"อย่าแม้แต่จะคิดขยับหนี ผมไม่ได้ใจดีขนาดที่จะปล่อยให้คุณเดินหลงทางอยู่ในเงาของตัวเองไปมากกว่านี้หรอกนะ เอเลน่า"
เสียงทุ้มต่ำของเซเรสดังขึ้นชิดใบหู ขณะที่เขากักขังร่างของหญิงสาวไว้กับผนังห้องสมุดเก่าแก่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษโบราณและมนตราที่ซ่อนเร้น มือหนาข้างหนึ่งกดทาบลงบนผนัง เหนือศีรษะของเอเลน่าเพื่อปิดตายทุกเส้นทางถอยร่น
เอเลน่าหอบหายใจถี่ เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของแวมไพร์หนุ่มที่แผ่ซ่านออกมาผ่านเนื้อผ้า ความเย็นเยือกในฐานะสิ่งมีชีวิตอมตะดูจะถูกสยบลงด้วยแรงปรารถนาที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้น ดวงตาสีรัตติกาลของเซเรสจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะฉีกกระชากความลับทุกอย่างที่เธอซ่อนไว้ในใจออกมาให้หมด
"คุณกำลังทำให้ฉันกลัว เซเรส..." เอเลน่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่ออันตราย แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเธอเอง
"กลัวผม?" เซเรสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากของเขาหยักยิ้มเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอันตรายและเสน่ห์ลุ่มลึก "หรือว่าคุณกำลังกลัว 'ตัวเอง' กันแน่ที่เริ่มจะโหยหาอ้อมกอดของปีศาจอย่างผม"
นิ้วเรียวยาวของเขาเลื่อนไล้ไปตามแนวขากรรไกรของเอเลน่าอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลที่ตัดกับบรรยากาศอันตึงเครียด เอเลน่าหลับตาลงเมื่อกลิ่นกายของเขา—กลิ่นหอมของไม้สนท่ามกลางพายุหิมะและความหวานจางๆ ของโลหิตชั้นสูง—จู่โจมประสาทสัมผัสของเธอจนแทบไร้ทางต้านทาน เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก และเธอก็เป็นเพียงเหยื่อที่เต็มใจเดินเข้าไปหาด้วยความสมัครใจ
"ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่..." เธอพึมพำ แต่ร่างกลับโน้มเข้าหาเขาโดยไม่รู้ตัว
"แต่คุณก็ไปไหนไม่ได้" เขาตอบพลางโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "เลือดของคุณกำลังร้องเรียกผม เอเลน่า มันเรียกร้องให้ผมทำในสิ่งที่บุรุษเพศพึงกระทำต่อคู่แท้... ไม่ว่าโชคชะตาจะขีดเขียนให้เราเป็นศัตรูหรือคนรัก แต่นาทีนี้ มีเพียงความกระหายที่เปี่ยมไปด้วยความหอมหวานเท่านั้นที่ผมมองเห็น"
บรรยากาศในห้องสมุดเริ่มบิดเบี้ยวจากพลังอำนาจที่เอ่อล้นออกมาจากตัวเซเรส เงามืดในมุมห้องเริ่มขยับไหวราวกับมีชีวิต พวกมันเกาะกุมแสงสว่างจนเหลือเพียงประกายตาสีอำพันที่วาวโรจน์ของแวมไพร์หนุ่มเพียงหนึ่งเดียว มือของเขาเปลี่ยนจากกรอบหน้าเลื่อนต่ำลงมายังลำคอระหง นิ้วโป้งกดคลึงที่ชีพจรที่เต้นแรงของเธออย่างหนักแน่น
เอเลน่าแอ่นอกขึ้นโดยสัญชาตญาณ เธอรู้สึกราวกับว่าหัวใจของเธอกำลังจะหลุดออกมาจากทรวงอก เซเรสไม่ได้เพียงแค่ครอบครองพื้นที่รอบกาย แต่เขากำลังบุกรุกเข้าไปถึงจิตวิญญาณของเธอ ความรู้สึกที่เคยถูกเก็บกดไว้ใต้ความไร้เดียงสาพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
"บอกผมสิ..." เซเรสกระซิบคำถามที่เฉือนลึกเข้าไปในความรู้สึกนึกคิด "ว่าสัมผัสของผม... มันทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเผาไหม้ไปพร้อมกับผมหรือไม่?"
เขากดจูบแผ่วเบาลงที่ซอกคอของเธอ เอเลน่าหลุดเสียงครางหวานหูออกมาโดยไม่ตั้งใจ ความรู้สึกที่พุ่งพล่านนั้นรุนแรงจนเธอแทบยืนไม่อยู่ หากไม่ใช่เพราะแขนแกร่งของเซเรสที่ตวัดโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น เธอคงทรุดลงไปกับพื้นนานแล้ว สัมผัสของเขาเหมือนกระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านร่าง ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่หลับใหลอยู่ภายใน
ทว่า ในขณะที่ความปรารถนากำลังถึงจุดเดือด เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยไอสังหารก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก
เซเรสชะงักกึก ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นความแข็งกร้าวในพริบตา เขาดึงตัวเอเลน่าเข้ามาซ่อนไว้ด้านหลัง พร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับประตูห้องสมุดที่ถูกผลักออกอย่างแรงจนบานพับแทบหัก
อัลริค อัลฟ่าหนุ่มผู้มีกลิ่นอายของหมาป่าป่าเถื่อนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีเหลืองทองของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่เห็นภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาแสยะยิ้มที่เผยให้เห็นเขี้ยวคมกริบ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งปราสาท
"ความอดทนของข้าหมดลงแล้ว เซเรส... คืนนี้ เลือดของนางจะถูกพรากไปจากอ้อมกอดเน่าเฟะของพวกเจ้า และคืนนี้จะเป็นคืนที่ราชาหมาป่าจะผงาดขึ้นปกครองทุกชีวิต!"
อัลริคยกมือขึ้นชี้มาที่เอเลน่าที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลังเซเรส ทันใดนั้น เงาร่างของเหล่าฝูงหมาป่าที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดก็พุ่งปรากฏกายขึ้นล้อมรอบห้องสมุดไว้ทุกทิศทาง เสียงคำรามก้องดังกังวานไปทั่ว เซเรสกระชับดาบเงินที่ปรากฏขึ้นในมือขวา สายตาของเขาไม่ได้เหลือบมองศัตรู แต่จ้องมองไปยังรอยแผลที่เริ่มปริแตกบนฝ่ามือของเอเลน่า ซึ่งหยดเลือดสีแดงสดหยดหนึ่งกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้ และทันทีที่หยดเลือดนั้นสัมผัสพื้น ปราสาททั้งหลังก็สั่นสะเทือนราวกับถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราที่ยาวนาน
เอเลน่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนในกระจกโบราณหลังอัลริค... เงาที่ปรากฏไม่ใช่เงาของคน แต่เป็นเงาของสัตว์ร้ายที่มีนัยน์ตาสีโลหิตจ้องมองออกมาจากร่างของเธอเอง
ภาคินทร์เที่ยงคืนขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามบททดสอบแห่งโชคชะตานี้ไปพร้อมกันนะครับ
รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน•ตอนที่ 6
กลิ่นกายที่ยากจะต้านทาน
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!