"เจ้าคิดว่าความตายคือจุดจบของความเจ็บปวดอย่างนั้นหรือ เอเลน่า?"
น้ำเสียงของเซเรสต่ำพร่า แหบแห้งราวกับเสียงใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบย่ำบนพื้นหิน เขานั่งอยู่ในมุมมืดของห้องสมุดส่วนตัว ไวน์สีแดงเข้มในแก้วคริสตัลสั่นไหวตามแรงมือที่กำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่สายตากลับจ้องมองไปยังภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำสนิทตรงมุมห้อง
เอเลน่าขยับตัวเข้าใกล้ แสงเทียนที่เต้นเร่าสะท้อนเงาของเขาทั้งสองคนบนผนังหินที่เย็นเยียบ เธอกลืนน้ำลายลงคอ ความรู้สึกบีบคั้นในอกทำให้เธอสัมผัสได้ว่าคืนนี้จะไม่มีความอ่อนหวานใดๆ หลงเหลืออยู่
"ความตายอาจจะเป็นการพักผ่อน แต่สำหรับท่าน... มันดูเหมือนการจองจำมากกว่า" เอเลน่าเอ่ยเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเขา กลิ่นกายของเซเรสในคืนนี้เจือไปด้วยกลิ่นอายของไม้สนและสนิมเลือดจางๆ มันเป็นกลิ่นที่ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอให้สั่นสะท้าน
เซเรสหันมามองเธอ ดวงตาสีอเมทิสต์ของเขาดูหม่นแสงลงราวกับดวงดาวที่ดับวูบ เขาเอื้อมมือที่เย็นเฉียบมาสัมผัสข้างแก้มเธอ ปลายนิ้วของเขาลากไล้แผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความรวดร้าวที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตวิญญาณของเอเลน่า
"ข้าเคยมีหญิงสาวคนหนึ่ง" เขาเริ่มเล่า ลมหายใจสะดุดเล็กน้อย "นางไม่ได้เป็นอมตะอย่างข้า นางเป็นเพียงมนุษย์ที่กล้าหาญพอจะยิ้มให้กับความมืดมิดในใจข้า ความรักของเรามันคือตราบาป... อัลริคในตอนนั้นยังเด็กนัก แต่ความเกลียดชังที่มีต่อเผ่าพันธุ์ของข้ามันฝังลึกอยู่ในสายเลือดของมันตั้งแต่วันที่มันลืมตาดูโลก"
เอเลน่าไม่ตอบ เพียงแต่กุมมือเขาไว้แน่นขึ้น เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ตกค้างอยู่ในกระแสเลือดของแวมไพร์หนุ่ม
"อัลริคไม่ได้ต้องการแค่เลือดของนาง แต่มันต้องการทำลายทุกอย่างที่ข้ารัก" เซเรสแค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น "คืนนั้น... จันทร์เต็มดวงสีเลือด หมาป่าจำนวนมหาศาลล้อมรอบปราสาทหลังเก่า นางปกป้องข้าในขณะที่ข้ากำลังอ่อนแอจากพลังที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ นางก้าวออกไป... นางเดินออกไปหาศัตรู เพียงเพื่อให้ข้ามีเวลาฟื้นตัว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานหินที่ตกลงกระทบพื้นหินดังก้อง
"ข้าเห็นนางถูกฉีกทึ้ง... กลิ่นคาวเลือดของนางยังคงติดจมูกข้าจนถึงทุกวันนี้" เซเรสกัดฟันแน่น "ข้าปิดตายหัวใจตัวเองตั้งแต่นาทีนั้น คำปฏิญาณว่าจะไม่รักใครอีกจนกว่าความแค้นจะถูกชำระ แต่แล้วเจ้าก็เข้ามา เอเลน่า... เจ้าที่ดูเหมือนนางราวกับเงาสะท้อนในกระจก เจ้าที่ทำให้ข้าลืมวิธีที่จะเป็นปีศาจ"
"เซเรส..." เอเลน่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ "ท่านไม่ได้ทำให้นางผิดหวัง การที่ท่านมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องผู้อื่น... นั่นคือสิ่งที่นางต้องการไม่ใช่หรือ"
เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวทำให้เขาลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันระเบิดออก เขาจูบเธอ จูบที่ไม่ได้มีความนุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยการโหยหา การพิสูจน์ว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ และความกลัวที่จะสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า
เอเลน่าตอบรับจูบนั้นด้วยความเต็มใจ เธอสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนแก้มของเขา... หรืออาจจะเป็นของเธอเอง ความเร่าร้อนเริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางอดีตที่หวนคืนมาหลอกหลอน มือหนาของเซเรสเลื่อนลงมาโอบรัดเอวบางกระชับแน่น เขาต้องการฝังร่างของเธอลงไปในอก เพื่อยืนยันว่าเธอจะไม่สลายหายไปเหมือนกับนางคนนั้น
"ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าจากไปอีก" เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ
แต่ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองเต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงประตูปราสาทขนาดใหญ่ก็ถูกกระแทกจนพังทลายลง!
แรงปะทะของมนต์ดำที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้เทียนทั้งหมดในห้องดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด เซเรสผละออกจากเอเลน่าทันที ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงฉานดั่งเลือดในยามโกรธจัด ขณะที่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นเคยดังมาจากความมืดเบื้องหน้า
"เซเรส... เจ้ายังคงอ่อนแอเพราะความรักเหมือนเดิมสินะ" เสียงของอัลริคก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดิน "ข้าไม่ได้กลับมาเพื่อฆ่าเจ้าวันนี้... ข้ากลับมาเพื่อทวงคืน 'หัวใจ' ที่เจ้าแอบซ่อนไว้ในร่างของหญิงสาวคนนี้"
เมื่อแสงสลัวจากหน้าต่างเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของอัลริคที่ก้าวเข้ามา เขากำลังลากร่างที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดเข้ามาในห้อง... ร่างหญิงสาวที่สวมชุดโบราณขาดวิ่น ซึ่งมีใบหน้าเหมือนเอเลน่าราวกับฝาแฝดในภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกคลุมไว้!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับอดีตที่ตามมาหลอกหลอนในค่ำคืนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน•ตอนที่ 15
อดีตที่ย้อนกลับมา
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!