ไอน้ำแข็งสีครามมิได้เกิดจากความหนาวเหน็บตามธรรมชาติ หากแต่แผ่ซ่านออกมาจากจิตสังหารที่ถูกกดทับไว้ภายใต้สำนึกของยอดเขาเมฆา
ฉินเยี่ยกวาดสายตาคมกริบดุจคมกระบี่ไร้พ่ายไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาแตะอยู่บนด้าม "กระบี่เหมันต์ผ่าปฐพี" ที่ส่งเสียงสั่นระรัวรากับกระหายเลือด ปราณกระบี่สายหนึ่งพวยพุ่งออกจากร่างของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว กรีดเฉือนเกล็ดหิมะบนพื้นศิลาจนแตกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา
"เจ้าสัมผัสได้เช่นเดียวกับข้าใช่หรือไม่..."
เสียงหวานเยือกเย็นดุจสายน้ำค้างบนยอดผาน้ำแข็งดังขึ้นแผ่วเบา ร่างระหงของไป๋หลินซวงปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขาอย่างเงียบเชียบ นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนสวรรค์ผู้สูงส่ง ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายประกายระมัดระวังอย่างหาได้ยากยิ่ง ไอร้อนจากแดนทมิฬที่ลอยล่องมาตามกระแสลมเมื่อครู่... เจือด้วยกลิ่นอายโลหิตที่น่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก
"หึ..." ฉินเยี่ยแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "สุนัขรับใช้แห่งสำนักมารทมิฬช่างมีความเพียรพยายามยิ่งนัก รู้ทั้งรู้ว่ายอดเขาเมฆานี้คือเขตแดนแห่งเซียนผู้บริสุทธิ์ ไฉนจึงยังกล้าส่งเศษสวะขึ้นมาเดินเกลื่อนกลาดบนแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้"
"พวกมันมิได้มาเพื่อเยือน แต่มันมาเพื่อ 'หยั่งเชิง'" ไป๋หลินซวงกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาคู่งามทอประกายล้ำลึก นางก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกก้าวหนึ่ง จนกลิ่นอายหิมะบริสุทธิ์จากร่างนางผสมผสานเข้ากับปราณกระบี่อันดุดันของเขา "รอยเท้าบนลานหินเบื้องล่างนั่น... มีค่ายกลสะกดวิญญาณแฝงอยู่ หากเราไม่ทำลายมันเสีย เกรงว่าอีกไม่นาน ข่ายอักขระคุ้มกันยอดเขาคงถูกกัดกร่อนจนพังทลาย"
ฉินเยี่ยไม่เอ่ยคำใดตอบรับ มือหนาตวัดกระบี่ออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว เสียง "คลิก" ของโลหิตและเหล็กกล้าก้องกังวานบาดแก้วหู ปราณกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเมฆหมอกสีขาวถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างงดงามและน่าสะพรึงกลัว วิถีกระบี่ของเขาคือความเด็ดเดี่ยวที่ไม่เคยยอมจำนนต่อฟ้าดิน หากสำนักมารทมิฬกล้าส่งคนมารุกค้ำคอถึงถิ่น เขาก็พร้อมจะใช้คมกระบี่นี้ส่งพวกมันกลับลงไปในขุมนรกโลกันตร์ด้วยความตายที่สาสม
"ระวังตัวด้วย ไป๋หลินซวง..." ฉินเยี่ยเอמהขึ้นเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกวาดมองไปยังเงาดำที่เคลื่อนไหววับๆ แวมๆ อยู่หลังม่านหมอกหนาทึบเบื้องล่าง "พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว และพลังที่แผ่ออกมา... มิใช่ระดับยอดฝีมือทั่วไป"
บรรยากาศบนยอดเขาพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ลมหายใจของทั้งคู่ประสานเข้ากับจังหวะการเต้นของหัวใจที่เตรียมพร้อมรับมือกับศึกนองเลือด ไป๋หลินซวงเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ทะนงตนผู้นี้ นางยื่นมือเรียวบางออกไปสัมผัสแขนเสื้อของเขาแผ่วเบา ความอบอุ่นจากร่างกายของมนุษย์ผู้ฝืนลิขิตฟ้าทำให้หัวใจที่ด้านชามานับพันปีของนางสั่นไหวอย่างรุนแรง
"หากพวกมันกล้าแตะต้องท่าน... ข้าจะแช่แข็งวิญญาณพวกมันให้แตกสลายเป็นจุลโดยไม่ให้เหลือแม้แต่เศษธุลี" น้ำเสียงของนางเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี ทว่ากลับแฝงความห่วงใยที่ล้ำลึกจนฉินเยี่ยต้องชะงักไปชั่วขณะ
ทันใดนั้นเอง!
เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งทะยานแหวกม่านหมอกขึ้นมาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่สีดำสนิทอาบยาพิษมุ่งตรงมายังจุดตายกลางหลังของฉินเยี่ยอย่างไร้สุ้มเสียง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา... "ฮ่าๆๆๆ! เจ้าสำนักเซียนหิมะกับไอ้หนุ่มกระบี่เดียวดาย วันนี้คือวันตายของพวกแก!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความหนาวเหน็บและคมกระบี่นี้ไปพร้อมกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 7
การมาเยือนของศัตรูเร้นลับ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!