แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกเสียงดังทึบ สะท้อนความหงุดหงิดที่พุ่งถึงขีดสุดของธันวา สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ที่ติ เขากวาดสายตาคมกริบมองร่างระหงของอินทีเรียดีไซเนอร์สาวที่ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างด้วยท่าทางไม่สะิทยสะท้าน
"ถ้าโปรเจกต์รีสอร์ทอ่าวหินขาวพังไม่เป็นท่าเพราะความดื้อรั้นของคุณ ผมคงต้องทบทวนใหม่ว่าเราควรเผาผลงานทิ้งแล้วเริ่มต้นใหม่กับคนอื่น หรือจะยอมเสียเวลาเคลียร์ปัญหาซากโปรเจกต์ที่คุณทำเละไว้กันแน่ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววประชดประชันดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดสนิท ธันวาปลดกระดุมเสื้อสูทเม็ดบนออกด้วยความอึดอัด แต่อุณหภูมิในห้องกลับไม่ได้ลดลงเลย เมื่อรินรดาหันขวับกลับมาสบตาเขาด้วยแววตาวาวโรจน์ที่ไม่ยอมแพ้แม้แต่นิลเดียว
"อย่ามาโยนขี้ให้ฉันคนเดียวนะคุณธันวา! ถ้ากวินมันไม่เล่นตอดใต้โต๊ะ ส่งข้อมูลบิดเบือนเรื่องงบประมาณโครงสร้างไปให้บอร์ดบริหารเล่นงานเรา คุณคิดว่าดีไซน์ที่ฉันตั้งใจแก้จนไม่ได้หลับไม่ได้นอนสามวันสามคืนมันจะโดนตีตกเหรอ?" รินรดาเดินกระแทกส้นเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง "คุณเองก็เถอะ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตรวจแปลนจนไม่ทันสังเกตว่าเกลือเป็นหนอนอยู่ข้างตัวแท้ๆ ยังมีหน้ามาสั่งสอนฉันอีกหรือไง"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าปะทะกัน ธันวาไม่ถอย เขาก้าวเท้าประชิดตัวเธอขึ้นหนึ่งก้าว ความสูงที่เหลื่อมล้ำทำให้เขาโน้มใบหน้าลงไปหาคนตัวเล็กกว่าได้อย่างถนัดถนัด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจที่ควรจะนิ่งสงบกลับเต้นรัวผิดจังหวะ
"หึ... เป็นห่วงผมหรือไง ถึงได้ออกตัวปกป้องขนาดนี้" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มร้ายกาจเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็แล่นพล่านขึ้นมาในอก
รินรดาชะงักไปนิดเมื่อใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บริเวณปลายจมูก แต่นายหญิงแห่งวงการอินทีเรียไม่มีวันเสียฟอร์มง่ายๆ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งของเขาออกเบาๆ พร้อมกับเชิดคางขึ้นท้าทาย
"หลงตัวเองใหญ่แล้วค่ะ... เอ่อ หมายถึง... หลบไปเลยนะคุณ!" รินรดาเกือบเผลอหลุดสำนวนติดปาก แต่ก็รีบดึงสติกลับมาทันก่อนจะเสียฟอร์ม "เรากำลังพูดถึงความอยู่รอดของโปรเจกต์มูลค่าหลายร้อยล้าน ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้น ถ้ากวินมันกุมจุดอ่อนเรื่องโครงสร้างที่เราแก้หน้างานไม่ได้ พรุ่งนี้ตอนพรีเซนต์รอบสุดท้ายเราพังแน่ๆ และคุณนั่นแหละที่จะเสียชื่อสถาปนิกมือหนึ่ง"
ธันวามองท่าทางกระฟัดกระเฟียดที่พยายามรักษามาดมั่นของหญิงสาวแล้วก็ได้แต่ลอบย่นหัวใจ ปากบอกว่าเกลียดขี้หน้า แต่เวลาเธอยืนเถียงตาโตแบบนี้... มันกลับดึงดูดสายตาเขาจนละไปไหนไม่ได้เลย
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ยอมถอยหลังกลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานตามเดิม สีหน้าเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความจริงจังเฉียบคมในเสี้ยววินาที
"โอเค... เลิกเถียงกันเรื่องไร้สาระแล้วมาตั้งสติ" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "ข้อมูลที่กวินเอาไปตัดต่อ เป็นข้อมูลดิบชุดแรกก่อนที่เราจะปรับโครงสร้างรับแรงลมทะเลใช่ไหม?"
รินรดาพยักหน้ารับ แววตาฉายประกายความฉลาดเฉลียวขึ้นมาทันทีเมื่อคุยเรื่องงาน "ใช่ค่ะ มันคือแปลนเก่าที่ยังไม่ได้คำนวณฐานรากปูนทนเค็ม ถ้าบอร์ดบริหารเอาแปลนนั้นไปเทียบกับหน้างานจริง พวกเขาจะคิดว่าเราโกงสเปกวัสดุและใช้งบเกินตัว"
"แปลว่าเราต้องทำให้บอร์ดเห็นแปลนจริงและหน้างานปัจจุบันก่อนที่กวินจะทันได้เปิดปากพูดในห้องประชุมพรุ่งนี้เช้า" ธันวาเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะ สีหน้าเคร่งเครียด "แต่ปัญหาคือ เอกสารต้นฉบับที่มีลายเซ็นรับรองความปลอดภัยทางวิศวกรรมตัวจริง มันถูกล็อกไว้ในตู้เซฟที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทคู่แข่ง... ซึ่งก็คือกวินทร์กรุ๊ป"
รินรดาเบิกตากว้างขึ้น "คุณหมายความว่า..."
"ใช่ เราต้องบุกไปเอาคืน" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ประกายตาคมกราบกรานไปด้วยความบ้าระห่ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์นักบริหารสุดเนี้ยบ "คุณกับผม... ร่วมมือกันคืนนี้ ดึงข้อมูลนั้นกลับมาก่อนรุ่งสาง"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดามองหน้าชายหนุ่มผู้ชายที่มักจะวางฟอร์มใส่เธอมาตลอด แต่วินาทีนี้เขากลับกลายเป็นแนวร่วมที่น่าพึ่งพาที่สุดอย่างไม่น่าเชื่อ มุมปากบางระบายยิ้มหยันแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย
"น่าสนุกนี่คะ... นึกว่าคุณจะดีแต่ปากเสียอีก สถาปนิกธันวา"
"ปากเสียเฉพาะกับคุณคนเดียวนั่นแหละ รินรดา" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงคว้าเสื้อแจ็คเก็ตพาดบ่า "ไปกันเถอะ ก่อนที่แผนการของนายกวินจะทำให้เรากลายเป็นคนตกงานคู่กัน"
ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงข้างกันออกจากห้องทำงานด้วยพลังงานที่เปลี่ยนไป จากคู่กัดที่พร้อมจะหยิกกัดกันได้ทุกเมื่อ กลายเป็นพันธมิตรชั่วคราวที่มีเดิมพันสูงลิ่วเป็นอนาคตในวงการออกแบบ
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านสายฝนโปรยปรายยามค่ำคืน มุ่งหน้าสู่ตึกระฟ้าใจกลางเมืองที่ตั้งของบริษัทคู่แข่ง โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... แผนการที่คิดว่ารัดกุมนี้ กำลังเดินเข้าไปติดกับดักที่ใครบางคนวางรอไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเร่งรีบฝ่าความมืดเพื่อกู้สถานการณ์ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนคอนโซลหน้ารถก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับภาพถ่ายหน้าจอวงจรปิดภายในห้องเซฟที่พวกเขากำลังจะไป... ภาพนั้นแสดงให้เห็นร่างของใครบางคนยืนรออยู่หน้าตู้เซฟก่อนแล้ว พร้อมรอยยิ้มเยาะที่ส่งตรงมายังกล้องเสมือนรู้ว่าพวกเขาจะมา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันเสมอนะครับ
เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูหัวใจ•ตอนที่ 10
ร่วมมือชั่วคราว
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!