กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 23

อัคคีจิตวิญญาณ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
อุณหภูมิลบแปดร้อยองศาในหุบผาน้ำแข็งพันปี มิได้ทำให้โลหิตในกายของฉินเยี่ยเย็นเยียบลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเดือดพล่านราวกับมีลาวาเพลิงล้านจอกถูกเทราดลงไปในเส้นชีพจร "เจ้าบ้าคลั่งไปแล้ว..." เสียงหวานใสที่สั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางพายุหิมะโหมกระหน่ำ ไป๋หลินซวงยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งเบื้องหน้า นางเซียนผู้เคยสง่างามเยือกเย็นดุจเทพนิรมิต บัดนี้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์กลับต้องลมพัดจนสะบัดรัว ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบพันปี เมื่อมองร่างของบุรุษที่กำลังถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีชาด ฉินเยี่ยไม่ตอบคำ ริมฝีปากที่ซีดเซียวเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง นัยน์ตาคมกริบดุจคมกระบี่เบิกกว้าง เส้นเลือดสีแดงฉานปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ ท่ามกลางแดนเหมันต์อันไร้ซึ่งความอบอุ่น ร่างของเขากลับแผ่ไอความร้อนระอุออกมาจนน้ำแข็งรอบกายระเหยกลายเป็นไอหมอกสีขาวพวยพุ่ง "ข้าบอกแล้ว... ว่าวิถีกระบี่ของข้า มิได้มีไว้เพื่อยอมจำนนต่อความหนาวเหน็บของฟ้าดิน" น้ำเสียงแหบพร่าหลุดลอดไรฟัน ทว่าเต็มไปด้วยความทะนงตนที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องก้มหัวให้ ฉินเยี่ยกำกระบี่ในมือแน่น ฝ่ามือที่สัมผัสกับด้ามกระบี่เหล็กนิลเริ่มมีเสียงฉ่าดังขึ้นราวกับเนื้อหนังกำลังถูกย่างสดด้วยไฟบรรלטกัป แต่เขาหาได้ใส่ใจความเจ็บปวดนั้นไม่ ความแค้นจากการถูกล้างตระกูล ภาพโลหิตที่นองท่วมแผ่นดินในคืนหิมะโปรยปรายเมื่อสิบปีก่อน ยังคงแผดเผาอยู่ในก้นบึ้งดวงจิต และบัดนี้ มันกำลังหลอมรวมเข้ากับ 'อัคคีจิตวิญญาณ' ที่เขาเพิ่งค้นพบ วิชาบำเพ็ญเพียรฝืนลิขิตฟ้า... หยินและหยางสมดุลในจุดที่วิกฤตที่สุด ไป๋หลินซวงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ทว่าความเย็นรอบตัวนางกลับถูกไอความร้อนจากร่างของฉินเยี่ยผลักกระเด็นออกไป นางยื่นมือเรียวบางที่สั่นเทาออกไปหมายจะแตะไหล่เขา เพื่อถ่าย พลังปราณเหมันต์เข้าช่วยกดข่มไฟธาตุไฟเข้าแทรก "อย่าเข้ามา!" ฉินเยี่ยคำรามลั่น ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน "หากเจ้าแตะต้องข้าตอนนี้ ปราณเหมันต์ของเจ้าจะปะทะกับอัคคีจิตวิญญาณของข้า เราจะดับสลายไปพร้อมกันทั้งคู่!" "แล้วเจ้าคิดว่าข้ากลัวความตายหรือ?" ไป๋หลินซวงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงที่เคยราบเรียบมาตลอดกลับเจือด้วยความตัดพ้อและห่วงหาอย่างปิดไม่มิด นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ข้าถูกจองจำอยู่บนยอดเขาเมฆานี้มานับพันปี ทนอยู่กับความหนาวเหน็บและความโดดเดี่ยวจนวิญญาณเกือบจะด้านชา... หากความตายคือการได้ดับสิ้นไปพร้อมกับความอบอุ่นบ้าคลั่งเช่นนี้ ข้าก็ยินดี!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของจอมยุทธ์ผู้โดดเดี่ยว ฉินเยี่ยชะงักไปชั่วลมหายใจ ความเย็นชาที่เคยสร้างเป็นกำแพงหนาเตอะรอบกายพังทลายลงในพริบตา เขามองหญิงสาวตรงหน้า—เซียนผู้สูงส่งที่ยอมละทิ้งความเป็นอมตะเพื่อเข้าหาเปลวไฟแห่งความพินาศ ทว่า ในวินาทีที่จิตใจหวั่นไหว ไออัคคีในกายก็ยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นราวกับสัตว์ป่าที่หลุดจากกรง เสียงคำรามต่ำดังมาจากท้องฟ้า เมฆทมิฬปกคลุมยอดเขาหิมะในพริบตา สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ ทัณฑ์สวรรค์! มันมาเยือนในยามที่เขากำลังจะบรรลุขอบเขตพลังขั้นใหม่ "ตั้งสติ!" ไป๋หลินซวงตะโกนท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้า นางตัดสินใจพุ่งเข้าไปประชิดร่างของฉินเยี่ย ไม่สนใจผลลัพธ์ที่จะตามมา ฝ่ามือทั้งสองข้างแนบลงบนแผ่นหลังของเขาถ่ายทอดพลังปราณเหมันต์บริสุทธิ์เข้าต้านทานแรงกดดันจากสวรรค์ ตูมมมม! แรงระเบิดสะเทือนเลื่อนลั่น ผืนน้ำแข็งใต้ฝ่าเท้าร้าวรานแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ไอความร้อนและไอความเย็นปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกสีขาวโพลนพุ่งทะยานเสียดฟ้า ร่างของทั้งสองถูกกลืนหายไปในพายุพลังงานที่น่าสะพรึงกลัว ผ่านไปนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ท่ามกลางซากปรักหักพังของลานน้ำแข็ง ฉินเยี่ยหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกแผดเผาและสายฟ้าฟาด ทว่าภายใน단田 (ตันเถียน) กลับมีจุดแสงสีทองอบอุ่นส่องประกายเจิดจ้า อัคคีจิตวิญญาณ... เขาทำสำเร็จแล้ว! เขาหลอมรวมไฟและน้ำแข็งเข้าด้วยกันในร่างเดียวได้สำเร็จ "หลินซวง..." เขารีบหันไปประคองร่างที่อ่อนปวกเปียกของหญิงสาวที่ล้มลงในอ้อมแขน ไป๋หลินซวงหลับตาพริ้ม ริมฝีปากมีคราบโลหิตสีแดงสดตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับสายลม ฉินเยี่ยรู้สึกราวกับหัวใจหยุดเต้น ความทะนงตนทั้งหมดที่มีพังทลายลงในอ้อมกอดนี้ เขาก้มลงกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือที่สุดในชีวิต "ข้ายังไม่ได้พาเจ้าลงไปดูโลกภายนอก... เจ้าจะตายตรงนี้ไม่ได้เป็นอันขาด" ทันใดนั้นเอง พื้นน้ำแข็งเบื้องล่างที่ควรจะสงบลงแล้ว กลับสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่แรงสั่นจากธรรมชาติ แต่เป็น... ฝีเท้าม้าศึกนับหมื่นและจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังพุ่งตรงมายังยอดเขาเมฆา เงาดำสายหนึ่งพุ่งแหวกม่านเมฆลงมาอย่างรวดเร็วดุจดาวตก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่ดังก้องไปทั่วหุบผา "ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... ฉินเยี่ย เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการบรรลุอัคคีจิตวิญญาณ จะช่วยให้เจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของสำนักกระบี่สวรรค์ได้?" ฉินเยี่ยเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีแดงฉานหันขวับไปมองผู้มาเยือน และในวินาทีนั้นเอง เลือดในกายของเขาก็เย็นเฉียบลงยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี เมื่อเห็นใบหน้าที่ปรากฏอยู่ใต้หมวกผ้าคลุมสีดำสนิท—ใบหน้าที่เขาไม่มีวันลืมไปตลอดกาล... คนที่ควรจะตายไปเมื่อสิปปีก่อน! ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความหน็บหนาวนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%