"หากเจ้าไม่เต็มใจ ข้าจะไม่บังคับ... แต่มันหมายถึงชีวิตของเจ้าที่จะต้องแขวนอยู่บนเส้นด้ายในค่ำคืนนี้"
เสียงทุ้มต่ำของเซเรสดังก้องอยู่ในห้องโถงหินโบราณ อากาศรอบกายเขาสั่นไหวด้วยพลังอำนาจที่กดทับจนลมหายใจของเอเลน่าติดขัด นัยน์ตาสีรัตติกาลของแวมไพร์หนุ่มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับจะอ่านกินวิญญาณที่กำลังสั่นสะท้านอยู่ภายใน
เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของไม้สนและโลหะจางๆ ที่โชยมาจากกายแกร่งของชายตรงหน้า มันเป็นกลิ่นที่ปลุกสัญชาตญาณดิบที่เธอเองก็ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ให้ตื่นขึ้น
"แล้วถ้าข้าเลือกที่จะสู้ด้วยตัวเองล่ะ?" เอเลน่าถาม เสียงของเธอแม้จะสั่นพร่าแต่ก็แฝงความดื้อรั้นที่ทำให้คิ้วเข้มของเซเรสเลิกขึ้นเล็กน้อย
"ด้วยพลังที่เจ้ายังควบคุมไม่ได้น่ะหรือ อัลริคกำลังไล่ล่าเจ้า กลิ่นเลือดของเจ้ามันช่างหอมหวานเกินกว่าที่อัลฟ่าหน้าไหนจะอดใจไหว" เซเรสก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือเพียงคืบทำให้เอเลน่าสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แต่มันกลับไม่ใช่ความเย็นที่ผลักไส แต่มันเหมือนเงามืดที่พร้อมจะโอบอุ้มเธอไว้ "ทางเดียวที่จะรอดพ้นจากพันธนาการของฝูงหมาป่า คือการผูกวิญญาณไว้กับข้า... เลือดต่อเลือด สัญญาต่อสัญญา"
เซเรสยื่นมือเรียวยาวออกไป ปลายนิ้วเย็นเฉียบเชยคางมนของหญิงสาวขึ้นบังคับให้เธอมองสบตา แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความกระหายและความปรารถนาที่ซ่อนลึก
"ผูกพันธะ... หมายความว่าอย่างไร?"
"หมายความว่าเจ้าจะเป็นของข้า และข้าจะเป็นของเจ้า ตราบเท่าที่ลมหายใจสุดท้ายจะดับสูญ" เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนของเธอปะทะกับผิวแก้มของเขา "มันไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่มันคือการแลกเปลี่ยน... รสสัมผัสที่เจ้าไม่เคยพานพบ ความเจ็บปวดที่มาพร้อมกับความสุขที่ไร้ขอบเขต เจ้าพร้อมจะรับมือกับมันไหม เอเลน่า?"
เอเลน่าหลับตาลง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอรู้ดีว่านี่คือการเอาชีวิตเข้าแลก แต่ลึกลงไปในจิตใต้สำนึก... ความรู้สึกที่เรียกร้องหาเขาคนนี้มันรุนแรงเสียจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้ "ทำเถอะครับ... ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ"
คำว่า 'ครับ' ที่หลุดออกจากปากเธอทำให้แววตาของเซเรสเปลี่ยนไป เขายิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะใช้เขี้ยวคมกริบกรีดลงบนข้อมือของตัวเองเบาๆ หยาดเลือดสีแดงฉานเข้มข้นไหลซึมออกมา กลิ่นหอมหวานและทรงพลังทำเอาเอเลน่าถึงกับหน้ามืด เขาประคองใบหน้าของเธอไว้มั่นก่อนจะกดข้อมือที่เปื้อนเลือดลงบนริมฝีปากนุ่มของหญิงสาว
ทันทีที่รสชาติของเลือดแวมไพร์ชั้นสูงสัมผัสลิ้น โลกทั้งใบของเอเลน่าก็หมุนคว้าง ความเจ็บปวดราวกับสายฟ้าฟาดแล่นผ่านเส้นประสาท แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกเร่าร้อนก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เซเรสไม่ปล่อยให้เธอทรมานอยู่นาน เขาบดจูบลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน แย่งชิงลมหายใจและรสชาติของเลือดตัวเองกลับคืนไป ผสมผสานความเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด
มือแกร่งของเซเรสลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบาแต่จาบจ้วงในเวลาเดียวกัน เอเลน่าสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ว่าแผ่นหลังของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาเหมือนถูกเหล็กเผาไฟ นี่คือสัญลักษณ์แห่งพันธะที่กำลังก่อตัว
*เจ้าเป็นของข้าแล้ว... เอเลน่า* เสียงของเขาดังก้องในโสตประสาทของเธอโดยไม่ต้องใช้คำพูด
ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังเข้าสู่ห้วงแห่งอารมณ์อันลึกซึ้ง เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั้งปราสาทก็ดังขึ้นจากด้านนอก กลิ่นอายดิบเถื่อนและแรงกดดันมหาศาลทำให้เซเรสผละออกจากริมฝีปากของเอเลน่าทันที สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับสัตว์ป่า
ประตูบานยักษ์ของห้องโถงถูกกระแทกจนพังทลายลงในคราวเดียว เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วอากาศ ร่างสูงใหญ่ของอัลริคปรากฏตัวขึ้นในชุดหนังขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยสักของฝูงหมาป่าที่สั่นไหวไปตามกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลัง ดวงตาสีทองวาวโรจน์ของอัลฟ่าหนุ่มจ้องเขม็งมาที่เอเลน่าที่ยังคงหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของเซเรส
"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงได้ตีตราของข้า เซเรส!" อัลริคคำราม เสียงของเขาต่ำลึกจนพื้นหินใต้เท้าเอเลน่าแตกร้าว
เซเรสยืนขึ้นเต็มความสูง บังร่างของเอเลน่าไว้เบื้องหลังอย่างปกป้อง นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ "เลือดของนางไม่ใช่สมบัติของเจ้า ตั้งแต่นี้ไป... นางคือพันธะสีแดงของข้าเพียงผู้เดียว"
อัลริคหัวเราะลั่น เสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต เขาหยิบกริชเงินที่อาบไปด้วยพลังเวทย์มนตร์หมาป่าออกมา "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะควักเอาพันธะนั้นออกมาพร้อมกับหัวใจของนาง... ต่อหน้าต่อตาเจ้า!"
เอเลน่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นอัลริคพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ เธอสัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ แต่ในจังหวะที่กริชเงินจะกระชากวิญญาณเธอไปนั้น มือของเซเรสกลับคว้าข้อมือของอัลริคไว้ได้ทัน ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไม่ใช่การปะทะกันของทั้งคู่ แต่เป็นความรู้สึกแสบร้อนอย่างรุนแรงที่หน้าอกซ้าย...
รอยสัญลักษณ์พันธะบนหน้าอกของเธอกำลังส่องแสงสีแดงฉานออกมาจนทะลุเสื้อผ้า และวินาทีนั้นเอง... เลือดของเธอที่ไหลเวียนอยู่ภายในกลับเปลี่ยนทิศทาง ราวกับว่ามีพลังงานที่สาม... ที่ไม่ใช่ทั้งแวมไพร์และหมาป่า กำลังตื่นขึ้นจากขุมนรกภายในร่างของเธอเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับรสสัมผัสแห่งความลุ่มลึกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ภาคินทร์เที่ยงคืน
รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน•ตอนที่ 3
พันธะสีแดงฉาน
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!