กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 3

เพลงกระบี่เหมันต์

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
ลมปราณเซียนที่กดทับลงมาบนยอดเขาเมฆานั้นหนักหน่วงราวกับภูเขาทั้งลูกถูกยกขึ้นกดทับแผ่นอก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายบนหน้าผากของฉินเยี่ย แต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับเปล่งประกายคมกริบดุจดั่งประกายไฟจากหินเหล็กไฟ เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน แม้เลือดสด ๆ จะไหลซึมออกจากมุมปากและรอยแยกของฝ่ามือ แต่ชายหนุ่มหาได้ส่งเสียงครางฮือออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ความทะนงตนในวิถีกระบี่ไม่อนุญาตให้เขาก้มหัวต่อหน้าแรงกดดันอันไร้ที่สิ้นสุดนี้ ไม่ว่าฟ้าดินจะกดขี่เขาเช่นไร คมกระบี่ในมือของฉินเยี่ยก็พร้อมที่จะแหวรกวาดมันออกเป็นสองเสี่ยงเสมอ ร่างระหงของไป๋หลินซวงยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางม่านหมอกหนาทึบเบื้องบน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่แปรปรวน นางทอดมองจอมยุทธ์หนุ่มผู้ดื้อรั้นเบื้องล่างด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง ภายในใจของเซียนหิมะผู้ไร้ความรู้สึกมานับพันปีกลับระลอกคลื่นแห่งความห่วงใยไหววูบขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ แต่นางไม่อาจยื่นมือเข้าช่วย เขาต้องก้าวข้ามขอบเขตนี้ด้วยพลังของตนเอง หากปราณเซียนสายนี้ไม่สามารถขัดเกลาจิตวิญญาณกระบี่ของเขาให้บริสุทธิ์ได้ เขาก็ไม่มีวันก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างนางบนจุดสูงสุดของยุทธภพได้เช่นกัน "ฉินเยี่ย... เจ้ายังห่างไกลนัก" เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์เอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานอยู่ในห้วงจิตสำนึกของชายหนุ่ม "ห่างไกลงั้นหรือ..." ฉินเยี่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกลาบกวาดมองขึ้นไปเบื้องบน ความดุดันและดื้อรั้นฉายชัดในแววตา เขาไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา ตั้งแต่วันที่ตระกูลของเขาต้องมอดไหม้ในกองเพลิงแห่งความแค้น มีเพียงกระบี่เล่มนี้และลมหายใจที่เหลืออยู่เท่านั้นที่เป็นของเขา "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่า คมกระบี่ของมนุษย์ผู้ต้อยต่ำ สามารถผ่าสวรรค์ได้หรือไม่!" สิ้นคำประกาศกร้าว ร่างของฉินเยี่ยก็ระเบิดออร่าสีครามเข้มออกมาดุจเปลวเพลิงทมิฬ เขายกกระบี่ขึ้นจรดระดับสายตา ปราณกระบี่สามสิศสายแผ่พุ่งออกรอบตัว กรีดแทงอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิวบาดแก้วหู แรงกดดันจากปราณเซียนที่กดทับลงมาก่อนหน้านี้เริ่มถูกพลังกระบี่ของเขาย้อนต้านขึ้นทีละน้อย พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาวราวกับใยแมงมุม เศษหินลอยเคว้งคว้างขึ้นกลางอากาศก่อนจะถูกบดขยี้จนละเอียดเป็นผุยผงด้วยรัศมีกระบี่อันน่าสะพรึงกลัว ไป๋หลินซวงหรี่ตาลงเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณกระบี่ที่กำลังคำรามก้องอยู่ในร่างของเขา มันไม่ใช่แค่เคล็ดวิชาทั่วไป แต่มันคือวิถีกระบี่ไร้ใจที่ผสานเข้ากับความแค้นและปณิธานอันแรงกล้า หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ มือเรียวบางภายใต้แขนเสื้อกว้างประสานเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเปราะบางในอกลึก ๆ เริ่มกัดกินหัวใจนาง นางหวังเหลือเกินว่าเขาจะปลอดภัย แต่นางก็รู้ดีว่าเส้นทางแห่งเซียนนั้นไม่มีที่ให้สำหรับความอ่อนแอ *ตูม!* เสาแสงปราณเซียนสีขาวบริสุทธิ์พุ่งกระหน่ำลงมาจากท้องนภาราวกับอัสนีบาตฟาดใส่ร่างของฉินเยี่ยโดยตรง แรงปะทะรุนแรงจนยอดเขาเมฆาทั้งลูกสั่นสะเทือน เลือดสด ๆ พุ่งทะลักออกจากปากของชายหนุ่มทันที ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นศิลา แต่มือที่กำด้ามกระบี่ยังคงมั่นคงราวกับเหล็กกล้า ปราณเซียนพยายามแผดเผาเส้นชีพจรและกัดกินพลังวัตรของเขาให้สลายหายไป ทว่าฉินเยี่ยกลับกัดฟันกรอด ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ดวงตาเบิกโพ้าง Edged ด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงฉาน "เข้ามา... ข้ายังไม่ยอมแพ้!" ฉินเยี่ยคำรามลั่นราวกับพญาอินทรีย์บาดเจ็บ เขาระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย รวบรวมลมปราณทั้งหมดในตันtianพุ่งทะยานขึ้นสู่ปลายนิ้วและคมกระบี่ แสงสีครามเจิดจ้าแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ตัดผ่านเสาแสงปราณเซียนที่กดทับลงมาจนเกิดรอยแยก ชายหนุ่มค่อย ๆ ยืดตัวลุกขึ้นยืนหยัดอย่างเต็มความสูงอีกครั้ง กระบี่ในมือแผดเสียงร้องโหยหวนราวกับกระหายเลือด ความมุ่งมั่นอันไร้ขีดจำกัดของเขาแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณ จนแม้แต่พายุปราณเซียนรอบยอดเขายยังต้องสยบยอมลดความรุนแรงลงชั่วขณะ ไป๋หลินซวงมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัวอย่างผิดจังหวะ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกเสื้อที่เหน็บหนาวมาเนิ่นนาน นางไม่เคยคิดเลยว่า จะมีมนุษย์ผู้ใดสามารถยืนหยัดต่อต้านแรงกดดันของเซียนได้ถึงเพียงนี้ และที่สำคัญ... หัวใจที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งของนาง กลับเริ่มละลายลงทีละน้อยเพราะสายตาที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและดื้อรั้นคู่นั้น ทว่า ในขณะที่ฉินเยี่ยกำลังจะก้าวข้ามขอบเขตพลังขั้นที่สามและทะลวงสู่ระดับใหม่ ท้องฟ้าเหนือยอดเขาเมฆาที่ควรจะสงบลง กลับแปรปรวนขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหัน เมฆหมอกสีดำสนิทพรูพรั่งรวมตัวกันเป็นวงกว้าง สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาแหวกมتتความมืดมิด เสียงคำรามก้องกังวานราวกับเสียงพิโรธของทวยเทพดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งยุทธภพ ไม่ใช่เพียงแค่นั้น... ท่ามกลางสายฟ้าสีทองที่กำลังคำราม บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด กลิ่นอายสังหารอันคุ้นเคยที่ฉินเยี่ยจดจำได้ไม่มีวันลืมพัดโชยมาพร้อมกับสายลม เงามืดลึกลับร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดผาสูงชันเบื้องหน้า โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าบุคคลผู้นั้นก้าวเข้ามาในเขตอาคมของยอดเขาเมฆาตั้งแต่เมื่อใด ดวงตาสงաբนิ่งของไป๋หลินซวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี "นั่นมัน... ผู้อาวุโสแปด... ท่านมาทำอะไรที่นี่!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าความหนาวเหน็บและคมกระบี่นี้ไปพร้อมกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%