"หมื่นกระบี่คืนสู่สำนัก... หาใช่เพื่อการไถ่บาป แต่เพื่อการล้างบางให้สิ้นซากต่างหาก!"
เสียงคำรามแหบพร่าดุจมาจากขุมนรกโลกันตร์ระเบิดขึ้น ท่ามกลางม่านหมอกโลหิตที่แผ่พุ่งปกคลุมไปทั่วทั้งยอดเขาเมฆา แรงกดดันระดับมหาเทพมารแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บดขยี้โครงสร้างค่ายกลพิทักษ์นภาจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษอักขระเวทสีทองร่วงหล่นราวกับหิมะที่ถูกย้อมด้วยเลือดสดๆ
ฉินเยี่ยยืนหยัดอยู่บนหน้าผาสูงชัน ร่างกายของเขายังคงมีบาดแผลฉกรรจ์จากการทะลวงขอบเขตเมื่อคราวก่อน ทว่าแววตาคู่คมกล้ากลับมิได้มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่วิญญาณโลหิตแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปราณกระบี่ไร้ใจหมุนวนรอบตัวราวกับพายุทอร์นาโดสีครามเข้ม
"เจ้า... น่าจะสลายเป็นเถ้าธุลีไปตั้งแต่สงครามมหาพินาศเมื่อห้าร้อยปีก่อนแล้ว 'ราชันมารอู๋เทียน'" เสียงหวานกังวานดุจหิมะโปรยปรายดังขึ้นเบื้องหลัง ไป๋หลินซวงก้าวเท้าออกมาจากม่านไอน้ำแข็ง ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันอเวจีรอบด้าน ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติฉายแววเยือกเย็นถึงขีดสุด นัยน์ตาคู่หงส์จ้องมองร่างมหึมาที่กำลังก่อตัวขึ้นจากกลุ่มหมอกสีดำทมิฬเบื้องหน้า
เบื้องหน้าของพวกเขา คือเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเหยียบย่างออกมาจากรอยแยกแห่งกาลเวลา ร่างกายของเขาปกคลุมด้วยเกราะกระดูกมารสีดำสนิท ดวงตาทั้งคู่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีครามแห่งความแค้น ความน่าสะพรึงกลัวของมันทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวราวกับกระจกที่กำลังจะแตกสลาย
"ฮ่าๆๆๆ ไป๋หลินซวง... นังเซียนไร้หัวใจ เจ้าคิดว่ากาลเวลาห้าร้อยปีจะสามารถลบเลือนความอัปยศที่เจ้าฝังร่างข้าไว้ใต้ทะเลทราบนิรันดร์ได้กระนั้นหรือ?" อู๋เทียนแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม รอยแผลเป็นบนใบหน้าของราชันมารบิดเบี้ยวตามแรงหัวเราะ "ข้ากลับมาแล้ว และครั้งนี้... วิญญาณของเจ้า รวมถึงกระบี่วิถีเซียนจอมปลอมของไอ้เด็กนี่ จะต้องตกเป็นทาสรับใช้ใต้ฝ่าเท้าข้าชั่วนิรันดร์!"
บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ลมหายใจของฉินเยี่ยสะดุดไปเล็กน้อย ความกดดันจากจิตสังหารระดับราชันมารทำให้กระดูกทั่วร่างของเขา ส่งเสียงลั่นกรอบราวกับจะแหลกสลาย ทว่าในวินาทีที่วิกฤตถึงขีดสุด มือเรียวบางของไป๋หลินซวงกลับเอื้อมมาสัมผัสที่แผ่นหลังของเขาอย่างแผ่วเบา
ไอน้ำแข็งบริสุทธิ์ไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรของฉินเยี่ย ชำระล้างความเหนื่อยล้าและแรงกดดันมารจนหมดสิ้น ความอบอุ่นที่แฝงอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นของนางคือกำลังใจอันยิ่งใหญ่ที่สุดในยามนี้
"เยี่ยหลาง... เขามิใช่คู่ต่อสู้ที่พวกเราเคยพบเจอในอดีต" ไป๋หลินซวงกระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อย นางยื่นมือซ้ายออกไปกลางอากาศ กระบี่หิมะเก้าสวรรค์ปรากฏขึ้นพร้อมกับเกล็ดหิมะนับล้านที่โปรยปรายลงมาราวกับห้วงเวลาหยุดนิ่ง "แต่วันนี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยการดับสูญของตบะพันปี ข้าก็จะไม่ยอมให้มันก้าวผ่านข้ามศพเจ้าไปแม้แต่ก้าวเดียว"
ฉินเยี่ยหันไปมองสตรีผู้เคียงข้าง แววตาที่เคยเย็นชาและโดดเดี่ยวมาตลอดชีวิตพลันไหววูบ ความรู้สึกพะวงและห่วงหาตีรวนขึ้นในอก เขาแย้มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่มอบให้แก่นางเพียงผู้เดียว
"หลินซวง... ตั้งแต่ข้าเลือกเดินบนวิถีกระบี่ไร้ใจนี้ ข้าไม่เคยคิดจะมีชีวิตรอดกลับไปตั้งแต่แรก" ฉินเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแต่เด็ดเดี่ยว ทว่าในประโยคถัดมากลับแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนล้ำลึก "ทว่า... ตั้งแต่มีเจ้าเข้ามาในห้วงเวลาอันเหน็บหนาวนี้ ข้ากลับปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องรอยยิ้มของเจ้าไปชั่วกาลนาน... วันนี้ ต่อให้เป็นเงาของทัณฑ์สวรรค์หรือราชันมาร หากมันบังอาจขวางทางเรา ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ ผ่าฟ้าดินให้มันดู!"
สิ้นคำพูดของฉินเยี่ย ร่างของเขาก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายอัคคีสีคราม ปราณกระบี่พญายมแผดเผาผืนปฐพีเบื้องล่างจนหลอมละลายกลายเป็นลาวา ทว่าความร้อนระอุนั้นกลับถูกห่อหุ้มด้วยเขตแดนน้ำแข็งพันปีที่ไป๋หลินซวงตวัดกระบี่ส่งตามหลังมา ผสานอินและหยาง เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เกิดเป็นคลื่นกระบี่ผสานอัคคีและเหมันต์ที่ทรงพลังที่สุดในรอบหมื่นปีของยุทธภพ!
"อวดดีนัก!" อู๋เทียนคำรามลั่น กางกรงเล็บมารสีดำทมิฬเข้าปะทะ คลื่นพลังทั้งสองสายปะทะกันกลางอากาศจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น ท้องนภาร้าวราญราวกับผืนผ้าใบที่ถูกฉีกกระชาก แสงสว่างจ้าเจิดจ้าเสียดแทงนัยน์ตาจนมองสิ่งใดไม่เห็น
ทว่า... ในวินาทีที่คลื่นพลังทั้งสองกำลังจะกลืนกินกันและกันนั้นเอง รอยแยกมิติเบื้องหลังของราชันมารอู๋เทียนกลับเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังมาจากความว่างเปล่า
"นึกว่าพวกเจ้าจะเก่งกาจสักแค่ไหนกันเชียว... เด็กน้อย ช่างไร้เดียงສาสิ้นดี"
เงาร่างที่สอง สาม และสี่ ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดทีละร่าง ส, แสงประกายของศาสตราวุธระดับบรรพกาลสะท้อนเข้ากับแสงไฟแห่งอัคคีจิตวิญญาณ และสิ่งที่ไม่คาดฝันที่สุดก็ปรากฏขึ้น เมื่อหนึ่งในเงาร่างเหล่านั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกปิดด้วยหน้ากากกระดูกมาร ทว่ากลิ่นอายลมปราณที่แผ่ออกมากลับเป็น...
...ผู้นำตระกูลฉิน ผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้วเมื่อห้าร้อยปีก่อน!
ฉินเยี่ยชะงักกึกกลางอากาศ ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ
ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความหน็บหนาวนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 24
การกลับมาของราชันมาร
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!