รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน•ตอนที่ 26

ปาฏิหาริย์จากจุมพิต

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“อย่าตาย... เซเรส ได้โปรด อย่าทิ้งฉันไปแบบนี้” เสียงสะอื้นของเอเลน่าสั่นเครือจนแทบจะกลายเป็นเสียงกรีดร้อง ลมหายใจของแวมไพร์หนุ่มผู้ทรงอำนาจแผ่วเบาจนเกือบเป็นศูนย์ เลือดสีเข้มของเขาไหลทะลักออกจากบาดแผลลึกที่เกิดจากกรงเล็บอาบยาพิษของอัลริค กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วหุบเขาที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ปลอบประโลม ผิวที่เคยซีดเผือดดุจหิมะของเซเรสบัดนี้กลับกลายเป็นสีเทาหม่น ดวงตาสีรัตติกาลที่เคยทรงเสน่ห์ดั่งหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง บัดนี้เริ่มหรี่ลงจนแทบจะปิดสนิท เขาพยายามจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนของหญิงสาว แต่เรี่ยวแรงสุดท้ายกลับทรยศเขา “เอเลน่า... หนีไป...” เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและสั่นไหว มันไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นคำอ้อนวอนจากชายผู้กำลังจะแตกสลาย “ไม่! ฉันจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น!” เอเลน่าตวาดกลับด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ในแววตา เธอมองดูความตายที่กำลังคืบคลานเข้าหาชายที่เป็นดั่งลมหายใจเดียวของเธอ พลังที่หลับใหลอยู่ลึกสุดใจเริ่มปั่นป่วน ราวกับพายุที่รอวันระเบิดออก เธอรู้ดีว่ากฎข้อห้ามของเผ่าพันธุ์คืออะไร การถ่ายทอดพลังชีวิตผ่านเลือดเนื้อให้แก่แวมไพร์บริสุทธิ์คือการกระทำที่เสี่ยงต่อการสูญสิ้นจิตวิญญาณ แต่วินาทีนี้ เธอไม่สนสิ่งใดอีกแล้ว เธอหยิบเศษแก้วคมกริบจากพื้นขึ้นมากรีดลงบนข้อมือตนเองโดยไม่ลังเล ของเหลวสีแดงฉานที่มีกลิ่นหอมหวานล้ำลึกกว่ามนุษย์ทั่วไปไหลรินออกมา มันคือเลือดที่มีพลังชีวิตเข้มข้นที่สุด เอเลน่าประคองใบหน้าของเซเรสขึ้นมา ก่อนจะจ่อข้อมือที่มีเลือดไหลลงสู่ริมฝีปากที่เย็นเยียบของเขา “ดื่มสิเซเรส... เอาพลังของฉันไป ถ้าคุณต้องตาย ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะหายใจอยู่ต่อ” เมื่อหยาดเลือดหยดแรกแตะสัมผัสริมฝีปาก เซเรสสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายแวมไพร์ของเขากรีดร้องด้วยความกระหาย แต่จิตวิญญาณของเขากลับปฏิเสธที่จะทำร้ายเธอ อย่างไรก็ตาม รสสัมผัสที่อบอุ่นดุจเปลวเพลิงนั้นไหลซ่านเข้าสู่ร่างกาย ราวกับสายน้ำทิพย์ที่ชำระล้างพิษร้ายออกจากเส้นเลือด เอเลน่าโน้มตัวลงจุมพิตเขาอย่างแผ่วเบา ทว่าเร่าร้อนด้วยแรงอารมณ์ เธอไม่ได้เพียงแค่ป้อนเลือด แต่เธอกำลังถักทอจิตวิญญาณของเธอเข้ากับเขาผ่านรสสัมผัสแห่งเสน่หา พลังงานสีทองจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของเธอ ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดของราตรี แสงนั้นเชื่อมโยงหัวใจสองดวงที่เต้นด้วยจังหวะที่แตกต่าง ให้กลายเป็นจังหวะเดียวกัน เซเรสเริ่มมีแรงตอบโต้ เขามือหนาประคองท้ายทอยเธอไว้ จุมพิตนั้นเปลี่ยนจากความโหยหาเป็นความลึกซึ้งและหนักหน่วง เลือดของเธอทำปฏิกิริยากับพลังแวมไพร์บริสุทธิ์ เกิดเป็นประกายไฟแห่งเวทมนตร์โบราณที่ห่อหุ้มบาดแผลของเขาไว้ บาดแผลฉกรรจ์บนอกของเขาสมานตัวลงอย่างรวดเร็วภายใต้ปาฏิหาริย์แห่งความรัก ทว่า... พลังที่แลกมานั้นหนักหนาสาหัส ร่างกายของเอเลน่าเริ่มสั่นเทา ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งกลับซีดเผือดลงเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เซเรสผละริมฝีปากออกช้าๆ ดวงตาสีรัตติกาลของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวผู้เป็นดวงใจ เขารับรู้ได้ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนในกายเขา ซึ่งนั่นคือพลังชีวิตส่วนหนึ่งของเธอที่สละให้เขามา “คุณทำอะไรลงไป... เอเลน่า” เขาพึมพำด้วยความเจ็บปวดในหัวใจมากกว่าบาดแผลที่เพิ่งหายไป “ฉันช่วยคุณ... เราจะรอดไปด้วยกัน” เธอยิ้ม ทั้งที่ดวงตาพร่าเลือน ทว่าความเงียบสงัดของป่าถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและดุดัน อัลริคก้าวออกมาจากเงามืดของต้นไม้ใหญ่ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าอัปลักษณ์ของมนุษย์หมาป่าผู้กระหายอำนาจ มือของเขายังคงเปื้อนเลือดเก่าของเซเรสอยู่ “ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจเสียจริง” อัลริคแสยะยิ้ม แววตาของเขาจับจ้องไปที่เอเลน่าด้วยความหิวกระหาย “ขอบใจมากที่ช่วยรักษาชีวิตมันไว้... เพราะตอนนี้ ข้าไม่ต้องเสียเวลาล่ามันให้เหนื่อย แค่สูบเลือดของเจ้าที่ไหลเวียนอยู่ในตัวมัน... ข้าก็จะได้พลังมหาศาลที่ข้าเฝ้าฝันถึงมาครอบครอง!” เซเรสลุกขึ้นยืนขวางหน้าเอเลน่า แม้เรี่ยวแรงจะยังไม่ฟื้นกลับมาเต็มร้อย แต่จิตสังหารของเขากลับรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ เขาพร้อมจะฉีกกระชากอัลริคให้เป็นชิ้นๆ หากมันกล้าแตะต้องเธออีกเพียงปลายเล็บ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เซเรสจะพุ่งเข้าปะทะ ร่างของเอเลน่าที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับทรุดลงกับพื้น พร้อมกับดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีเงินประกายแปลกตา เธอไม่ได้สลบไป แต่เธอกำลังเปลี่ยนแปลง... พลังที่เพิ่งถ่ายทอดไป กำลังสะท้อนกลับมาในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด พื้นดินใต้เท้าของอัลริคเริ่มแตกร้าว ลมพายุหมุนวนรอบตัวเอเลน่าอย่างบ้าคลั่ง เซเรสชะงักกึก เมื่อมองเห็นเงาร่างบางอย่างที่ปรากฏขึ้นซ้อนทับร่างของหญิงสาว มันคือเงาของสัตว์ในตำนานที่หายสาบสูญไปนับพันปี “ใครกันแน่ที่ต้องกลัว...” เสียงของเอเลน่าเปลี่ยนไป มันกังวานดุจเสียงจากสรวงสวรรค์และขุมนรกในเวลาเดียวกัน อัลริคถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะตัดสินชี้ขาด เสียงคำรามที่กึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขาก็ดังขึ้นจากทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด... เสียงนั้นไม่ได้มาจากหมาป่าหรือแวมไพร์ แต่เป็นเสียงของกองทัพที่กำลังบุกเข้าล้อมหุบเขาแห่งนี้ไว้ทุกทิศทาง! เอเลน่าหันมามองเซเรสด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของแวมไพร์หนุ่มเย็นเฉียบ “เซเรส... ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกระหว่างความรักกับสายเลือด... เพราะโชคชะตาที่แท้จริง ไม่เคยมีที่ว่างให้เราทั้งสองคน” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและปมปริศนาในบทนี้ด้วยกันนะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืนจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%