รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน•ตอนที่ 20

ในฐานะคู่แท้

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
"หากเจ้าคิดว่าเพียงแค่การแลกเปลี่ยนเลือดจะทำให้ข้าศิโรราบต่อโชคชะตาที่เน่าเฟะนี้... เจ้าก็ประเมินค่าความโกรธของอัลฟ่าผู้นี้ต่ำเกินไปแล้ว เซเรส!" เสียงคำรามของอัลริคดังก้องไปทั่วโถงหินโบราณ แรงกดดันมหาศาลจากไอเวทย์ของมนุษย์หมาป่าคลุ้งไปในอากาศ ราวกับพายุที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ในใจกลางของพายุนั้น เซเรสกลับยืนนิ่งสงบ เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ สายตาสีอำพันคมกริบจดจ้องไปยังร่างของเอเลน่าที่ยืนสั่นสะท้านอยู่เบื้องหลัง "โชคชะตาไม่ได้เน่าเฟะหรอกอัลริค แต่มันแค่ไม่ได้ถูกเขียนมาเพื่อคนอย่างเจ้า" เซเรสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อกุมมือเอเลน่าไว้แน่น ผิวสัมผัสเย็นเยียบของเขาประสานเข้ากับความร้อนผ่าวจากกายสาวทันทีที่ปลายนิ้วแตะกัน เอเลน่าสูดลมหายใจลึก ความรู้สึกประหลาดเริ่มแล่นปราดไปทั่วร่าง พลังงานที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนกำลังตื่นขึ้น มันไม่ใช่แค่เลือดของแวมไพร์หรือพลังแฝงในตัวเธอ แต่มันคือสายใยที่เชื่อมโยงวิญญาณของทั้งคู่เข้าด้วยกัน "เซเรส... ข้า... ข้ารู้สึกถึงมัน" เธอพึมพำ ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีเงินยวงที่ส่องประกายท่ามกลางความมืดมิดของปราสาท "ผ่อนคลายเถิดยอดรัก" เซเรสดึงร่างบางเข้ามาแนบชิด แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงจนอากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยว "ปล่อยให้มันไหลผ่านเจ้ามา... ให้พลังของคู่แท้ชำระล้างความโสมมที่กำลังรุกรานเรา" อัลริคคำรามลั่น ก่อนจะกระโจนเข้าหาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ กรงเล็บสีดำสนิทเงื้อสูงหมายจะปลิดชีพทั้งคู่ในคราเดียว ทว่าก่อนที่กรงเล็บนั้นจะถึงตัว แรงสะท้อนมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากร่างของเอเลน่าและเซเรส มันเป็นคลื่นพลังสีม่วงแกมครามที่แผ่ขยายออกไปดุจรัศมีแห่งดวงดารา ตูม! ร่างของอัลริคถูกซัดกระเด็นไปกระแทกกับผนังหินจนร้าวฉาน พลังอำนาจที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวของทั้งคู่นั้นทรงพลังจนแม้แต่พื้นปราสาทยังต้องสั่นสะเทือน ความร้อนแรงจากการสัมผัสในนาทีนี้ไม่ได้มาจากกามารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นความเชื่อมโยงระดับจิตวิญญาณ เอเลน่ารู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มในจุดที่ว่างเปล่ามาตลอดชีวิต ขณะที่เซเรสเองก็นิ่งงันไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ของพลังที่สะท้อนกลับมา "เจ้าเห็นไหม..." เซเรสกระซิบข้างใบหู ความเย็นเยียบจากลมหายใจเขาสลับกับความร้อนจากผิวกายทำให้เอเลน่าแทบละลาย "นี่คือสิ่งที่พวกเขากลัว... นี่คือสิ่งที่โชคชะตาเตรียมไว้ให้เราเพียงสอง" พวกเขาไม่ได้เพียงแค่ยืนเคียงข้างกัน พลังของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ที่รุนแรงและเยือกเย็นไหลวนเข้าหาพลังเวทย์โบราณในกายเอเลน่าเหมือนแม่น้ำสองสายที่บรรจบกันเป็นมหาสมุทร เสียงคลื่นพลังสะท้านอาณาจักรดังกึกก้องไปทั่วดินแดน ผืนป่าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนสี และท้องฟ้าที่เคยดำมืดกลับถูกแทนที่ด้วยดวงดาวที่พากันเรียงรายเสมือนร่วมเป็นสักขีพยาน อัลริคพยุงร่างตัวเองขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เลือดสีเข้มไหลซึมจากมุมปาก เขามองทั้งคู่ด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด "พวกเจ้า... พวกเจ้าทำอะไรลงไป! พลังนี้มันจะทำลายสมดุลของทั้งโลก!" "สมดุลที่สร้างบนความตายของผู้อื่นน่ะหรือ?" เอเลน่าก้าวออกมาข้างหน้า มือยังคงกุมประสานกับเซเรสไว้อย่างมั่นคง ดวงตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเหลืออยู่อีกต่อไป "หากความสมดุลหมายถึงการที่ข้าต้องสูญเสียคนที่รักไป เพื่อให้คนอย่างเจ้าได้มีอำนาจ... งั้นข้าก็ขอเป็นผู้ทำลายมันเอง" เซเรสกระชับมือเธอแน่นขึ้น ความมั่นใจในตัวคู่แท้ของเขาเอ่อล้น เขาโน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากของเธอเบาๆ ทว่าจุมพิตนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสไฟฟ้าที่แผ่พุ่งออกไปทั่วห้อง แรงอัดมหาศาลทำให้เพดานหินเริ่มถล่มลงมาเป็นเศษชิ้น แต่พวกเขากลับยืนอยู่ในวงล้อมของโล่พลังที่ไร้เทียมทาน ท่ามกลางเศษหินและฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย เซเรสขยับยิ้มให้กับอัลริคที่กำลังถอยร่นด้วยความสยดสยอง "อัลริค... เจ้าโง่เขลาที่คิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าแตะต้องนางได้" ทว่าในวินาทีที่คลื่นพลังกำลังจะเข้าถึงจุดสูงสุดเพื่อเผด็จศึก เอเลน่ากลับชะงัก เธอรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ... เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย แผ่วเบา แต่ทรงพลังยิ่งกว่าใครที่เคยพบมาก่อน ดังแทรกผ่านความโกลาหลเข้ามายังโถงปราสาท ร่างเงาในชุดคลุมสีเงินปรากฏตัวขึ้นที่ประตูด้านหลังของห้องนั้นเพียงเสี้ยววินาที ผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก 'เอน่า' อดีตราชินีแวมไพร์ที่ทุกคนเชื่อว่าตายไปแล้วนับร้อยปี นางไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่ในมือของนางกลับถือกล่องไม้แกะสลักที่บรรจุ 'หัวใจผลึก' สิ่งเดียวที่สามารถพรากพลังของคู่แท้ออกจากกันได้ตลอดกาล "ลูกเอ๋ย... เจ้าไม่ควรจะปลุกพลังนี้ขึ้นมาเร็วขนาดนี้เลย" เสียงที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเอน่าทำให้เซเรสต้องปล่อยมือจากเอเลน่าทันที ดวงตาของเขาสั่นไหวด้วยความไม่เชื่อสายตา "ท่าน... ท่านยังมีชีวิตอยู่?" เอน่าเผยรอยยิ้มที่น่าขนลุกก่อนจะเปิดกล่องไม้ในมือออก แรงดึงดูดมหาศาลพุ่งเข้าหาเอเลน่าจนร่างของเธอเซไปข้างหน้า เซเรสพยายามคว้าเธอไว้ แต่พลังจากหัวใจผลึกกลับผลักเขาให้กระเด็นออกไปคนละทิศทาง ในวินาทีที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกกระชากออกจากกัน ความมืดมิดมหาศาลก็พุ่งเข้าห่อหุ้มเอเลน่า ทิ้งให้เซเรสมองดูคู่แท้ของเขาถูกกลืนหายไปในเงาดำเบื้องหน้าโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและลึกลับในบทนี้ด้วยกันนะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืนจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสสัมผัสเสน่หาใต้เงามืดมน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%