กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 1

คมกระบี่ท่ามกลางพายุหิมะ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิตของตระกูลฉินสามร้อยแปดชีวิตยังคงอุ่นร้อนอยู่ในห้วงความทรงจำ แม้เกล็ดหิมะโปรยปรายจะถมทับแผ่นดินจนขาวโพลนจนแทบกลบฝังทุกร่องรอยแห่งความตาย แต่กลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ปลายกระบี่เล่มเก่าคร่ำครึหาได้จางหายไปตามกาลเวลาไม่ ฉินเยี่ยก้าวเท้าเหยียบย่างขึ้นสู่ยอดเขาเทียนซาน—ดินแดนต้องห้ามที่แม้แต่เซียนผู้บรรลุวิถียังต้องหลั่งอัสสุชลด้วยความเหน็บหนาว สองเท้าของบุรุษหนุ่มมั่นคงดุจรากสนพัน年 แม้ลมปราณคุ้มกายจะถูกความเย็นเยือกของเขตแดนเซียนกัดเซาะจนผิวเนื้อชาด้าน แต่แววตาของเขากลับลุกโชนด้วยเพลิงแค้นที่แผดเผาแม้กระทั่งจิตวิญญาณแห่งฟ้าดิน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเหตุใดจอมยุทธ์ผู้โดดเดี่ยวไร้สำนักจึงกล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้ ท่ามกลางพายุหิมะที่คำรามก้องราวกับเสียงกรีดร้องของอสูรร้าย ฉินเยี่ยเงยหน้าขึ้นมองเบื้องบน ที่ซึ่งตำหนักน้ำแข็งพันปีตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ที่นั่น... คือที่ประทับของนางพญาเซียนผู้ไม่เคยชายตากล่อมเกลาโลกีย์ ไป๋หลินซวง "ผู้ใดบังอาจรบกวนความสงบแห่งเทียนซาน ไสหัวกลับไปเสียก่อนที่กระดูกของเจ้าจะกลายเป็นปุ๋ยใต้ธารน้ำแข็ง!" เสียงกังวานใสราวกระดิ่งเงินกระทบสายลมแต่กลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น แผ่ซ่านกดทับลงมาดั่งภูเขาไท่ซานกดทับมดปลวก อากาศรอบตัวฉินเยี่ยพลันแข็งตัวเป็นผลึกน้ำแข็งนับหมื่นเล่มที่ชี้คมเข้าหาลำคอของเขาในคราเดียว ฉินเยี่ยไม่แม้แต่จะกะพริบตา ร่างกายของเขายังคงตั้งตรงไม่ไหวติง ปลายกระบี่ในมือถูกกระชับแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและเย้ยหยันต่อกฎเกณฑ์ของสวรรค์ "ความสงบงั้นหรือ? หญิงแซ่ไป๋... โลกหล้าพังทลายลงตรงหน้า ยุติธรรมสูญสลาย ไร้ซึ่งความปรานีจากสวรรค์ แล้วเจ้ายังมีหน้ามาเอ่ยถึงคำว่าความสงบในปราสาทน้ำแข็งแห่งนี้อีกหรือ!" สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม มวลพลังปราณอันดุดันระเบิดออกจากร่างของเขาอย่างฉับพลัน คลื่นกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านหิมะหนาทึบจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดมหึมา เคล็ดวิชากระบี่เดียวดายทะลวงฟ้าถูกแผ่ขยายออกไป มันไม่ใช่เพียงแค่กระบวนท่า แต่คือจิตวิญญาณที่ปฏิเสธการสยบยอมต่อฟ้าดินอย่างแท้จริง ทันใดนั้น บานประตูน้ำแข็งหนักอึ้งนับพันชั่งก็เปิดออกอย่างไร้สุ้มเสียง ลมปราณบริสุทธิ์ที่หนาวเหน็บจนถึงขั้วกระดูกพัดกรรโชกออกมาจนฉินเยี่ยต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก ท่ามกลางละอองเกล็ดหิมะที่หมุนวนดั่งพายุ ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนจำแลงก้าวออกมา นางยืนอยู่บนยอดผาน้ำแข็งด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ เรือนผมสีเงินยวดยาวสลวยถึงข้อเท้า ใบหน้างดงามล้ำเลิศราวกับภาพวาดแต่กลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดวงเนตรคู่คมกริบดุจประกายน้ำค้างแข็งจ้องมองบุรุษเบื้องล่าง ราวกับกำลังพิจารณาแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ ไป๋หลินซวงปรายตามองรอยเลือดที่ยังคงเปื้อนอยู่บนคมกระบี่ของฉินเยี่ย มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้หัวใจหยุดเต้น "สามหาว... เจ้าเด็กน้อย บังอาจถือดีอันใดจึงกล้าใช้เสียงคำรามต่ำต้อยเช่นนี้ในเขตศักดิ์สิทธิ์ของเปิ่นกง?" เสียงของนางราบเรียบดุจผืนน้ำในฤดูหนาว แต่ทุกพยางค์กลับหนักแน่นจนสั่นสะเทือนไปถึงห้วงจิตสำนึกของฉินเยี่ย "ข้าไม่ได้มาเพื่อขอความเมตตาจากเซียนผู้สูงส่ง" ฉินเยี่ยเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอันกดดันนั้น แววตาของเขามุ่งมั่นและดื้อรั้นอย่างถึงที่สุด "ข้ามาเพื่อทวงถามความยุติธรรม และ... เพื่อขอท้าประลองกับเซียนหิมะผู้ไร้พ่ายแห่งเทียนซาน!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม้แต่พายุหิมะรอบกายก็คล้ายจะหยุดชะงักลงตามแรงกดดันมหาศาลที่ระเบิดออกจากร่างของไป๋หลินซวง นางหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตพุ่งทะยานออกจากร่างของนางจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามหมุนวนรอบกายดั่งพายุหมุน ทว่า ในแววตาคู่ที่เย็นชาดุจน้ำแข็งไสของนาง กลับมีความระคนสงสัยและประหลาดใจวาดผ่านไปชั่วพริบตา... ไม่มีมนุษย์คนใดในรอบร้อยปีที่ผ่านมากล้าเอ่ยวาจาอวดดีต่อหน้ากราบของนางเช่นนี้ และยิ่งไม่มีผู้ใดที่มีจิตวิญญาณกระบี่ที่บริสุทธิ์และดุดันถึงเพียงนี้ ไป๋หลินซวงก้าวเท้าเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของนางเคลื่อนไหวราชาภรณ์ลอยล่อง ไม่สัมผัสพื้นน้ำแข็งแม้แต่น้อย นางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าฉินเยี่ยในระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายความเย็นเยือกของเซียนผสมผสานกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์โชยปะทะนาสิก "เจ้ามีความแค้นที่ต้องสะสาง มีวิถีกระบี่ที่ต้องปกป้อง..." ไป๋หลินซวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่นัยน์ตายังคงจดจ้องลึกลงไปในดวงตาของฉินเยี่ย ราวกับต้องการมองทะลุปรอดเข้าไปถึงหัวใจที่แตกสลายของเขา "แต่เจ้าควรรู้ว่า การก้าวเข้าสู่เทียนซาน... มีเพียงเส้นทางเดียวที่จะได้ออกไป" ฉินเยี่ยกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้น ไอความร้อนจากเลือดลมภายในกายเดือดพล่านขึ้นมาต้านทานความหนาวเหน็บ เขาไม่มีทางถอยหลังกลับอย่างเด็ดขาด "เส้นทางใด ข้าก็พร้อมจะเหยียบย่างผ่านไปทั้งสิ้น!" ไป๋หลินซวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากของนางจะแย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานล่มเมืองแต่กลับแฝงไว้ด้วยความอันตรายถึงชีวิต นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ กระบี่น้ำแข็งบริสุทธิ์เล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเรียวยาวของนาง "ดี... ถ้าเช่นนั้น จงแสดงให้เปิ่นกงเห็นซิว่า กระบี่เดียวดายของเจ้า จะสามารถตัดผ่านความหนาวเหน็บชั่วนิรันดร์ของข้าได้หรือไม่" สิ้นเสียงของนาง ไป๋หลินซวงไม่ได้ลงมือโจมตีทันที ทว่า... จู่ๆ แผ่นดินใต้เท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามต่ำลึกดังมาจากใจกลางภูเขาหิมะ พร้อมกับรอยแยกขนาดใหญ่ที่ปริแตกออกตรงกลางระหว่างพวกเขา และสิ่งที่ผุดขึ้นมาจากรอยแยกนั้น... กลับไม่ใช่สัตว์อสูรน้ำแข็งอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เป็นโครงกระดูกสีทองอร่ามที่สวมชุดเกราะโบราณ พร้อมกับดาบยักษ์ที่แผ่ไอสังหารสีดำสนิทปกคลุมไปทั่วสารทิศ! ดวงตาสีแดงฉานของโครงกระดูกทองคำเปิดขึ้นพร้อมกัน มันกวาดสายตามองมาที่ฉินเยี่ยและไป๋หลินซวง ก่อนจะแผดเสียงคำรามที่ทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง... และในวินาทีนั้นเอง ไป๋หลินซวงก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉินเยี่ยอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี พร้อมกับกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของจอมยุทธ์หนุ่มกระตุกวูบ "ระวังตัวให้ดี... มันคือเงาอดีตที่แม้แต่ข้าก็ยังไม่เคยเอาชนะได้... และเจ้า... คือเหยื่อรายแรกที่มันรอคอยมาตลอดพันปี!" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุหิมะไปกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%