โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่เหล็กนิลกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเสียงดังกังวานใสราดรดความเงียบงันของตำหนักเหมันต์นิรันดร์
คำเตือนจากห้วงอดีตของไป๋หลินซวงยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่นัยน์ตาของฉินเยี่ยหาได้มีความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย เขายืนหยัดลำตัวตรงสง่างามดุจสนทระนากลางหน้าผาสูงชัน มือซ้ายกุมกระบี่มั่นขณะที่มือขวายกขึ้นปาดคราบโลหิตที่มุมปาก ความเย่อหยิ่งทระนงในวิถีกระบี่ของเขาแผ่ซ่านออกเป็นไอสีขาวจางๆ ปะทะกับเขตอาคมอัคคีน้ำแข็งรอบกายอย่างดุเดือด
"เงาอดีตที่เจ้าว่า... จะเป็นภูตผีหรือเทพเซียน หากมันกล้าขวางวิถีกระบี่ของข้า ฉินเยี่ยผู้นี้ก็พร้อมจะเฉือนมันให้ขาดเป็นสองท่อนเช่นกัน!"
น้ำเสียงของชายหนุ่มราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตำหนักลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็ง ไป๋หลินซวงที่ยืนอยู่เบื้องบนแท่นบูชาหิมะปรายตามองเขาด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่น นางพิจารณาร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ของเขา รอยแผลเป็นจากตระกูลที่ถูกล้างผลาญยังคงส่งกลิ่นอายความแค้นอันเข้มข้น แต่วิญญาณกระบี่ภายในตันtian (ตันเถียน) กลับบริสุทธิ์และดุดันอย่างไร้ที่ติ
ช่างเป็นความขัดแย้งที่งดงามและอันตรายยิ่งนัก...
"สามพันปีที่ผ่านมา มีผู้คนนับหมื่นปรารถนาจะก้าวเข้ามาในตำหนักเหมันต์แห่งนี้ บ้างเพื่อเคล็ดวิชา บ้างเพื่อความเป็นอมตะ" ไป๋หลินซวงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางเยือกเย็นดุจสายน้ำจากธารน้ำแข็งพันปี แต่กลับสั่นสะท้อนลึกในหัวใจ "แต่มีเพียงเจ้า... ฉินเยี่ย ที่ก้าวเข้ามาด้วยดวงตาที่ปราศจากความโลภ... มีเพียงความตายและการแก้แค้น"
นางก้าวลงจากแท่นหยกทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่เท้าสัมผัสพื้น ศิลาเบื้องล่างกลับก่อตัวเป็นผลึกน้ำแข็งรูปดอกบัวเหมันต์เบ่งบานและร่วงโรยในพริบตา ความกดดันระดับมหาเทพเซียนแผ่ซ่ายกดทับลงบนบ่าของฉินเยี่ยราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมคุกเข่า เขายังคงฝืนเชิดหน้าขึ้นสู้แรงกดดันนั้น กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบ แต่ดวงตาสสีดำสนิทคู่นั้นยังคงทอประกายคมกริบดุจคมกระบี่ที่พร้อมจะแหลกสลายไปพร้อมกับร่าง
*เด็กหนุ่มผู้นี้... ดื้อรั้นเสียจนน่าชัง... และน่าทะนุถนอมในคราเดียวกัน*
"เจ้าอยากเรียนรู้วิชากระบี่ผ่าปฐพีของข้าใช่หรือไม่?" ไป๋หลินซวงหยุดยืนห่างจากเขาเพียงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งในอากาศ นางยื่นปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวแตะลงที่กลางหน้าผากของเขาเบาๆ
สัมผัสแรกนั้นเย็นเฉียบราศีก้อนน้ำแข็งขั้วโลก แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา กระแสพลังปราณโบราณนับล้านสายก็ทะลักเข้าสู่จุดตันเถียนของฉินเยี่ยอย่างบ้าคลั่ง!
"อึก...!" ฉินเยี่ยคำรามต่ำในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดราวกับร่างจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ วิชากระบี่ผ่าปฐพีไม่ใช่เคล็ดวิชาที่มนุษย์ทั่วไปจะรองรับได้ มันคือศาสตร์แห่งการฝืนลิขิตฟ้าที่กลืนกินแม้กระทั่งจิตวิญญาณของผู้ฝึก
"ตั้งจิตให้มั่น!" เสียงหวานกังวานของนางดังก้องอยู่ในห้วงจิตสำนึกของเขา "หากใจเจ้าหวั่นไหวแม้เพียงธุลีดิน ปราณเหมันต์จะย้อนกลับมาแผดเผาหัวใจเจ้าจนกลายเป็นจุล! จับกระบี่ของเจ้าไว้... และมองมาที่ข้า!"
ฉินเยี่ยกัดฟันแน่นจนเลือดสดๆ ไหลยệnซึมผ่านริมฝีปาก เขาไม่ยอมหลับตาหนีความเจ็บปวด เขากลับลืมตาโพรงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง แต่กลับซ่อนความห่วงใยอันลึกล้ำไว้เบื้องหลัง ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลหลากเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน ท่ามกลางความหนาวเหน็บแห่งเหมันต์ กลับมีเปลวเพลิงแห่งความผูกพันที่กำลังลุกโชนขึ้นอย่างเงียบเชียบ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ จนกระทั่งไอหมอกสีขาวรอบกายค่อยๆ สงบลง ร่างของฉินเยี่ยทรุดฮวบลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ปลายกระบี่เหล็กนิลค้ำยันน้ำหนักตัวไว้ ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อผสมหยาดน้ำค้าง ทว่าภายในร่างกายของเขากลับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ขอบเขตพลังปราณทะยานผ่านคอขวดที่ติด
*ฉับพลัน!*
ท้องนภานอกตำหนักเหมันต์พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมฆทัณฑ์สวรรค์หนาทึบก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองที่สะท้อนถึงการกำเนิดขึ้นของยอดฝีมือผู้ฝืนลิขิตฟ้าคนใหม่!
ไป๋หลินซวงมองดูผลงานของตนเอง มุมปากที่มักจะเรียบเฉยปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ อย่างหาได้ยากยิ่ง นางเอื้อมมือไปสัมผัสเส้นผมที่เปียกชุ่มของเขาแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดในรอบพันปี
"นับแต่วินาทีนี้ไป... เจ้าคือศิษย์คนแรก และคนเดียวของข้า... ฉินเยี่ย"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้งตรึงใจ ทันใดนั้นเอง พื้นศิลาเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินแยก ม่านอาคมโบราณรอบยอดเขาเมฆาที่ถูกผนึกมานับพันปีกลับแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงหัวoเราะเยียบเย็นดุจมาจากขุมนรกที่ดังแทรกสายฟ้าคำราม
"ฮ่าๆๆๆ... หลินซวงศิษย์น้องรัก... เจ้าคิดว่าซ่อนเด็กหนุ่มผู้นี้ไว้ในตำหนักเหมันต์แล้วเงาอดีตจะหาไม่พบอย่างนั้นหรือ?"
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากกระดูกอสูรปรากฏกายขึ้นท่ามกลางรอยแยกของมิติ พร้อมกับกระบี่มารโลหิตที่แผ่กลิ่นอายสังหารพุ่งตรงเข้ามาปักลงเบื้องหน้าของทั้งสองคนอย่างจงใจ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าความหนาวเหน็บและคมกระบี่นี้ไปพร้อมกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 2
ศิษย์ผู้นอกรีตและอาจารย์ผู้เยือกเย็น
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!