เศษกระดูกสัตว์ป่าที่ถูกเผาจนดำเป็นตอตะโกยังส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งอยู่ในโพรงถ้ำอัสดง – ฉินเยี่ยไม่เคยใส่ใจกลิ่นซากศพ เขากลับคุ้นชินกับมันเสียยิ่งกว่ากลิ่นหอมของกำยานในสำนักเซียนใหญ่โตมโหฬาร ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการกำด้ามกระบี่มานับครั้งไม่ถ้วนกำลังเขี่ยกองเถ้าถ่านตรงหน้าอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความมืดสลัว มีเพียงประกายไฟสีชาดจากกองฟิวมอดที่สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาดำขลับคู่นั้น เผยให้เห็นร่องรอยของแผลเป็นลึกที่พาดผ่านสันกระดูกโครงหน้า – ร่องรอยจากคืนสังหารหมู่เมื่อสิบปีก่อน คืนที่โลหิตของคนสกุลฉินย้อมผืนป่าไผ่จนกลายเป็นสีแดงฉาน
"เจ้ายังคงขุดคุ้ยซากศพที่เน่าเปื่อยเหล่านี้ด้วยความแค้นเคือง... ช่างเป็นความโง่เขลาที่น่าสมเพชยิ่งนัก"
เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วกระทบสายลมหนาว แต่กลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ไป๋หลินซวงก้าวเท้าออกมาโดยไร้ซุ่มเสียง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางตัดกับความโสมมภายในถ้ำราวกับดอกบัวหิมะที่ผุดขึ้นจากกองโคลนตม ดวงหน้าประณีตงดงามไร้ที่ติทว่าราบเรียบไร้อารมณ์ ดวงเนตรคู่นั้นกวาดมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ทะนงตนด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่นางเองก็ไม่อาจนิยามได้
ฉินเยี่ยไม่แม้แต่จะเหลียวแล เขายังคงจ้องมองเศษโลหะชิ้นหนึ่งที่ถูกฝังอยู่ใต้กองเถ้าถ่าน มันเป็นเศษป้ายประจำตระกูลสลักจากหยกโลหิตที่บิ่นเสียหาย ลวดลายแกะสลักรูป ‘กระบี่ทะยานเมฆา’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลฉินยังคงพอสังเกตเห็นได้รางเลือน
"ข้าไม่ได้ขุดคุ้ยซากศพ... ข้ากำลังค้นหาความจริงที่ถูกฝังกลบต่างหาก, ไป๋หลินซวง" น้ำเสียงของฉินเยี่ยแหบพร่าทว่าทรงพลัง กังวานก้องในความเงียบงัน "เจ้าก็รู้ว่าตระกูลฉินของข้าไม่ได้ฝึกวิชาต้องห้าม พวกเราเป็นเพียงผู้พิทักษ์แนวหน้าแห่งแดนบูรพา เหตุใดสำนักเซียนทั้งเจ็ดจึงร่วมมือกันตราหน้าพวกเราว่าเป็นมารโลหิต แล้วลงมือสังหารล้างบางแม้แต่เด็กทารกที่ยังไม่ประสา?"
ไป๋หลินซวงชะงักฝีเท้า นางขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์พันปีลอยละล่องปะปนกับกลิ่นอายคาวเลือด นางทอดสายตาลงมองเศษหยกชิ้นนั้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กลับสั่นสะท้อนถึงก้นบึ้งหัวใจ
"ความจริงหรือ?... ในยุทธภพนี้ มีเพียงผู้มีพลังแก่กล้าเท่านั้นที่เป็นผู้กำหนดว่าสิ่งใดคือความจริง สิ่งใดคือความเท็จ เจ้าคิดว่าเศษหยกบิ่นๆ ชิ้นนี้จะสามารถทวงคืนความยุติธรรมจากผู้บรรลุวิถีเซียนระดับบรรพจารย์ได้กระนั้นหรือ?"
"ข้าไม่เคยเชื่อในความยุติธรรมของสวรรค์... ข้าเชื่อมั่นเพียงคมกระบี่ในมือข้า" ฉินเยี่ยค่อยๆ ยืนขึ้น ร่างสูงโปร่งแผ่ซ่านรังสีอำมหิตที่เยือกเย็นและดุดันออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาก้มลงหยิบเศษป้ายหยกขึ้นมา กำมันไว้แน่นจนคมหยกบาดลึกลงไปในเนื้อฝ่ามือ โลหิตสีแดงฉานหยดลงสู่พื้นดินส่งเสียงสهيซ่า "แต่สิ่งที่ข้าต้องรู้ให้ได้ในวันนี้ คือใครคือผู้ทรยศที่ส่ง ‘เคล็ดกระบี่ผ่าปฐพี’ ฉบับจริงให้แก่สำนักมาร... จนทำให้ตระกูลของข้าต้องกลายเป็นแพะรับบาป!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของเซียนหิมะสาว ไป๋หลินซวงเม้มริมฝีปากบางเฉียบจนซีดขาว นางรู้ดี... นางรู้ความจริงบางส่วนที่ถูกปิดตายมาเนับพันปี ความลับที่หากแพร่งพรายออกไป จะสั่นคลอนรากฐานของสำนักเซียนอันยิ่งใหญ่ทั้งยุทธภพ และอาจนำพาหายนะมาสู่บุรุษผู้ดื้อรั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้นี่เอง
"เจ้าอยากรู้มากนักใช่ไหม?" ไป๋หลินซวงหลุบตาลงต่ำ ซ่อนประกายความหวาดหวั่นไว้ภายใต้แพขนตางอนงาม "ผู้ที่ทรยศตระกูลฉิน... มิใช่คนนอกที่ไหน..."
ฉินเยี่ยหันขวับมามองนางทันที นัยน์ตาดำขลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รังสีปราณรอบตัวปั่นป่วนจนฝุ่นละอองในถ้ำลอยเคว้งคว้าง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร? พูดให้ชัดเจน!"
"ผู้นำตระกูลฉินในอุดมคติของเจ้า... บิดาผู้ล่วงลับของเจ้าต่างหากเล่า" นางเอ่ยคำพูดที่กรีดแทงหัวใจออกมาอย่างไม่ลังเล "เขาเป็นผู้ทำสัญญากับจอมมารแห่งแดนสนธยา เพื่อแลกกับความเป็นอมตะและวิชาเซียนขั้นสูงสุด... แต่เมื่อแผนการเกิดผิดพลาด สำนักเซียนทั้งเจ็ดจึงจำต้อง ‘ชำระล้าง’ เพื่อไม่ให้ความลับนี้แพรศพพราย!"
"โกหก!"
ฉินเยี่ยคำรามลั่นราวกับพยัคฆ์ร้ายบาดเจ็บ รังสีปราณกระบี่ทะลักทะลายออกจากร่างจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน หินผานับร้อยชิ้นแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงกดดันอันมหาศาลพุ่งเข้ากดทับร่างของไป๋หลินซวงจนอาภรณ์สีขาวโบกสะบัดอย่างรุนแรง ทว่านางกลับยืนหยัดนิ่งสนิท ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาสง่างามคู่นั้นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและเจ็บปวดของเขา
"ข้าจะโกหกเจ้าไปเพื่ออะไร?" ไป๋หลินซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเพียงเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่ง นางเอื้อมมือเรียวบางออกไปสัมผัสข้อมือที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของเขา นิ้วมือที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งแตะลงบนผิวเนื้อร้อนรุ่มของเขาเพื่อถ่าย 5 พลังปราณระงับความคลุ้มคลั่ง "เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ... ฉินเยี่ย? ข้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บมานับพันปีเพื่อเฝ้ามองความเน่าเฟะของพวกมัน ข้าไม่มีเหตุผลต้องปกป้องพวกสวะเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ไหลรินจากเพดานถ้ำ ฉินเยี่ยหอบหายใจถี่กระชั้น ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ ความเชื่อมั่นทั้งหมดที่ยึดถือมาตลอดสิบปีพังทลายลงในพริบตา หากบิดาผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรและแบบอย่างในวิถีกระบี่ของเขาคือผู้ทรยศ... แล้ววิถีกระบี่เดียวดายที่เขาฝึกฝนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเล่า มีความหมายอันใดอีก?
"ถ้าเช่นนั้น..." ฉินเยี่ยเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าเวทนา แววตาทระนงตนแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอันน่ากลัว "ข้าควรจะใช้ชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด? ล้างแค้นให้คนที่หักหลังพวกพ้องของตนเองอย่างนั้นหรือ?"
ไป๋หลินซวงมองภาพบุรุษผู้ทะนงตนที่บัดนี้แตกสลายราวกับแก้วเจียระไน หัวใจที่เคยด้านชามานับพันปีของนางกลับปวดแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง นางขยับกายเข้าไปใกล้เขาจนชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับไอความเย็นระรินรดกัน นางใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยคราบฝุ่นและหยาดเหงื่อไว้อย่างทะนุถนอมเป็นครั้งแรกในชีวิต
"เจ้ายังมีข้า..." นางกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากของเขา ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอายความตาย "ตราบใดที่คมกระบี่ยังอยู่ในมือเจ้า... เจ้าไม่ต้องเดินบนเส้นทางแห่งความแค้นอีกต่อไปแล้ว เดินไปกับข้า..."
ยังไม่ทันที่ฉินเยี่ยจะได้เอ่ยคำใดตอบรับ บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหนาบดบังด้วยหมอกสีดำทมิฬที่แผ่พุ่งเข้ามาจากปากถ้ำอย่างกะทันหัน!
กลิ่นอายโลหิตที่เข้มข้นกว่าเดิมนับร้อยเท่าโชยปะทะเข้าจมูก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติที่ฉีกขาดออกเบื้องนอก – *เสียงหัวเราะของบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!*
"เจ้าโง่... ลูกน้อยของข้า เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าบิดาเจ้าตายไปแล้วจริงๆ?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความหนาวเหน็บและคมกระบี่นี้ไปพร้อมกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 4
เสียงสะท้อนจากอดีต
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!