รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน•ตอนที่ 9

ความเย้ายวนในความมืด

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“เจ้าจำข้าได้แล้วใช่ไหม... ที่รักของข้า?” เสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงไวโอลินที่ถูกกรีดผ่านความเงียบงันในห้องโถงกว้างของปราสาทเซเรสไม่ได้ทำให้เอเลน่าขยับหนี ตรงกันข้าม หัวใจที่เต้นรัวราวกองศึกในอกของเธอกลับเรียกร้องให้ก้าวเข้าไปหาไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าตรงหน้า เซเรสยืนจดจ้องมองเธอด้วยนัยน์ตาสีครามดุจมหาสมุทรที่กักขังความโหยหาไว้นับศตวรรษ มือเรียวยาวของเขาขยับขึ้นประคองใบหน้าของเธอ นิ้วหัวแม่มือลากไล้ไปตามริมฝีปากล่างอย่างแผ่วเบา แต่แฝงด้วยความกดดันที่ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุด “ความทรงจำของข้า... มันเลือนรางเหลือเกินเซเรส” เอเลน่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “เหมือนภาพในความฝันที่แตกสลายเมื่อข้าลืมตา แต่สัมผัสของคุณ... มันทำไมถึงรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในวิญญาณของข้าเหลือเกิน?” เซเรสกระตุกยิ้มที่มุมปาก มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่ออันเป็นที่รัก “เพราะมันคือพันธสัญญาอย่างไรเล่า เอเลน่า เลือดของเจ้าไม่ได้ไหลเวียนเพื่อเจ้าเพียงผู้เดียว แต่มันรอนับวันที่จะกลับคืนสู่ต้นกำเนิด” เขาก้มลงมาจนลมหายใจเย็นจัดปะทะกับซอกคอของเธอ เอเลน่ารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อเขากดริมฝีปากลงบนจุดชีพจร ความร้อนผ่าวที่โคนขาหนีบของเธอก็พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม “ข้าจะมอบพลังให้เจ้า” เซเรสกระซิบชิดใบหู “แต่มันมีราคาที่ต้องจ่าย... และเจ้าเองก็ปรารถนาที่จะแลกเปลี่ยนมันใช่ไหม?” มือของเขาสอดผ่านสาบเสื้อผ้าที่บางเบาของเธอ สัมผัสที่ปลายนิ้วของเขากระทบลงบนผิวเนื้อนวลเนียนนั้นเปรียบเสมือนการเติมเชื้อเพลิงลงบนกองเพลิงที่โหมกระหน่ำ เอเลน่าแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว ดวงตาของเธอพร่าเลือน ความรู้สึกเย็นยะเยือกของแวมไพร์ประสานเข้ากับความร้อนแรงของสัญชาตญาณมนุษย์หมาป่าในตัวเธอได้อย่างประหลาด เธอดึงรั้งปกคอเสื้อของเขาเข้าหาตัว ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากเข้าหากันอย่างเรียกร้อง มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล แต่เป็นจูบที่แลกเปลี่ยนความกระหาย สัมผัสลิ้นที่ตวัดเกี่ยวพันกันสะท้อนถึงการดูดกลืนพลังชีวิต เซเรสส่งผ่านไอกระแสเย็นเยียบเข้าสู่ร่างของเธอ ในขณะที่เอเลน่าตอบสนองด้วยหยาดน้ำหวานและจิตวิญญาณที่สั่นคลอนจากการถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด “อื้อ...” เสียงครางแผ่วเบาหลุดรอดจากลำคอของเธอ เมื่อมือของเซเรสเลื่อนลงไปสัมผัสกับแกนกลางที่เปียกชื้นของเธอผ่านเนื้อผ้า ความวูบไหวในช่องท้องทำให้นางแทบยืนไม่ติด เขารู้ดีว่าจุดไหนคือจุดที่นางอ่อนไหวที่สุด เซเรสหยอกล้อกับจุดไวสัมผัสด้วยความเชี่ยวชาญราวกับกำลังเล่นเครื่องดนตรีชั้นเลิศ เอเลน่าบิดเร้า ร่างกายของเธอเริ่มเรืองแสงสีทองจางๆ สะท้อนพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ในสายเลือด พลังที่อัลริคเฝ้าตามล่า กำลังหลั่งไหลผ่านสัมผัสของเขา “เจ้าช่างงดงามในความมืดมิดนี้เหลือเกิน” เซเรสถอนจูบออกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อให้เธอได้สูดลมหายใจ ก่อนจะโน้มตัวลงมาปรนเปรอซอกคอและเนินอกขาวผ่องของเธอด้วยลิ้นที่ร้อนแรง ทุกสัมผัสที่เขามอบให้เปรียบเสมือนรอยประทับที่แสดงความเป็นเจ้าของ เอเลน่ารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกกระชากออกจากร่างแต่ก็ถูกยึดไว้ด้วยความสุขสมที่รุนแรง เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่งของเขา พลังงานที่ถ่ายเทระหว่างกันทำให้อากาศรอบกายสั่นสะเทือน เปลวไฟในเตาผิงวูบไหวราวกับจะดับลงก่อนจะลุกโชนขึ้นอีกครั้งด้วยสีสันที่ประหลาดตา ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด เซเรสจ้องมองดวงตาของเธอที่กลายเป็นสีทองอำพันในวินาทีที่ความปรารถนาถูกปลดปล่อย เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับจะป้องกันไม่ให้ความลับของจักรวาลนี้หลุดรอดไปถึงมือของอัลริคที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองประสานเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงคำรามแผ่วต่ำที่เต็มไปด้วยความแค้นก็ดังก้องขึ้นจากด้านนอกกำแพงปราสาท กลิ่นสาบหมาป่าที่รุนแรงโชยเข้ามาพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้หน้าต่างบานใหญ่ร้าวฉาน เซเรสหยุดชะงัก สายตาที่เคยลุ่มหลงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งในทันที “มันมาถึงเร็วกว่าที่ข้าคิด” เขากระซิบพลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น “เอเลน่า เจ้าต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างหลังข้า หรือจะร่วมเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่เจ้าพยายามหนีมาตลอด” เสียงประตูไม้บานยักษ์ของห้องโถงถูกกระแทกจนพังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างกำยำที่ปกคลุมด้วยไอสังหาร อัลริคยืนตระหง่านอยู่ที่นั่น ดวงตาสีเหลืองอำพันของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น และในมือของเขา... คือสร้อยคอที่เอเลน่าเคยทำหายไปในป่าเมื่อหลายปีก่อน “ปล่อยนางเสีย เซเรส” อัลริคคำราม เสียงของเขาทำให้ผนังปราสาทสั่นสะเทือน “เพราะสิ่งที่นางถือครองอยู่นั้น... ไม่ใช่ของที่คนตายอย่างเจ้าจะคู่ควร!” เอเลน่าหันไปมองสร้อยเส้นนั้น แววตาของเธอเปลี่ยนไปทันที ราวกับความทรงจำที่ถูกปิดตายได้ถูกเปิดออกด้วยกุญแจดอกสุดท้าย หวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำไปกับความรุ่มร้อนในค่ำคืนนี้และเฝ้ารอการเผชิญหน้าครั้งต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%