รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน•ตอนที่ 29

สัญญาใจนิรันดร์

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
"ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้ เซเรส... คุณกำลังทำสิ่งที่ย้อนกลับไปไม่ได้" เอเลน่าเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับโถงปราสาทเก่าแก่ กลิ่นอายของเลือดจางๆ ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับร่องรอยของสงครามที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอสั่นระริก เธอไม่ได้กลัวความตาย แต่นางกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวินาทีถัดไป... สิ่งที่มันใหญ่โตกว่าชีวิตของนาง เซเรสยืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลักจากหินอ่อนสีซีด แผ่นหลังกว้างของเขาสะท้อนแสงจันทร์สีเงินยวงที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งบัดนี้กลับมีความอ่อนโยนที่เปราะบางอย่างน่าประหลาด เขาค่อยๆ หันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาสีโลหิตของเขาลึกซึ้งดั่งมหาสมุทรที่เก็บงำความลับนับพันปี "ผมถอนคำพูดไม่ได้หรอก เอเลน่า" เขาตอบ เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยความเว้าวอนที่หาได้ยากยิ่ง "เพราะตั้งแต่วินาทีที่ผมพบคุณ ในค่ำคืนที่โลกของผมพังทลาย... คุณคือสิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าหัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วนี้ ยังคงมีจังหวะเต้นเพื่อใครบางคน" รอบข้างพวกเขา เหล่าแวมไพร์ที่เหลือรอดจากการบุกของฝูงหมาป่าของอัลริค ต่างยืนเรียงรายอยู่ในมุมมืด แววตาของพวกเขาไม่ได้มีเพียงความเคารพ แต่ยังมีความโศกเศร้าและความหวังผสมปนเปกัน ไม่มีใครกล้าส่งเสียง แม้แต่ลมหายใจก็ยังดูเหมือนจะหยุดชะงัก นี่คือพันธสัญญาที่สายเลือดบริสุทธิ์อย่างเซเรสไม่เคยหยิบยื่นให้ใคร... การผูกมัดดวงวิญญาณผ่านนิรันดร์กาล เซเรสก้าวเข้าหาเอเลน่าช้าๆ ระยะห่างที่เคยเป็นดั่งเหวที่ขวางกั้นบัดนี้ถูกร่นจนเหลือเพียงสัมผัสของไออุ่น เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าเธอ มือเรียวยาวทว่าทรงพลังจับมือของเอเลน่าขึ้นมาแนบแก้ม กลิ่นกายของเธอที่หอมหวานดั่งดอกไม้กลางคืนท่ามกลางพายุฝนนั้น คือยาพิษและยาวิเศษที่เขายอมสยบให้ "ผมไม่ใช่อัศวินในเทพนิยาย และคุณก็ไม่ใช่เจ้าหญิงในหอคอยคอยรับความช่วยเหลือ" เซเรสกระซิบ แววตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเธอ "แต่ในโลกที่มืดมิดและเต็มไปด้วยความตายนี้ ผมขอสัญญา... ไม่ว่าอัลริคจะตามล่าเราไปถึงขุมนรกไหน หรือโชคชะตาจะเล่นตลกให้เราต้องพรากจากกันกี่ร้อยปี จิตวิญญาณของผมจะเป็นที่พักพิงให้คุณ และเลือดของผมจะเป็นโล่ป้องกันคุณตราบจนสิ้นลมหายใจสุดท้ายของจักรวาล... คุณจะให้เกียรติเป็นคู่แท้และนายหญิงแห่งเงามืดเคียงข้างผมไหม?" เอเลน่ากลั้นหายใจ น้ำตาใสเอ่อล้นคลอหน่วยตา ความทรงจำที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งความเจ็บปวด ความโหยหา และสัมผัสร้อนแรงที่เคยแลกเปลี่ยนกันในเงามืดหลั่งไหลเข้ามาดั่งกระแสน้ำ นางรู้ดีว่าหากตอบตกลง ชีวิตนับจากนี้ของนางจะไม่อาจเป็นคนธรรมดาได้อีกต่อไป แต่นางจะกลายเป็น 'หัวใจ' ของแวมไพร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุด "ฉันไม่ได้ต้องการเพียงแค่โล่ป้องกันหรือที่พักพิง..." เอเลน่ากล่าว เสียงของนางสั่นเครือแต่หนักแน่น นางโน้มตัวลงกอดเซเรสไว้แน่น ซบใบหน้าลงบนไหล่กว้างของเขา "ฉันต้องการคุณ... ทั้งวิญญาณ ทั้งความมืดมิด และทุกรอยแผลเป็นที่คุณแบกรับไว้... เราจะเผชิญหน้ากับอัลริคและทุกสิ่งที่กำลังจะตามมาไปด้วยกัน" เสียงกระซิบนั้นดังก้องไปทั่วโถงปราสาท เหล่าแวมไพร์ผู้อาวุโสต่างก้มศีรษะลงพร้อมกันเป็นการแสดงความเคารพต่อพันธสัญญาเลือด เซเรสยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก ยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยความเย่อหยิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขที่แสนขมขื่น เขาหยิบแหวนที่ทำจากกระดูกมังกรดำและล้อมด้วยอัญมณีสีชาดขึ้นมาสวมให้นาง แหวนนั้นสั่นไหวราวกับมีชีวิตเมื่อสัมผัสกับผิวของเอเลน่า ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนหวานและเปี่ยมมนต์ขลัง ความตึงเครียดกลับคืบคลานเข้ามาโดยไม่มีใครคาดคิด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้องกังวานขึ้นจากชั้นใต้ดิน... เสียงที่ทำให้แวมไพร์ทุกคนในโถงต้องชะงักและหันขวับไปมอง ทว่าไม่ใช่เสียงของอัลริค... เพราะสิ่งที่ก้าวพ้นเงามืดออกมานั้น คือร่างของชายหนุ่มที่มีใบหน้าเหมือนกับเซเรสราวกับพิมพ์เดียวกัน เพียงแต่ดวงตาของเขากลับเป็นสีทองอำพันดั่งหมาป่า และในมือของเขาคือดาบที่อาบไปด้วยเลือดของเหล่าผู้พิทักษ์ที่เพิ่งถูกสังหารไปเมื่อครู่ "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ พี่ชาย..." ชายผู้นั้นแสยะยิ้มพลางมองเอเลน่าด้วยสายตาหิวกระหาย "แต่น่าเสียดายที่คำสัญญาของท่าน... อาจจะต้องจบลงเร็วกว่าที่คิด" ขอบคุณทุกท่านที่เดินทางร่วมกันมาจนถึงบทรองสุดท้ายนี้ ผมหวังว่าหัวใจของทุกท่านจะยังคงเต้นแรงไปกับตัวละครของผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%