กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 25

ความรักที่ขัดต่อสวรรค์

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"กฎแห่งสำนักเซียนหมื่นลักษณามิได้มีไว้เพื่อประดับหิ้ง... ไป๋หลินซวง เจ้ากล้าท้าทายอาญาสวรรค์ด้วยการนำเศษสวะมนุษย์ผู้หนึ่งมาไว้ในใจเช่นนั้นเชียวหรือ?" เสียงประกาศิตกังวานดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางตำหนักเมฆาควบแน่น แรงกดดันระดับขอบเขตมหาพรรพรรณแผ่ซ่านจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำสนิท ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งแดนสวรรค์ ‘เทียนเฉิน’ ยืนตระหง่านอยู่บนบัลลังก์ศิลาหยก รัศมีเซียนสีทองเจิดจ้าสะท้อนแววตาดุดันเยียบเย็น เค้าโครงใบหน้าของเขาไร้ซึ่งความปรานี ราวกับเทพเจ้าที่พร้อมจะลบชื่อผู้ฝืนกฎออกจากวัฏสงสารได้ทุกเมื่อ ไป๋หลินซวงนิ่งงัน นางมิได้ก้มหน้าลงแม้แต่น้อย อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวสะบัดตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วน เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวคลอเคลียแผ่นหลังระหง นัยน์ตาดั่งหิมะพันปีจ้องมองผู้อาวุโสสูงสุดกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ร่างกายของนางอาบไล้ด้วยละอองแสงสีฟ้าอ่อน—ซึ่งเป็นร่องรอยของการฝืนโคจรวิชาเซียนไร้ใจเพื่อต้านทานพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้น "สวะมนุษย์เช่นนั้นหรือ..." เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นดุจคมกระบี่กลืนน้ำแข็งหลุดลอดริมฝีปากบางเบา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากของนาง "ในสายตาของท่าน ผู้ที่บรรลุเต๋าด้วยการตัดสิ้นซึ่งความรู้สึก เป็นเพียงหุ่นเชิดกระเบื้องเคลือบที่ไร้จิตวิญญาณต่างหากเล่า" "บังอาจ!" ผู้อาวุโสเทียนเฉินตบที่วางแขนศิลาจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง ปราณกระบี่สวรรค์นับหมื่นสายพุ่งทะยานออกมาจากความว่างเปล่า หมายจะกดร่างระหงของนางให้คุกเข่าลง "เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตำแหน่งเซียนหิมะผู้ปกครองยอดเขาเมฆาได้มาอย่างไร? สัจจะที่เจ้าให้ไว้ต่อเบื้องบนเมื่อพันปีก่อนคือการครองตนเดียวดาย ไร้รัก ไร้แค้น ไร้ความผูกพัน! การที่เจ้าปล่อยให้เด็กหนุ่มตระกูลฉินผู้นั้นก้าวล่วงเข้าสู่เขตหวงห้าม และมอบ ‘ป้ายหยกโลหิต’ ให้แก่เขา... นั่นคือการทรยศต่อฟ้าดิน!" ภายในความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ฉินเยี่ยซึ่งยืนอยู่เบื้องหลังนางพลันก้าวออกไปหนึ่งก้าว ร่างสูงโปร่งของจอมยุทธ์หนุ่มสะท้อนกลิ่นอายกระบี่อันคมกริบจนอากาศรอบกายกรีดร้องเป็นเสียงแหลมสูง นัยน์ตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนสวรรค์ด้วยความเหยียดหยันอย่างไม่ปิดบัง กระบี่พยัคฆ์เหมันต์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวสั่นระริกราวกับกระหายเลือด ปราณกระบี่สีชาดพวยพุ่งออกจากร่างของเขาอย่างไร้การควบคุม แผดเผาบรรยากาศรอบด้านจนเดือดพล่าน "กฎบ้าบอคอแตกอะไรของพวกเจ้า... ข้าไม่เคยใส่ใจ" ฉินเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวาน บาดลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง "นางมิใช่หุ่นเชิดของใคร และมิใช่สิ่งของที่พวกเจ้าจะกำหนดชะตากรรมได้ตามอำเภอใจ หากวิถีเซียนของพวกเจ้ามันหมายถึงการต้องทิ้งหัวใจความเป็นมนุษย์... เช่นนั้น ข้า ฉินเยี่ย ผู้นี้ จะใช้กระบี่ในมือฟันฝ่าสวรรค์เบื้องบนให้คว่ำลงเอง!" "สามห่าว! มดปลวกเช่นเจ้ากล้าอาจหาญถึงเพียงนี้เชียว!" ผู้อาวุโสเทียนเฉินแค่นเสียงหัวเราะเยาะ รัศมีเซียนรอบตัวระเบิดออกจนพื้นศิลาของตำหนักสั่นสะเทือน "ในเมื่อพวกเจ้าต้องการฝืนลิขิตนัก ข้าจะแสดงให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างมนุษย์กับเซียนมันกว้างใหญ่ปานใด!" สิ้นเสียงคำราม ร่างของผู้อาวุโสเทียนเฉินก็หายวับไปจากบัลลังก์ พริบตานั้น แรงกดดันระดับเก้าสวรรค์ก็พุ่งเข้าใส่ฉินเยี่ยราวกับภูเขาทั้งลูกถล่มทับ *ฉับพลัน!* ประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์สว่างวาบขึ้นตัดผ่านความมืดมิด ไป๋หลินซวงเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด ร่างระหงพุ่งเข้ามาขวางหน้าฉินเยี่ยในเสี้ยววินาที ฝ่ามือเรียวดุจหยกสลักประสานเข้าหากันกลางอากาศ อักขระโบราณนับพันตัวหลั่งไหลออกมาจากปลายนิ้ว ก่อตัวเป็นม่านพลังน้ำแข็งหนาทึบเข้าปะทะกับปราณกระบี่สวรรค์อย่างจัง *ตูมมม!* คลื่นกระแทกอันรุนแรงแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง เสาหินค้ำยันตำหนักร้าวระยับ เศษหินและเกล็ดน้ำแข็งปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ ไป๋หลินซวงพ่นโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต หยดลงบนอาภรณ์สีขาวดุจดอกเหมันต์ที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางพายุหิมะ ร่างของนางเซ เซถอยหลังไปสองสามก้าว ทว่ามือเรียวยังคงยื่นออกไปกุมด้ามกระบี่ของฉินเยี่ยไว้แน่น ปลายมือของนางเย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง แต่แววตาที่มองเขากลับอบอุ่นร้อนรุ่มยิ่งกว่าอัคคี "เยี่ยหลาง..." เสียงของนางสั่นพร่าเล็กน้อย "เจ้าไม่ควร... เข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เลย" ฉินเยี่ยเอื้อมมืออีกข้างขึ้นไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของนางไว้ ไออุ่นจากฝ่ามือของบุรุษผู้ทะนงตนแผ่ซ่านผ่านผิวหนังเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน เขายิ้ม—รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยวและอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยได้เห็น "หลินซวง ตั้งแต่วันที่เจ้ามอบป้ายหยกให้ข้า ชะตากรรมของเรามิได้แยกจากกันอีกแล้ว" ฉินเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมแขนอย่างไม่เกรงสายตาผู้ใด "ต่อให้เป็นทัณฑ์สวรรค์ หรือเงื่อนไขบ้าคลั่งใดๆ หากพวกมันกล้าพรากเจ้าไปจากมือข้า... ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ผ่าสวรรค์ให้มันสิ้นซาก!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ผู้อาวุโสเทียนเฉินมองภาพคนทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและรังเกียจ "ช่างเป็นความรักที่โง่เขลาและน่าสมเพชยิ่งนัก! ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายด้วยกันนัก ข้าจะส่งพวกเจ้าไปสู่ปรภพพร้อมๆ กัน!" ฟ้าดินภายนอกตำหนักพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เริ่มก่อตัวขึ้น เมฆสีนิลหนาทึบหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น อสนีบาตสีทองคำขนาดเท่าลำต้นตาลฟาดผ่าลงมาตรงกลางหลังคาตำหนักจนพังทลายลงมาในพริบตา ไป๋หลินซวงเงยหน้าขึ้นมองสายฟ้าที่กำลังจะผ่าลงมา นางสูดหายใจเข้าลึก and ผายมือออกกว้าง พลังปราณทั้งหมดในร่างระเบิดออกจนถึงขีดสุด ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใสประกายมุก เส้นผมสีดำปลิวสยายราวกับเทพธิดาแห่งความตายที่พร้อมจะพิพากษาโลกหล้า "ฉินเยี่ย... เจ้ากล้าใช้กระบี่ร่วมกับข้า ทะลวงมิติสวรรค์นี้ออกไปหรือไม่?" นางเอמהถามเสียงเรียบ ทว่าริมฝีปากแย้มยิ้มอย่างงดงามที่สุดในรอบพันปี "ด้วยความยินดี ยอดหญิงของข้า" ฉินเยี่ยหัวเราะลั่นอย่างอาจหาญ เขาชักกระบี่พยัคฆ์เหมันต์ออกจากฝัก เสียงกระบี่กรีดร้องก้องกังวานเสียดฟ้า ปราณกระบี่ผสานกับไอเย็นยะเยือกและอัคคีจิตวิญญาณเซียนพุ่งทะยานขึ้นสู่ยอดเมฆ ปะทะกับอสนีบาตทัณฑ์สวรรค์อย่างไร้ความหวาดกลัว ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่ทั้งสองสายกำลังจะพุ่งชนกับสายฟ้าพิพากษา เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบากลับดังขึ้นที่เบื้องหลังของพวกเขา—เสียงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ "ศิษย์พี่รอง... ท่านยังคงดื้อรั้นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะเจ้าคะ" ร่างของสตรีในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มก้าวออกมาจากเงาความมืด นางถือกระดานหมากล้อมสีดำในมือ รอยยิ้มอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับที่นางยกนิ้วขึ้นดีดเบาๆ—และในเสี้ยวพริบตานั้นเอง ปลายกระบี่ของฉินเยี่ยก็หยุดชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายของเขารู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พุ่งทะลุจากแผ่นหลังเข้าสู่หัวใจ! ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความหน็บหนาวนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%