เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูหัวใจ•ตอนที่ 8

กาแฟกับความเงียบ

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงกระแทกของแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว ไม่ได้ดังพอจะกลบความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของไซต์งานได้เลย ธันวาปรายตามองแก้วคอสตาริก้าสูตรเข้มข้นที่เพิ่งถูกวางลงตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับเจ้าของร่างระหงที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน รินรดาในเวลานี้ไม่ได้สวมมาดอินทีเรียดีไซเนอร์ผู้เจิดจ้าและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยันเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เค้าโครงใบหน้าคมคายที่เคยเชิดขึ้นยามปะทะคารม บัดนี้กลับเจือร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน ขอบตาสีเข้มใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาฟ้องชัดว่าเธอไม่ได้นอนมาทั้งคืน "คุณจะจ้องอีกนานไหม หรือถ้าแก้วนี้มันมีรอยร้าวขึ้นมาจริงๆ คุณจะได้ส่งบิลมาเก็บเงินผมทีหลัง" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สำนวนการพูดติดจะกวนประสาทตามแบบฉบับของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ ทว่าแววตาที่มองลอดผ่านเลนส์แว่นกลับไม่มีประกายความเกรี้ยวกราดหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความระaอใจแกมเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่ยอมปริปากพูดออกมาตรงๆ รินรดากลอกตาขึ้นฟ้า ถอนหายใจเฮือกใหญ่จนไหล่บางไหวสะท้าน เธอยอมหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างหมดฟอร์ม ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ "ถ้าฉันมีเวลามานั่งคิดเรื่องฟ้องร้องคุณเรื่องแก้วกาแฟแตก ป่านนี้ดีไซน์ผนัง 3D ของล็อบบี้คงไม่โดนกวินมันเอาไปตัดหน้าแก้เกมหรอกค่ะ... เอ้ย... ครับ" หญิงสาวหลุดปากเผลอใช้คำติดปาก ก่อนจะรีบตวัดสายตาคมกริบมามองหน้าเขาเหมือนกลัวเสียฟอร์ม "หมายถึงว่า สมองฉันตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่ามานั่งต่อปากต่อคำกับคุณนะธันวา" ธันวาหลุดหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นนุ่มนวลกว่าทุกครั้งที่เคยปะทะฝีปากกัน เขาเลื่อนแก้วกาแฟแก้วนั้นเข้าไปใกล้เธอยิ่งขึ้น กลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วเข้มผสมกลิ่นวานิลลาจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาแตะจมูก ช่วยผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดลงได้บ้างอย่างน่าประหลาด "ดื่มซะ กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล... น่าจะช่วยให้สมองที่คุณคุยนักคุยหนาว่าไอเดียกระฉูด มันกลับมาทำงานได้เป็นปกติเสียที" รินรดาชำเลืองมองแก้วกาแฟตรงหน้า ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างลังเล ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปโอบรอบแก้วอุ่นๆ นั้นไว้ ความร้อนจากผิวเซรามิกส่งผ่านฝ่ามือเข้าสู่ร่างกาย ช่วยบรรเทาความเย็นเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานชั่วคราว เธอเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างมองเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาคู่นั้น... มันไม่ใช่สายตาของผู้ชนะที่กำลังรอเหยียบย่ำคู่แข่งเวลาเพลี่ยงพล้ำ แต่มันคือสายตาที่กำลังอ่านเกมและ... กำลังรอคอยเธอ "ทำไมถึงใจดีกับฉันล่ะ?" เสียงหวานเอמהถามแผ่วเบา เจือความสงสัยอย่างไม่ปิดบัง "เราเป็นคู่กัดกันไม่ใช่เหรอคุณธันวา? ทุกโปรเจกต์ที่เราต้องมาร่วมงานกัน คุณจ้องจะจับผิด ไล่บี้งานของฉันทุกรายละเอียด จนฉันคิดว่าคุณเกลียดขี้หน้าฉันเสียด้วยซ้ำ" ธันวาชะงักไปชั่วขณะ นิ้วเรียวที่เคาะพนักเก้าอี้หยุดนิ่ง เขาเอนหลังพิงพนัก หลบสายตาคมคายคู่นั้นไปเสมองทางอื่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตาตรงๆ แววตาไหววับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมถูกเปิดเผยออกมาในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด "ถ้าผมเกลียดคุณจริง... ผมคงปล่อยให้คุณโดนกวินเขี่ยตกเก้าอี้โปรเจกต์นี้ไปตั้งแต่วันแรกแล้วรินรดา" น้ำเสียงของเขาจริงจังจนน่าตกใจ ไม่มีร่องรอยของการหยอกล้อ "ความจริงคือ... ผมแค่อยากเห็นคุณทุ่มเถียงกับผมด้วยความมั่นใจแบบเดิม มากกว่าจะมานั่งทำหน้าหงอยเป็นแมวตกน้ำแบบนี้" หัวใจของรินรดาเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ความร้อนจากแก้วกาแฟในมือดูเหมือนจะลามเลียขึ้นมาถึงพวงแก้มขาวเนียน เธอนิ่งอึ้งไปกับคำพูดที่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียนของคนตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกย่อส่วนให้แคบลงเหลือเพียงแค่พื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นเคล้าคลอไปกับความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายใหม่ ความตึงเครียดที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้คนทั้งสองขยับเข้าหากันทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว ธันวายื่นมือหนาออกไปหมายจะแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียแก้มเนียนของหญิงสาว สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขาลดทิฐิและกำแพงทั้งหมดลง ชั่วเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสโดนผิวแก้มของเธอ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยการผลักเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะของร่างสูงโปรดของกวิน คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่แย้มยิ้มกริ่มเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ "ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะเวลาสวีต... เอ้ย เวลาทำงานสำคัญของพวกคุณหรือเปล่า?" กวินกวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเยาะที่เคลือบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ "พอดีผมมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับงบประมาณล็อตใหม่ของล็อบบี้ ที่ทางบอร์ดบริหารเพิ่งอนุมัติให้ผมจัดการ... ดูท่าทางคุณรินรดาคงต้องเหนื่อยหนักกว่าเดิมอีกหลายเท่าเลยนะครับ" ธันวาชักมือกลับทันที ใบหน้าคมเข้มกลับคืนสู่โหมดเยียบเย็นและดุดันในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของสถาปนิกหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น รินรดารีบดึงสติตัวเองกลับมา ตั้งท่าเตรียมตั้งรับศึกหนักรอบใหม่ทันทีที่ได้ยินชื่อของกวิน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%