคือบันไดขั้นสำคัญที่จะนำพาตระกูลเหมยหลุดพ้นจากการควบคุมของสภาพ่อค้า และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดที่สตรีหน้าไหนในประวัติศาสตร์ไม่เคยเอื้อมถึง
ทว่า... ราคาที่ต้องจ่ายคือการผูกชะตาชีวิตของนางไว้บนเส้นด้ายแห่งอำนาจที่พร้อมจะขาดลงทุกเมื่อ หากพลาดพลั้งแม้แต่ก้าวเดียว ทั้งตระกูลจะกลายเป็นผงธุลี
"ท่านมั่นใจนักหรือว่าข้าจะเลือกท่าน..." ซูหลินกระซิบแผ่วเบา ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชิดกัน ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้เจือด้วยความเสน่หาแม้แต่น้อย แต่มันคือการปะทะกันของสองวิญญาณที่กระหายอำนาจและอิสรภาพ "บางที... ข้าอาจจะนำแผนที่เส้นทางลับนี้ไปมอบให้อัครเสนาบดีหวัง เพื่อแลกกับความปลอดภัยของตระกูลเหมยเสียยังดีกว่า"
ริมฝีปากของหลี่จิ้นเหอแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่น แต่มันกลับทำให้หัวใจของซูหลินกระตุกวูบอย่างประหลาด
"เจ้าทำเช่นนั้นแน่... หากเจ้าเป็นแค่พ่อค้าหน้าเงินธรรมดา" มือหนาเอื้อมออกไป แตะปลายคางคางมนของนางแผ่วเบา ราวกับจะหยอกเย้าแต่ก็เต็มไปด้วยการคุกคาม "แต่เจ้าไม่ใช่... เหมยซูหลิน เจ้าเกลียดการก้มหัวให้ผู้อื่นยิ่งกว่าสิ่งใด และเจ้าก็รู้ดีว่า อัครเสนาบดีหวังไม่มีทางไว้ใจสตรีที่ฉลาดเกินหน้าเกินตาอย่างเจ้าหรอก ทางเลือกเดียวที่เจ้ามี... คือการเดินหมากตานี้ร่วมกับข้า"
สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาแผดเผาผิวแก้วของนางอย่างไม่น่าเชื่อ ซูหลินอยากจะสะบัดหน้าหนี แต่สายตากลับถูกตรึงไว้ด้วยนัยน์ตาสสีดำสนิทที่ลึกล้ำราวกับห้วงเหว นางตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือและเต็มไปด้วยผลประโยชน์นี้ ได้ก้าวข้ามเส้น "ความปลอดภัย" ไปไกลลิบแล้ว และพวกเขากำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ก่อนที่ซูหลินจะทันได้เอื้อnวาจาใดโต้แย้ง เสียงเคาะประตูด้านนอกสามครั้งตามด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"คุณหนูใหญ่ขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงพ่อบ้านตระกูลเหมยละลานละลักดังลอดเข้ามา "กองกำลังองครักษ์เสื้อแพรของสำนักตรวจสอบบัญชีหลวง บุกเข้ามาล้อมเรือนค้าของเราไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกเขาบอกว่า... พบตราประทับลับของกองทัพกบฏซุกซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินของเรา!"
หลี่จิ้นเหอชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากหายวับไปในพริบตาเดียว แววตาของราชครูผู้เย็นชาฉายประกายคมกลาเป็นความตื่นตะลึงระคนขบขันในชั่วพริบตา
ซูหลินหันขวับกลับมามองเขา ใบหน้างามซีดเผือดลงทันที ดวงตาคู่งามวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและความตระหนก
"ใต้เท้าหลี่..." ซูหลินเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะที่มือเรียวกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่ "นี่คือวิธีที่ท่านบอกว่า... 'ร่วมมือกับข้า' อย่างนั้นสินะคะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุหิมะและหมากกระดานนี้ไปกับหมอกเหมยปลายฤดูนะคะ
หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง•ตอนที่ 17
ระยะห่างที่ถอยไม่ได้
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!