"เจ้ากล้าดียังไงถึงซ่อนศิลาจารึกโลหิตสำนักมารไว้เบื้องหลังค่ายกลเหมันต์ของข้า!"
สุ้มเสียงของไป๋หลินซวงเยียบเย็นดุจสายลมหนาวจากขอบนรกไร้กาลเวลา นางมิได้ตะโกน ทว่าพลังปราณหิมะหมื่นปีที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างระหงกลับกดทับบรรยากาศรอบกายจนแผ่นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ในมือเรียวดุจหยกสลักของนางถือศิลาสีชาดที่ส่งกลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้ง ซึ่งถูกดึงออกมาจากซอกผาด้านหลังตำหนักเมฆา—จุดที่ควรมีเพียงค่ายกลบริสุทธิ์ของนางเท่านั้น
ฉินเยี่ยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทสะท้อนประกายจันทร์เสี้ยว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตาที่ทอดมองนางกลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงที่ถูกเหยียบย่ำ เขามิได้ขยับตัว มิได้แก้ตัว มีเพียงมือข้างที่กุมด้ามกระบี่วิญญาณโลหิตที่สั่นน้อยๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดขี่
"หากข้าต้องการซ่อนมัน ข้าคงไม่ปล่อยให้เจ้าหาพบง่ายดายถึงเพียงนี้หรอกกระมัง" สุ้มเสียงของฉินเยี่ยแหบพร่า ทว่าบาดลึกราวกับคมกระบี่ที่กรีดผ่านเนื้อเยื่อ
"คำแก้ตัวของบุรุษจอมทรยศ!" ไป๋หลินซวงแค่นหัวเราะ ดวงตาคู่งามที่เคยทอประกายอบอุ่นยามเมื่ออยู่ลำพังกับเขากลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็งแกะสลัก นางยอมละทิ้งกฏเหล็กแห่งยอดเขาเมฆา ยอมแม้กระทั่งหันหลังให้กับผู้อาวุโสในสำนักเพื่อปกป้องเขาจากข้อหาฆ่าล้างตระกูล ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับเป็นการหักหลังอย่างเลือดเย็นเช่นนี้หรือ? ศิลาจารึกโลหิตนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงกับการสังหารหมู่ที่สำนักกระบี่เมฆาเมื่อสามวันก่อน และมันถูกซ่อนไว้ในอาณาเขตส่วนตัวของฉินเยี่ย!
"เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนทำเช่นนั้นหรือ?" ฉินเยี่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเซียนสาวผู้สูงส่ง ความเจ็บปวดสายหนึ่งแล่นผ่านก้นบึ้งหัวใจที่ด้านชาของเขามาเนิ่นนาน เขาเป็นคนเย่อหยิ่ง เป็นจอมยุทธ์ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้แต่ฟ้าดินเขายังกล้าท้าทาย แล้วไยเขาต้องมาลดตัวอธิบายความบริสุทธิ์ต่อหน้าสตรีที่ไร้ความเชื่อใจกันเล่า?
"หลักฐานคาตาเช่นนี้ ยังต้องให้ข้าถามหาคำอธิบายใดอีก?" ไป๋หลินซวงสะบัดแขนเสื้อ ปราณเหมันต์พวยพุ่งกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งคมกริบนับพันชิ้นลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ทุกอณูอากาศรอบตัวพวกเขาลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว "ฉินเยี่ย... ข้าเคยคิดว่าเจ้าเป็นเพียงบุรุษผู้ทะนงตนแต่มีคุณธรรมในหัวใจ ทว่าที่แท้เจ้าก็ไม่ต่างจากพวกมารโลหิตกระหายเลือดเหล่านั้น!"
คำว่า 'มารโลหิตกระหายเลือด' ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของจอมยุทธ์หนุ่ม ศักดิ์ศรีและความซื่อตรงที่เขายึดมั่นมาตลอดชีวิตถูกเหยียบย่ำด้วยความระแวงสงสัยของสตรีที่เขามอบใจให้ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึกของฉินเยี่ย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาและตัวนาง
"ดี... ในเมื่อเจ้าปักใจเชื่อเช่นนั้นแล้ว ไยต้องเปลืองน้ำลายถามหาความจริงจากข้าอีกเล่า?" ฉินเยี่ยก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลังปราณอัคคีจิตวิญญาณในตันtianระเบิดวูบขึ้นมาต้านทานแรงกดดันของปราณเหมันต์ รอบกายเขาปรากฏเปลวเพลิงสีชาดลุกโชนตัดกับความหนาวเหน็บสีขาวโพลนอย่างน่ากลัว "อยากได้ชีวิตข้าเพื่อนำไปสังเวยความยุติธรรมของสำนักเซียนนักใช่ไหม? เข้ามาสิ!"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดถึงขีดสุดราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนสุดแรง ไร้ซึ่งคำอธิบาย ไร้ซึ่งความลังเล มีเพียงทิฐิและอารมณ์ชั่ววูบที่กำลังผลักดันให้พวกเขาก้าวไปสู่เหวนรกแห่งความเข้าใจผิด ไป๋หลินซวงกัดริมฝีปากจนห่อเลือด หัวใจของนางเจ็บแปล๊บราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง นางรักเขา ยอมแม้กระทั่งเอาชื่อเสียงพันปีของเซียนหิมะมาเดิมพัน แต่วินาทีนี้เขากลับเลือกที่จะท้าทายและผลักไสนางออกไปอย่างไม่ใยดี
"เจ้าบังคับข้าเองนะ..." ไป๋หลินซวงหลับตาลงหยดน้ำตาใสที่ร่วงหล่นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งก่อนจะทันสัมผัสพื้น เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคู่นั้นก็เหลือเพียงความไร้หัวใจดุจหินผา
พริบตานั้นเอง แสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ก็สะท้อนวาบตัดผ่านความมืดมิดของยามราตรี ไป๋หลินซวงชักกระบี่ประจำกาย 'เหมันต์นิรันดร์' ออกจากฝัก รังสีดาบพุ่งทะยานเสียดฟ้าจนหมู่เมฆบนยอดเขาแตกกระจาย นางพุ่งร่างเข้าหาฉินเยี่ยด้วยความเร็วราวยอดภูตพราย ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงเจตంటสังหารที่เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
ฉินเยี่ยไม่หลบหนี เขาคำรามลั่นฟ้า กระบี่วิญญาณโลหิตในมือแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีชาดที่ร้อนแรงที่สุดในรอบร้อยปี ปลายกระบี่ทั้งสองเล่มพุ่งเข้าปะทะกันกลางอากาศ เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะเทือนจากการปะทะของยอดฝีมือทั้งสองทำให้ภูเขาน้ำแข็งสะเทือนเลื่อนลั่น ก้อนหินขนาดมหึมาพังทลายลงมาตามลาดผา
พวกเขากวัดแกว่งกระบี่เข้าใส่กันอย่างดุเดือดอย่างไร้ความยั้งคิด ทุกกระบวนท่าคือการเอาชีวิต ทุกสายตาที่ประสานกันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความเจ็บปวดที่อัดแน่น ปราณอัคคีและปราณเหมันต์เข้าห้ำหั่นกันจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำ
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ปลายกระบี่ของไป๋หลินซวงพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณหัวใจของฉินเยี่ย และกระบี่ของฉินเยี่ยกำลังจะกรีดผ่านลำคอระหงของนาง ทั้งสองพลันชะงักค้าง!
พลังปราณที่รุนแรงสะท้อนกลับจนกระอักเลือดออกมาพร้อมกันทั้งคู่ ร่างของทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปคนละทาง ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าบาดแผลภายในร่างกาย คือเงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งที่พุ่งทะยานออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยวเบื้องหลังพวกเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา...
"ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นคู่รักที่โง่งอมยิ่งนัก! ข้าเพียงแค่โยนหินก้อนเดียว ก็ทำให้เสือสองตัวขย้ำกันเองจนปางตายได้แล้ว!"
ฉินเยี่ยและไป๋หลินซวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเงาดำนั้นปรากฏกายขึ้นพร้อมกับศิลาจารึกโลหิตอีกชิ้นในมือ และใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างยิ่งของผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักกระบี่เมฆา!
ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าคมกระบี่และสายลมหนาวมาจนถึงตอนนี้นะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 20
รอยร้าวแห่งมิตรภาพ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!