กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 14

วิกฤตกลางงานประลอง

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"ความทะนงตัวของเด็กเหลือขอ... มักมีจุดจบที่กระดูกทั่วร่างแหลกสลายเป็นผุยผงเสมอ" เสียงหัวร่อเยียบเย็นดังสะท้อนก้องลานประลองยุทธ์ร้อยสำนัก เมฆหมอกแห่งปราณอัคคีแผดเผาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระอุ ฉินเยี่ยยืนหยัดอยู่กลางลานด้วยร่างที่อาบย้อมด้วยโลหิตสีชาด เส้นเอ็นที่ข้อมือขวาปูดโปนจนน่ากลัว แต่กระบี่หินนิลกาฬในมือกลับยังคงตั้งตรงมั่นคงดุจภูผา ไม่ยอมก้มหัวให้แก่แรงกดดันระดับเสาหลักแห่งสำนักมารโลหิตที่กดทับลงมาดั่งขุนเขา รอบลานประลอง ผู้คนนับหมื่นต่างกลั้นหายใจ ความเงียบงันปกคลุมราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้คลื่นลม ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจอมยุทธ์หนุ่มผู้ไร้สำนักหนุนหลังเช่นฉินเยี่ย จะกล้าท้าทายกฎเหล็กของสมาพันธ์ยุทธ์ และบังอาจสังหารบุตรชายคนโตของตระกูลใหญ่กลางเวทีประลองสิทธิ์ขาด "ฉินเยี่ย... เจ้าถอยไปเสียเถอะ" ผู้อาวุโสเป่ยหลัว แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ฝ่ามือขวาที่อัดแน่นด้วยพลังปราณอัคคีทมิฬถูกยกขึ้นสูง ไอความร้อนระดับแผดเผาวิญญาณแผ่ซ่านจนพื้นศิลาขาวใต้เท้าของฉินเยี่ยหลอมละลายกลายเป็นลาวาเดือดพล่าน "วันนี้ ต่อให้กระบี่ของเจ้าคมกล้าเพียงใด ก็ไม่อาจต้านทาน 'ทัณฑ์อัคคีผลาญภพ' ของข้าได้หรอก!" *ตูม!* คลื่นพลังเพลิงมหึมาพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของฉินเยี่ยในพริบตา ความเร็วนั้นรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสจากการประลองหลายรอบติดทำให้ฉินเยี่ยขยับช้าไปเพียงครึ่งลมหายใจ เปลวเพลิงสีดำสนิทแผดเผาเข้าที่หัวไหล่ขวา กลิ่นเนื้อไหม้เกรียมคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แรงกระแทกมหาศาลส่งร่างของเขาปลิวถอยหลังชนเข้ากับเสาศิลาศักดิ์สิทธิ์จนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เลือดคำใหญ่พุ่งทะลักออกจากปากของฉินเยี่ย ดวงตาคมกริบที่เคยเปล่งประกายความทระนงบัดนี้ฉายแววพร่ามัว ปราณกระบี่ในตันtian (ตันเถียน) ปั่นป่วนจนแทบจะแตกสลาย เขายันกายลุกขึ้นด้วยปลายกระบี่ แม้ร่างกายจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย แต่กระดูกสันหลังยังคงตั้งตรงไม่ยอมก้มโค้งให้ผู้ใด "ข้า... ยังแพ้ไม่ได้..." เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังหลุดลอดจากริมฝีปากที่ซีดเผือด ผู้อาวุโสเป่ยหลัวแค่นเสียงเยาะหยัน "ดื้อด้านนัก งั้นก็จงดับสูญไปพร้อมกับความทะนงของเจ้าเสียเถอะ!" ฝ่ามือเพลิงครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิมนับสเท่า เป้าหมายไม่ใช่แค่การบาดเจ็บ แต่เป็นการทำลายรากฐานวิญญาณไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกตลอดกาล ฉินเยี่ยเงยหน้าขึ้นมองเปลวเพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ เขารู้ดีว่านี่คือขีดจำกัดของตนเองแล้ว ร่างกายนี้มาถึงทางตันอย่างแท้จริง ทว่า ในแววตาคู่คมนั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเสียดาย... เสียดายที่ยังไม่สามารถทวงความยุติธรรมให้ตระกูลได้จนหมดสิ้น และเสียดายที่... จะไม่ได้พบหน้านางอีก ทันใดนั้นเอง... ทั่วทั้งลานประลองที่เคยร้อนระอุด้วยไอเพลิง กลับลดอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบ ราวกับถูกดึงเข้าสู่ฤดูเหมันต์พันปีในชั่วพริบตา! เกล็ดน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์นับล้านชิ้นโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก เสียงกังวานใสราวกระดิ่งเงินดังก้องกังวานสะท้านไปถึงจิตวิญญาณของผู้คนนับหมื่น ความเย็นเยียบนี้ไม่ใช่ความหนาวเหนียวธรรมดา แต่เป็น 'เขตแดนเซียน' ที่กดทับกฎเกณฑ์ของฟ้าดินให้ต้องสยบยอม! "นะ... นี่มันพลังอันใดกัน?!" ผู้อาวุโสเป่ยหลัวเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก คลื่นเพลิงสีดำที่เขากำลังซัดออกไปถูกความเย็นยะเยือกแช่แข็งกลางอากาศในพริบตา ก่อนจะแตกละเอียดเป็นผุยผงสีขาวร่วงหล่นลงสู่พื้น ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่โปรยปราย ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์ปักษาค่อยๆ ก้าวลงมาจากฟากฟ้า ราวกับเทพธิดาน้ำแข็งผู้สูงส่งเกินกว่าที่มนุษย์ปุถุชนจะกล้าเอื้อมมือแตะต้อง ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติประดุจงานแกะสลักจากหยกสวรรค์ แต่ทว่า... เย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับมองมดปลวกในสายตา ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้คนรอบลานประลองด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้ผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักต่างๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ไป๋หลินซวง! นางเซียนผู้ปกครองยอดเขาเมฆาผู้เก็บตัวเงียบมานับพันปี ไร้ผู้ใดเคยเห็นนางก้าวลงจากยอดเขาเพื่อยุ่งเกี่ยวกับโลกมนุษย์ เหตุใดวันนี้... นางจึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่? และที่สำคัญยิ่งกว่า... สายตาคู่นั้นที่กำลังทอดมองไปยังร่างโชกเลือดของฉินเยี่ยเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นอย่างแนบเนียน "บังอาจนัก..." น้ำเสียงหวานใสแต่เยียบเย็นดุจคมมีดน้ำแข็งเอื้อนเอ่ยออกมาเพียงคำเดียว ทว่ากลับสร้างแรงกระแทกมหาศาลใส่หน้าอกของผู้อาวุโสเป่ยหลัวจนกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ร่างของยอดฝีมือแห่งสำนักมารโลหิตปลิวถอยหลังไปนับร้อยก้าว ล้มลงกระแทกพื้นอย่างไร้ทางสู้ ฉินเยี่ยหอบหายใจหนักหน่วง เงยหน้าขึ้นมองสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกวูบ "เจ้า... เหตุใดจึงลงมา..." ไป๋หลินซวงไม่ได้เอวาจาตอบคำถาม นางเพียงแต่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ม่านพลังน้ำแข็งบริสุทธิ์ก็แผ่ขยายปกป้องร่างของฉินเยี่ยไว้จากสายตานับหมื่นคู่ นางก้าวเข้ามาใกล้ ชั่วพริบตานั้น กลิ่นอายหอมเย็นราวดอกเหมันต์กลางหุบเขาพันปีก็ลอยแตะจมูก นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวเอื้อมออกไปแตะที่หน้าอกของเขาเบาๆ เพื่อถ่าย "เจ้าคนโง่..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู มีเพียงเขากับนางที่ได้ยิน "ข้าอนุญาตให้เจ้าตายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?" ท่ามกลางความตะลึงงันของทุกคนในลานประลอง ไป๋หลินซวงกลับหันขวับไปมองที่ขอบฟ้าเบื้องบน ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีทองคำคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าดิน แรงกดดันระดับมหาเทพเซียนพุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบน ท่าทางของนางเซียนผู้เยือกเย็นกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ที่ขอบฟ้าไกลโพ้น ร่างของเงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่ามกำลังก้าวเดินผ่านมิติเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ดังสะท้อนก้องฟ้าดิน "ไป๋หลินซวง... เจ้ากล้าฝ่าฝืนกฎสวรรค์ ลงมาช่วยมนุษย์แดนล่างเพื่อบุรุษผู้เดียว โทษทัณฑ์ครั้งนี้ ต่อให้เจ้ามีพลังเซียนหมื่นปี ก็ไม่แคล้วต้องดับสูญพร้อมกับมัน!" ขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางฝ่าลมหนาวและคมกระบี่มา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%