"หากเจ้ายังคงใช้จิตที่เร่าร้อนควบคุมกระบี่หิมะเก้าชั้นฟ้าเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็ว... พลังปราณย้อนกลับจะแผดเผาเส้นชีพจรของเจ้าจนกลายเป็นจุล ฉินเยี่ย"
เสียงหวานเยือกเย็นดุจสายน้ำค้างบนยอดไผ่กลางเหมันต์เอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำศิลาจันทราที่รายล้อมด้วยไอหมอกสีขาวโพลน ไป๋หลินซวง เซียนหิมะผู้สูงส่งไร้ผู้ต่อต้าน ปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังร่างของจอมยุทธ์หนุ่มอย่างเงียบเชียบ ราวกับนางเป็นส่วนหนึ่งของสายลมหนาวเหน็บที่พัดผ่านเข้ามาในค่ำคืนนี้
ฉินเยี่ยสะดุ้งเล็กน้อย หยาดเหงื่อกาฬไหลรินลงตามกรอบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและทะนงตน เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน แม้ลมหายใจจะหอบกระชั้นจากการโคจรปราณที่ผิดเพี้ยนไปชั่วขณะ ทว่านัยน์ตาคู่นั้นยังคงทอประกายดุดันดุจพยัคฆ์หนุ่มที่ไม่ยอมสยบให้แก่ฟ้าดิน
"วิถีกระบี่ของข้า... ข้าเป็นผู้เลือกเอง ต่อให้เส้นชีพจรแหลกสลายเป็นผุยผง ข้าก็ไม่มีวันก้มหัวให้เคล็ดวิชาที่ต้องตัดขาดซึ่งอารมณ์ความรู้สึกหรอกนะ" ฉินเยี่ยกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา
ไป๋หลินซวงชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คายที่มักจะเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์มานับพันปี ไหววูบราวน้ำในบึงลึกถูกลมพัดผ่าน นางมองชายหนุ่มผู้ดื้อรั้นตรงหน้า ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่นางไม่เคยสัมผัสมาเนตรนานนับกัลปัปกำลังก่อตัวขึ้นในอก มันทั้งอุ่นร้อนและเปราะบางในคราวเดียวกัน
ความจริงแล้ว การบำเพ็ญเพียรคู่เพื่อทะลวงขอบเขตพลังขั้นถัดไปในคัมภีร์หิมะอัคคี มิใช่เรื่องง่ายดาย การผสานระหว่าง "หยิน" อันบริสุทธิ์ของนางและ "หยาง" อันดุดันของเขา เปรียบเสมือนการนำอัคคีหมื่นองศามาหลอมรวมกับน้ำแข็งพันปี หากจิตไม่นิ่งพอ ทั้งสองจะต้องตกตายภายใต้ทัณฑ์ปราณย้อนกลับอย่างไม่ต้องสงสัย
นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยละล่องปะปนกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ จากร่างกายของฉินเยี่ย ไป๋หลินซวงยื่นมือเรียวบางดุจหยกสลักออกไปปลายนิ้วแตะลงที่กลางแผ่นหลังของเขาแผ่วเบา
"โง่เขลา... เจ้าคิดว่าการฝืนทนแบกรับความแค้นของตระกูลไว้เพียงลำพัง จะทำให้คมกระบี่ของเจ้าไร้เทียมทานงั้นหรือ?" น้ำเสียงของนางอ่อนลงเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน
เมื่อปลายนิ้วเรียวสัมผัสถูกจุดชีพจรสำคัญ ความร้อนรุ่มจากลมปราณอัคคีในกายของฉินเยี่ยก็พลุ่งพล่านขึ้นอย่างรุนแรงอีกระลอก ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ความรู้สึกเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนต้องกัดฟันกรอด ทว่าในขณะเดียวกัน กระแสความเย็นเยือกบริสุทธิ์จากร่างของไป๋หลินซวงก็ไหลทะลักเข้ามาบรรเทาความร้อนรุ่มนั้น ราวกับสายฝนโปรยปรายลงบนผืนป่าที่กำลังถูกไฟแผดเผา
ฉินเยี่ยหันกลับมามองนาง แววตาที่เคยแข็งกร้าวพลันอ่อนลงเมื่อสบเข้ากับดวงตางดงามล้ำลึกคู่นั้น ในระยะประชิดนี้ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างที่ดูราวกับไร้หัวใจของนาง
"หลินซวง... ข้า..."
"อย่าพูดอันใด ปิดตาลง... แล้วปล่อยให้วิญญาณของเจ้านำทาง" ไป๋หลินซวงเอ่ยขัดขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่นางเองก็ไม่คาดคิด
เซียนหิมะผู้สูงศักดิ์หลับตาลงช้าๆ ก่อนจะขยับกายเข้าไปใกล้จนแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกัน ท่ามกลางความหนาวเหน็บของถ้ำศิลาและหิมะโปรยปรายนอกหน้าต่าง ทั้งสองเริ่มโคจรพลังปราณประสานกันอีกครั้ง คราวนี้มิใช่การบังคับฝืนทอน ทว่าเป็นการยอมจำนนต่อกันและกันจากก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณ
หยดน้ำค้างบนยอดหญ้าที่สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน ค่อยๆ กลั่นตัวและหยดลงสู่พื้นดินด้านล่าง เช่นเดียวกับกำแพงน้ำแข็งในใจของเซียนสาวที่ค่อยๆ ละลายหายไปทีละน้อย
ท่ามกลางห้วงภวังค์แห่งการบำเพ็ญเพียรที่ลึกซึ้ง พลังปราณรอบกายทั้งสองเริ่มหมุนวนกลายเป็นพายุหมุนสีขาวและทองสลับกัน อุณหภูมิภายในถ้ำแปรปรวนอย่างหนัก ร่างของทั้งสองลอยขึ้นเหนือพื้นศิลาเล็กน้อยด้วยแรงกดดันมหาศาลจากขอบเขตพลังที่กำลังจะทะลวงผ่าน
ฉินเยี่ยรวบรวมสติที่เหลืออยู่ทั้งหมด โอบประคองร่างบางของนางไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ทว่าในวินาทีที่พลังปราณกำลังจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวจนสมบูรณ์แบบนั้นเอง...
ก๊าซซซ!
เสียงคำรามกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจกลางยอดเขาเมฆา ดังทะลวงทะลุชั้นหินลงมาจนพื้นถ้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกับกลิ่นอายมารอันชั่วร้ายนับร้อยสายที่แผ่พุ่งเข้ามาปิดล้อมถ้ำศิลาจันทราไว้ทุกด้านอย่างกะทันหัน!
นัยน์ตาของไป๋หลินซวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางลืมตาขึ้นทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งย้อยอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนของผู้ที่มาเยือนยามวิกาลนี้
"พวกมัน... ตามรอยกֵลีย... มาเจอเร็วกว่าที่คิด" นางพึมพำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
ทว่าก่อนที่ฉินเยี่ยจะได้ชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อรับมือ ศิลาประตูถ้ำด้านนอกก็ระเบิดออกเป็นจุล พร้อมกับเงาร่างของบุคคลในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทิศทาง—
"ฮ่าๆๆๆ! ศิษย์น้องไป๋... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการหลบมาบำเพ็ญเพียรกับไอ้สวะตระกูลฉินผู้นี้ จะช่วยให้เจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของสำนักมารโลหิตได้!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความหนาวเหน็บและคมกระบี่นี้ไปพร้อมกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 5
หยดน้ำค้างบนยอดหญ้า
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!