เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูหัวใจ•ตอนที่ 5

คำดูถูกคือเชื้อไฟ

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
ประโยคท้าทายหน้าตายังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของธันวา ราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่วินาทีแห่งความพ่ายแพ้ รอยยิ้มมุมปากของกวินเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่การประกาศสงคราม แต่มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของสถาปนิกผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับโปรเจกต์เรือธงนี้มานานนับปี และคนที่ต้องมารับแรงกระแทกจากความหัวเสียของเสือซ่อนเล็บอย่างธันวา ก็ไม่ใช่ใครอื่น... นอกจากอินทีเรียดีไซเนอร์สาวฝีปากกล้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่นี้ "คุณพูดว่าอะไรนะ รินรดา?" ธันวาเอ่ยทวน เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน แววตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาพยายามกวาดล้างความหงุดหงิดที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก แต่ดูเหมือนมันจะลุกโชนยากจะควบคุม เมื่อหญิงสาวไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่ห้อต่อบรรยากาศมาคุรอบตัว "ฉันบอกว่า ถ้าคุณยังมัวแต่ห่วงฟอร์มแล้วปล่อยให้ดีไซน์ดิบๆ ของฉันโดนกวินฉีกทิ้งเป็นชิ้นๆ ล่ะก็... เตรียมตัวโบกมือลาโปรเจกต์นี้ได้เลยค่ะ" รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่มีหลบ "หรือว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนมองไม่เห็นว่าตอนนี้คู่แข่งเขาเดินนำหน้าเราไปสามก้าวแล้ว?" "ปากดี" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนพื้นที่ส่วนตัวถูกรุกราน ร่างสูงใหญ่กดสายตามองหญิงสาวที่เชิดหน้าสู้ไม่ถอย "คุณคิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหน ถึงกล้าวิจารณ์การทำงานของผมกลางห้องประชุม แถมยังทำตัวเป็นแม่พระวิ่งไปเจรจากับฝ่ายนั้นลับหลังผมอีก" "ฉันไม่ได้วิ่งไปเจรจา ฉันแค่ไปกู้ซากโปรเจกต์ที่คุณกำลังจะทำพังเพราะความอีโก้สูงลิบลิ่วต่างหาก!" รินรดาไม่ถอยหลังสักก้าว เธอขยับเข้าประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้าม ปลายจมูกแทบจะชนกับแนวอกแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจกระชั้น แรงปะทะระหว่างคนสองคนพุ่งสูงจนอากาศรอบตัวคล้ายมีประจุไฟฟ้าสถิต ไม่มีใครยอมใคร เคมีของคู่กัดที่ถูกเคี่ยวกรอบด้วยความอัจฉริยะในสายงานเดียวกัน ทำให้ทุกคำพูดและสายตาเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด แม้จะเกลียดขี้หน้ากันแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาสองคู่สบประสานกัน มันมีความเร่าร้อนบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความเกรี้ยวกราด "คำพูดดูถูกของคุณเมื่อกี้..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาต่ำ เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูขาวสะอาดทำให้ลมหายใจอุ่นๆ รดรินจนรินรดาขนลุกซู่ "...จำใส่สมองเอาไว้ให้ดี รินรดา ถ้าคิดว่าเก่งนัก ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิว่าคุณจะพาโปรเจกต์นี้รอดพ้นจากมือของกวินได้ยังไง ไม่ใช่ดีแต่เห่าไปวันๆ" คำว่า 'เห่า' พุ่งชนความรู้สึกของรินรดาเข้าอย่างจัง ความโกรธวาบขึ้นในอกจนปลายนิ้วมือจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นพลังผลักดันอันมหาศาล คำดูถูกเหยียดหยามจากปากผู้ชายคนนี้ ไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อ แต่มันกลับกลายเป็น "เชื้อไฟ" ชั้นดีที่จุดประกายความทะเยอทะยานในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนเรียวปากสวย เธอยื่นมือเรียวออกไปแตะที่ปกเสื้อสูทเนื้อดีของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะปัดเบาๆ เหมือนปัดฝุ่นด้วยท่าทีเย่อหยิ่งทัดเทียม "งั้นก็รอดูฝีมือของยัยคนที่เอาแต่เห่าคนนี้ก็แล้วกันนะคะ... คุณธันวา" เธอกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง "ฉันจะทำให้คุณเห็นว่าไอ้โปรเจกต์เรือธงที่คุณภูมิใจนักหนานี่แหละ จะสวยงามจนคุณต้องยอมสยบแทบเท้าฉันเลยคอยดู!" พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าเดินเลี่ยงออกไปจากห้องทำงานอย่างสง่างาม ทิ้งให้ธันวายืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปหลังบานประตู ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะที่มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ให้ตายสิ... ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าโมโหเสียจริง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเต้นแรงขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด ช่วงเวลาบ่ายของวันนั้นกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม รินรดาทิ้งตัวลงนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ ร่างบางระหงษ์ขยับมือร่างแบบแปลนและการตกแต่งภายในด้วยความเร็วและแม่นยำ ทุกเส้นสาย ทุกโทนสี และทุกวัสดุถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อลบคำสบประมาท ความกดดันทั้งหมดถูกแปรรูปเป็นพลังงานสร้างสรรค์ที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด ปลายนิ้วเรียววาดลวดลายบนแท็บเล็ตราวกับศิลปินกำลังสะบัดพู่กันลงบนผืนผ้าใบชิ้นเอก ทุกมุมมองของพื้นที่ถูกจัดวางใหม่อย่างเฉียบคม ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความดิบเท่ได้อย่างลงตัว ชนิดที่ต่อให้กวินเอาเรนเดอร์ระดับไหนมาสู้ ก็ไม่มีทางเทียบชั้นความมีชีวิตชีวาของผลงานชิ้นนี้ได้ เวลาผ่านไปเนิ่นนานโดยไม่มีใครสนใจนาฬิกา จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอ เธอยังคงจดจ่ออยู่กับการเก็บรายละเอียดเส้นโค้งสุดท้ายของโมเดล 3D "วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ เดี๋ยวฉันตรวจดูอีกที" ทว่า ไม่มีเสียงตอบรับจากฝั่งผู้มาเยือน มีเพียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับกลิ่นหอมคุ้นจมูกของน้ำหอมผู้ชายเจือจางในอากาศ รินรดาขมวดคิ้ว เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ็ดผู้ช่วยที่เข้ามารบกวนสมาธิ แต่คำพูดทั้งหมดกลับกลืนหายไปในลำคอ เมื่อพบว่าเงาสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่เด็กฝึกงาน... ธันวายืนกอดอกมองหน้าจอของเธออยู่เงียบๆ แววตาคมกริบกวาดมองทุกรายละเอียดบนหน้าจออย่างพิจารณา ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาใกล้ จนรินรดาต้องเอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ "คุณ... เข้ามาทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียง" เธอกล่าวเสียงแข็ง พยายามซ่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมา ธันวาไม่ตอบ เขายื่นมือผ่านหน้าเธอไปเลื่อนเมาส์เพื่อหมุนมุมมองโมเดล 3D ให้เห็นภาพรวมของห้องโถงหลักที่เธอเพิ่งออกแบบเสร็จ นิ้วเรียวของเขาสัมผัสโดนหลังมือเธอเบาๆ ทำเอาผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวราوกับโดนไฟลวก ดวงตาสีเข้มของสถาปนิกหนุ่มกวาดมองผลงานตรงหน้าเนิ่นนาน ความเงียบโรยตัวปกคลุมระหว่างคนทั้งคู่ ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา จนกระทั่งธันวาหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "ฝีมือไม่เลว..." น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแผ่วเบa ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความยอมรับที่ยากจะเห็น "แต่ยังขาดอีกนิด..." "ขาดอะไรอีก!" รินรดาโพล่งขึ้นทันทีด้วยความไม่ยอมแพ้ "ตรงไหนที่มันขาด คุณช่วยกรุณาชี้ให้เห็นชัดๆ ซะที!" ธันวาไม่ได้ตอบคำถามทันที เขายื่นมือหนาออกมาจับปลายคางมนของเธอไว้เบาๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดที่แตะอยู่บนผิวเนื้อทำให้รินรดาตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ขาด... ความอ่อนโยนในสายตาเวลาที่คุณมองหน้าผมไงครับ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำ ริมฝีปากหยักแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไหนๆ ก็จะร่วมมือกันกู้หน้าบริษัทแล้ว... เปลี่ยนจากเป็นศัตรูหัวใจ มาเป็นคนรู้ใจผมจริงๆ เลยดีไหมล่ะครับ?" คำพูดหยอกเย้าที่แฝงความจริงจังทำเอารินรดานิ่งงัง สมองกำลังจะประมวลผลเพื่อด่ากลับ แต่ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนขมทันที พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ผลักประตูเข้ามาหน้าตาเฉย โดยไม่รอให้อภิสิทธิ์ของเจ้าของห้องอนุญาต "ขอโทษทีครับท่านประธาน พอดีผมเอาเอกสารสัญญาลับของฝั่งกวินมาให้ดู... อ้าว... ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย?" รินรดารີบผุดลุกขึ้นถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายปนขัดเขิน ส่วนธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย เขาปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุร้ายราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อ และเมื่อรินรดากวาดตามองเอกสารในมือของบุคคลที่สามชัดๆ หัวใจเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นข้อความพาดหัวตัวเบ้อר บนกระดาษแผ่นนั้น ...ข้อความที่เปลี่ยนเกมกระดานทั้งหมดในพริบตาเดียว! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%