โลหิตหยดแรกที่ร่วงเผาผลาญพื้นศิลาอัคคีจนเกิดเสียงดังฉ่า ไม่ใช่เพราะความร้อนของหินผา แต่เป็นเพราะไอเย็นยะเยือกจากกระดูกมังกรนิลที่กำลังถูกแผดเผาด้วยไฟชะตาฟ้า
“หากเจ้าขยับแม้แต่นิ้วเดียว พลังปราณย้อนกลับจะฉีกวิญญาณเจ้าออกเป็นเจ็ดส่วน... ฉินเยี่ย”
น้ำเสียงของไป๋หลินซวงเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งพันปี นางยืนอยู่เบื้องหน้าวงอักขระโบราณ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงเรืองรองของค่ายกลพิธีล้างกระดูก เม็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามกรอบหน้าผากขาวเนียน แม้แต่เซียนหิมะผู้ครองยอดเขาเมฆาไร้พ่ายเช่นนาง ก็ยังต้องสั่นสะท้านยามเมื่อต้องถ่ายทอดพลังปราณสวรรค์เข้าสู่ร่างของชายหนุ่มผู้นี้
ฉินเยี่ยกัดฟันแน่นจนเลือดสดๆ ไหลรินมุมปาก ความเจ็บปวดจากการชำระล้างไขกระดูกไม่ได้มาจากคมดาบ แต่เป็นความรู้สึกราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มกำลังกรีดแทะเข้าไปถึงแก่นแท้แห่งวิญญาณ กระบี่หิมะผ่าปฐพีที่เหน็บอยู่ข้างกายส่งเสียงสั่นคำรามก้องราวกับรับรู้ถึงความทรมานของผู้เป็นนาย
“ข้า... ไม่ตายง่ายๆ หรอก” ฉินเยี่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอประกายดื้อรั้น ทะนงตนจนวินาทีสุดท้าย แม้ร่างกายจะถูกกดทับด้วยมหาอำนาจแห่งฟ้าดิน “ข้ายังมีหนี้เลือดที่ต้องสะสาง... ตระกูลฉินจะไม่ตายอย่างไร้ค่า!”
“คนอวดดี” ไป๋หลินซวงเอ็ดเบาๆ ในลำคอ ทว่าแววตาที่มองเขากลับไหววูบด้วยความรู้สึกที่นางเองก็ไม่อาจนิยาม นางจำต้องยอมเสี่ยงใช้ 'วิชาเปลี่ยนกระดูกสวรรค์' ซึ่งเป็นวิชาต้องห้าม เพื่อให้ฉินเยี่ยสามารถรองรับพลังปราณระดับมหาเซียนได้ มิฉะนั้น เมื่อเขาเผชิญหน้ากับศัตรูแห่งแคว้นในวันข้างหน้า ร่างกายมนุษย์เดินดินธรรมดาจะแหลกสลายเป็นจุลตั้งแต่กระบวนท่าแรก
อัคขระสีทองอร่ามเริ่มหมุนวนรอบตัวฉินเยี่ย ราวกับโซ่ตรวนแห่งพันธนาการที่ถูกหลอมขึ้นจากกฎเกณฑ์ของฟ้าดิน ทุกครั้งที่อัคขระเหล่านี้เคลื่อนผ่านผิวเนื้อ เสียงกรีดร้องของวิญญาณบรรพชนที่สถิตในกระดูกเก่าก็ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท มันคือบททดสอบความเป็นความตายที่จอมยุทธ์ร้อยคนผ่านมาได้เพียงคนเดียว
“หลินซวง...” ฉินเยี่ยเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สติของเขาเริ่มเลือนรางท่ามกลางเปลวเพลิงสีครามที่ลุกโชนขึ้นจากเบื้องล่าง “หากข้า... ก้าวข้ามผ่านเขตแดนนี้ไม่ได้ จงใช้กระบี่ของเจ้า... เด็ดหัวข้าเสีย อย่าปล่อยให้ข้ากลายเป็นปีศาจคลุ้มคลั่ง”
ไป๋หลินซวงชะงักไปชั่วลมหายใจ ร่างระหงของนางสะั่นสะท้านเล็กน้อย นางไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดเข้าใกล้หัวใจที่ปิดตายมานับพันปี ทว่าชายหนุ่มผู้นี้กลับรุกรานเข้ามาในชีวิตของนางด้วยความดื้อรั้นและศรัทธาอันแรงกล้าในวิถีกระบี่
“ข้าไม่ยอมให้เจ้าตาย... ทั้งที่ยังไม่ได้ทวงคืนความยุติธรรมให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น!” นางตวาดเสียงกร้าว ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยว นางสะบัดมือซัดพลังปราณเซียนสายสุดท้ายเข้าสู่จุดตันเทียนของฉินเยี่ยโดยไม่ลังเล
*ตูーム!* (เสียงระเบิดกัมปนาท)
คลื่นกระแทกสีขาวโพลนแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ทำลายผนึกศิลาอัคคีรอบด้านจนแตกละเอียดเป็นผุยผง ร่างของฉินเยี่ยลอยเคว้งกลางอากาศ ภายใต้แสงสว่างจ้าของค่ายกลที่กำลังแปรเปลี่ยนสีจากสีทองเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมหลังเสียงระเบิด เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากหน้าประตูถ้ำลี้ลับ
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เงาร่างหนึ่งก้าวล่วงเข้ามาในเขตหวงห้าม พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ทำให้บรรยากาศภายในถ้ำดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... เซียนผู้สูงส่งแห่งยอดเขาเมฆา กำลังใช้พลังของตนเองเพื่อชุบชีวิตมดปลวกตัวหนึ่งอย่างนั้นหรือ?”
ไป๋หลินซวงหันขวับไปมอง รัศมีกระบี่รอบกายของนางพุ่งทะยานขึ้นฟ้าด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่าเมื่อสายตาปะทะเข้ากับผู้มาเยือน ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นเสมอมากลับซีดเผือดลงในทันที
“เจ้า... เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?!”
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความหนาวเหน็บและคมกระบี่นี้ไปพร้อมกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 6
พิธีล้างกระดูก
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!