"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเอาเส้นสายตานี้ไปวางทับแนวท่อระบบหลักของผมอีกล่ะก็... ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมบนกระดาษไขแผ่นนี้ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนเอือระอา ดังขึ้นท่ามกลางกองพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ที่กางเกงทับอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาวในห้องประชุมใหญ่ของธันวา กลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดลอยอบอวลอยู่ในอากาศราวกับประจุไฟฟ้าก่อนฝนตก
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอตวัดปลายปากกาเน้นข้อความในมือลงบนแบบแปลนสถาปัตยกรรมอย่างแม่นยำ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสปรายมองชายหนุ่มผู้ยืนกอดอกตีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว
"วินาศกรรมอะไรกันคะคุณธันวา พูดจาเกินจริงไปหน่อยมั้งคะ อินทีเรียอย่างฉันแค่กำลังแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้พื้นที่มันหายใจออกต่างหาก ถ้าเอาเฟอร์นิเจอร์บิวต์อินของคุณไปอุดท่อระบายอากาศตรงนั้น ลูกค้าคงได้ว่ายน้ำออกจากห้องนอนแทนที่จะเดินออกไปนะคะ" รินรดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทำเอาคนฟังถึงกับขยับกรามแน่น
ธันวาแค่นเสียงหึในลำคอ เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดขอบโต๊ะจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ช่วงแขน ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เชิดขึ้นอย่างถือดี สถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วแทบอยากจะดึงรอยยิ้มเยาะบนเรียวปากอิ่มนั้นให้หายไปด้วยปลายนิ้ว แต่ติดที่ว่า... เขาดันชอบเวลาที่เธอเถียงฉอดๆ แบบนี้มากกว่าตอนทำหน้าหงอยเป็นไหนๆ
"ปากเก่งนักนะ... เรื่องเถียงผมนี่ให้เป็นที่หนึ่งเลยใช่ไหม" ธันวาโน้มตัวลงต่ำเล็กน้อย กดเสียงให้ทุ้มต่ำจนเกือบกระซิบ "แต่ถ้าคุณใช้สมองส่วนที่เอาไว้เถียงผม มาวิเคราะห์ลายเส้นในพิมพ์เขียวชุดนี้ให้ดีๆ คุณอาจจะเจออะไรที่มันน่าสนุกกว่าการมานั่งเถียงกับสถาปนิกปากร้ายคนนี้ก็ได้นะครับ"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดๆ จากตัวเขาโชยปะทะนาสิกจนเธอต้องผถَลถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อตั้งสติ แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปสะดุดเข้ากับมุมขวาล่างของพิมพ์เขียวโครงการรีสอร์ตหรูที่กวิน คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจเพิ่งส่งมอบให้ธันวาตรวจสอบเมื่อช่วงบ่าย
มันไม่ใช่ลายเส้นแบบที่กวินเคยใช้...
นิ้วเรียวบางของอินทีเรียสาวเอื้อมไปแตะที่กระดาษแผ่นนั้นทันที เธอกวาดสายตาผ่านสัญลักษณ์และโค้ดลับที่ซ่อนอยู่ใต้ลายเซ็นปลอมๆ ของซัพพลายเออร์รายย่อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อสมองประมวลผลได้ทันทีว่า ตัวเลขพิกัดเหล่านี้... มันคือรหัสเดียวกันกับบริษัทรับเหมาที่เคยแอบลักลอบเอาวัสดุเกรดต่ำเข้ามาใช้ในโปรเจกต์เก่าของกวินเพื่อหวังฮุบงบประมาณ!
"นี่มัน..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับธันวา ทันใดนั้นเธอก็เห็นแววตาคมกริบที่ไม่มีร่องรอยของการหยอกล้อหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
ธันวารู้... เขารู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว และจงใจกางมันให้เธอดูเพื่อดึงเธอเข้ามาพัวพันกับเกมอันตรายนี่!
"ฉลาดนี่... จับทางได้เร็วสมเป็นคุณ" ธันวาผ่อนลมหายใจยาว เหยียดยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายแต่ก็น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน "กวินไม่ได้แค่พยายามขัดขาเราในเรื่องดีไซน์ แต่พวกมันกำลังส่งคนเข้ามาฮุบข้อมูลโครงสร้างทั้งหมดของโปรเจกต์นี้เพื่อเอาไปขายให้คู่แข่งรายใหญ่ในตลาดสัปดาห์หน้า"
"แล้วทำไมคุณถึงเอาเรื่องนี้มาให้ฉันดู!" รินรดาเสียง 3 แตกตื่นระคนโมโห เธอปัดกระดาษพิมพ์เขียวออกจากมือตัวเองเล็กน้อยด้วยความตกใจ "นี่มันเรื่องใหญ่ระดับคดีอาญาเลยนะคุณธันวา! ทำไมคุณถึงไม่แจ้งตำรวจ หรือเคลียร์กับบอร์ดบริหารเงียบๆ ทำไมต้องลากฉันเข้ามาเสี่ยงด้วยเล่า!"
"เพราะผมเชื่อใจคุณ..."
คำพูดห้วนสั้นแต่ทรงพลังถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากของสถาปนิกหนุ่มอย่างไม่ลังเล ธันวาขยับเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีช่องว่างให้เธอถอยหนีอีกต่อไป เพราะแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับชั้นวางเอกสารด้านหลังเข้าอย่างจัง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นค้ำยันขอบชั้นวางไว้ กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์
รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นเป็นจังหวะหนักแน่น
"อย่ามาพูดจาเลี่ยนๆ ตอนนี้นะคะ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนีซ่อนความประหม่า แต่ปลายนิ้วอุ่นจัดของธันวากลับเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน แล้วบังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขาตรงๆ
"ผมไม่ได้เลี่ยน และผมไม่ได้ล้อเล่น รินรดา" ดวงตาคมกริบทอดมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ สื่อสารถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางกวนประสาท "ตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ คุณไม่ได้เป็นแค่ 'ศัตรูหัวใจ' หรือคู่กัดในห้องประชุมอีกต่อไปแล้ว... แต่คุณคือคนเดียวที่ผมไว้ใจให้ยืนข้างกันเวลาที่พายุกำลังจะเข้า"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวเคล้าคลอไปกับเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลหมุนติ้วกับความรู้สึกตี 100% ที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธความเจ้าเล่ห์ของเขา ทั้งหวั่นไหวกับความจริงใจที่ถูกส่งผ่านทางแววตาคู่นั้น
แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากด่าหรือผลักอกหนาออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การอนุญาต
"ขอโทษทีครับท่านสถาปนิก... พอดีผมมีเอกสารด่วนจากทางฝ่ายกฎหมายของ 'คุณกวิน' มายื่นให้ตรวจสอบเพิ่มเติม..."
เสียงทุ้มติดจะเยาะหยันของบุคคลมาใหม่ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของกวินที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาคมปลาบกวาดมองท่าทางกอดก่ายคล้ายคนกำลังกระซิบกระซาบรักกันระหว่างธันวากับรินรดาที่ยืนชิดติดกันหน้าชั้นวางเอกสารด้วยแววตาราวกับงูพิษที่เจอเหยื่ออันโอชะ
ธันวาผละตัวออกจากรินรดาช้าๆ แต่ดวงตายังคงจ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับเคมีสุดเดือดของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูหัวใจ•ตอนที่ 11
ความลับในพิมพ์เขียว
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!