กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 26

การเสียสละของไป๋หลินซวง

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องเกล็ดหิมะโปรยปรายบนลานศิลาจารึกสวรรค์ ย้อมความขาวโพลนให้กลายเป็นสีแดงฉานดั่งดอกเหมันต์โลหิตที่ผ่งบานยามวิกาล “หลินซวง… เจ้าหยุดมือเดี๋ยวนี้!” เสียงคำรามของฉินเยี่ยแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนแค้นเคือง ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลา อาการบาดเจ็บจากการฝืนใช้ ‘กระบี่เก้าสุริยันผ่าฟ้า’ สะท้อนกลับจนชีพจรและเส้นลมปราณทั่วร่างแตกละเอียด ออร่ากระบี่อันดุดันที่เคยแผดเผาปฐพีบัดนี้กลับอ่อนแรงลงจนแทบดับสูญ มีเพียงลมหายใจรวยรินที่ถูกค้ำจุนด้วยความทิฐิอันดื้อรั้นของจอมยุทธ์ผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อผู้ใด เบื้องหน้าของเขาคือร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของไป๋หลินซวง นางเซียนผู้สูงศักดิ์แห่งยอดเขาเมฆาผู้ไม่เคยแยแสต่อโลกหล้า ทว่าในยามนี้ ร่างอันบอบบางของนางกลับสั่นสะท้าน ปลายกระบวนท่าพลังเซียนโบราณกำลังร่ายรำวาดลวดลายอักขระสีครามเข้มกลางอากาศ ปิดผนึกเส้นชีพจรฟ้าดินรอบตัวฉินเยี่ยไว้เพื่อต้านทาน ‘ทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า’ ที่กำลังพุ่งตรงลงมาหมายเอาชีวิตเขา “ฉินเยี่ย… ท่านเงียบปากเสียเถอะนะคะ” น้ำเสียงของไป๋หลินซวงสั่นเครือเล็กน้อย แต่มันยังคงความเยือกเย็นสง่างามดั่งเช่นเคย แม้เม็ดเหงื่อเม็ดโตจะผุดพรายขึ้นตามไรผมและหยดลงบนแก้วตานวลเนียนที่แดงก่ำ นางหันกลับมามองบุรุษผู้เป็นเจ้าของดวงใจเพียงหนึ่งเดียว แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวต่อความตาย มีเพียงความอาลัยอาวรณ์ล้ำลึกที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความเย็นชามานับพันปี “วิถีกระบี่ของท่านยังต้องก้าวเดินต่อไป… ดาบเล่มนี้ของท่านจะต้องผ่าทะลวงฟ้าดิน ชำระแค้นให้ตระกูลฉินให้จงได้ ตัวข้า… เป็นเพียงเซียนผู้ถูกกักขังในพันธนาการแห่งสวรรค์มาเนิ่นนาน การใช้พลังตบะพันปีเพื่อแลกกับการต่อลมหายใจให้ท่าน… คุ้มค่าที่สุดแล้วค่ะ” “ไม่! ข้าไม่ต้องการ! เจ้าทำเช่นนี้เท่ากับเอาชีวิตของตัวเองไปทิ้งไว้ในแดนสนธยา! หากไม่มีเจ้า วิถีกระบี่ไร้ใจของข้าจะมีประโยชน์อันใด!” ฉินเยี่ยแผดเสียงก้องด้วยความคลุ้มคลั่ง ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งลูกผู้ชาย เขาพยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยเรียวขาที่สั่นเทา กระบี่ประจำกายในมือส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับรับรู้ถึงความแตกสลายในจิตวิญญาณของนายเหนือหัว ทว่าทุกครั้งที่เขาขยับเขยื้อน อักขระผนึกเซียนที่ไป๋หลินซวงร่ายใส่กลับยิ่งบีบรัดร่างของเขาแน่นขึ้น ราวกับกรงขังไร้รูปที่ไม่อาจแหกพ้น เปรี้ยง! เสียงอสุนีบาตฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานศิลา แรงกดดันมหาศาลจากทัณฑ์สวรรค์บดขยี้มิติรอบด้านจนบิดเบี้ยว ไป๋หลินซวงกระอักโลหิตคำโตออกมา ร่างของนางเซ เซถอยหลังไปหลายก้าว แต่สองมือยังคงประสานอินทร์ผนึกพลังเพื่อปกป้องดวงจิตของฉินเยี่ยจากคลื่นกระแทกอันรุนแรง พลังลมปราณเซียนบริสุทธิ์ของนางกำลังไหลทะลักเข้าสู่ร่างของฉินเยี่ยราวกับกระแสน้ำวนแห่งโชคชะตา บาดแผลฉกรรจ์บนร่างกายของจอมยุทธ์หนุ่มได้รับการสมานอย่างรวดเร็วด้วยพลังตบะอันล้ำค่าที่นางสะสมมาตลอดพันปี ทว่าในขณะเดียวกัน ร่างกายของไป๋หลินซวงกลับโปร่งแสงขึ้นทีละน้อย เส้นผมสีดำสนิทเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนดั่งเกล็ดหิมะ ความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของนางกำลังถูกกลืนกินด้วยความว่างเปล่า “หลินซวง… หยุดเถอะ ขอร้องล่ะ… หยุด!” ฉินเยี่ยร่ำร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าความตาย ความทิฐิและความเย่อหยิ่งทระนงตนทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ในยามนี้เขากลับรู้สึกไร้ค่าและอ่อนแอที่สุดในชีวิต เมื่อต้องมองดูสตรีเพียงคนเดียวที่เขามอบหัวใจให้ กำลังดับสลายไปต่อหน้าต่อตาเพื่อแลกกับลมหายใจของเขา “จำคำพูดของข้าไว้ให้ดีนะคะ… ฉินเยี่ย” ไป๋หลินซวงส่งยิ้มอ่อนโยนหยาดเยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามที่สุดในรอบพันปี รอยยิ้มที่มีเพียงเขาผู้เดียวในโลกหล้าที่ได้รับมัน “จงมีชีวิตอยู่… จงเป็นกระบี่ที่คมกล้าที่สุด… และหากวันใดที่ท่านทะยานสู่จุดสูงสุดของแดนเซียน… จงมาทวงคืนดวงใจของข้าจากเงื้อมมือของสวรรค์… ให้ได้นะคะ” สิ้นคำกล่าว ร่างของนางก็ถูกกลืนหายไปในแสงสว่างเจิดจ้าของค่ายกลผนึกสวรรค์ อักขระโบราณนับล้านตัวพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของนางดั่งโซ่ตรวนแห่งพันธะสัญญา นิรันดร์กาลคือการถูกจองจำในหุบเขาเหมันตนิรันดร์อย่างไร้สุ้มเสียง พลังตบะทั้งหมดถูกผนึก ปิดตายเส้นทางสู่วิถีเซียนของนางลงอย่างสมบูรณ์ บูมมม! แรงระเบิดครั้งสุดท้ายกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวจนราบเป็นหน้ากลอง ฉินเยี่ยถูกซัดกระเด็นร่วงหล่นลงไปในห้วงเหวลึกเบื้องล่าง ท่ามกลางความมืดมิดและความหนาบหนาวที่กัดกินหัวใจ เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนเลือดซึมผ่านปลายนิ้ว ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดเขาเมฆา ราวกับเสียงร่ำลาอันยาวนานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ในขณะที่ฉินเยี่ยกำลังจะจมดิ่งลงสู่ความหมดสติ ทันใดนั้น… แสงสีทองแปลกประหลาดสายหนึ่งก็ส่องประกายวาบขึ้นจากก้นเหวเบื้องล่าง เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวออกมาจากมิติที่ฉีกขาด แววตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่เขาด้วยความเย้ยหยัน ก่อนจะเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ก้องกังวานในห้วงจิตสำนึกของเขา “จอมยุทธ์ผู้โง่เขลา… เจ้าคิดว่าการเสียสละของนางจะช่วยให้เจ้ารอดพ้นจาก ‘หอคอยแปดทิศกลืนวิญญาณ’ ได้อย่างนั้นหรือ? เจ้าสำนักเซียนฟ้าครามกำลังนำกองทัพกระบี่มุ่งหน้ามาที่นี่… และเป้าหมายต่อไปของมัน ไม่ใช่ใครอื่น… แต่คือดวงวิญญาณที่เหลืออยู่ของสตรีผู้นั้นต่างหาก!” ฉินเยี่ยเบิกตากว้างขึ้นทันที ความโกรธเกรี้ยวสายใหม่แผดเผาจิตวิญญาณที่แตกสลายให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งราวกับเปลวเพลิงในขุมนรกโลกันตร์ ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความหน็บหนาวและคราบน้ำตานี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%