โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายคมกระบี่ "เหมันต์ไร้เงา" สู่พื้นศิลาสีนิล ส่งเสียงกระทบดังกังวานเยือกเย็นราวกับเสียงถอนหายใจของสวรรค์
"ฉินเยี่ย... เจ้าคิดว่าลำพังตัวคนเดียว กับกระบี่เล่มเดียว จะพังค่ายกลหมื่นวิญญาณของสำนักกระบี่เมฆาทะยานฟ้าได้จริงหรือ?"
เสียงแค่นหัวร่อเย้ยหยันดังมาจากเงาดำนับร้อยที่รายล้อมอยู่เบื้องหน้า ย우จวินเซียว ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่เมฆาทะยานฟ้า ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นบูชาแปดทิศ สองมือประสานผนึกปราณกระบี่จนฟ้าดินสั่นสะเทือน เบื้องหลังของเขาคือร่างของไป๋หลินซวง เซียนหิมะผู้สูงศักดิ์ นางถูกตรึงไว้ด้วยโซ่อัคคีมังกรเพลิงเก้าสวรรค์ ร่างกายบอบบางอาบย้อมไปด้วยคราบโลหิต ใบหน้าที่เคยงดงามเยือกเย็นดุจหยกสลักบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงทอประกายคมปลาบดื้อรั้น ไม่ยอมก้มหัวให้ความเจ็บปวดแม้แต่น้อย
ฉินเยี่ยไม่แม้แต่จะชายตามองผู้อาวุโสจวินเซียว ดวงตาคมกริบของจอมยุทธ์หนุ่มจับจ้องเพียงร่างของสตรีผู้เป็นเจ้าของหัวใจ ปราณกระบี่รอบตัวเขาแผ่พุ่งจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นสีขาวโพลน เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายตามแรงลมปราณที่ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด เขาคือนักดาบผู้ทะนงตน ไม่เคยคุกเข่าให้ฟ้าดิน และวันนี้... ต่อให้เทพยดาหน้าไหนก็ไม่อาจพรากนางไปจากอ้อมแขนของเขาได้
"ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อรอง..." น้ำเสียงของฉินเยี่ยราบเรียบเย็นชา แต่กลับทรงพลังกดดันจนเหล่าศิษย์สำนักเมฆาทะยานฟ้าถึงกับหน้าถอดสี "ข้ามาเพื่อทวงคืน... และเพื่อตัดหัวพวกที่บัง-อาจ-แตะ-ต้อง-นาง"
สิ้นเสียงคำราม ด้ามกระบี่ในมือถูกกระชากออกจากฝักอย่างรุนแรง ประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าบาดตาพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับมังกรน้ำแข็งถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีลอันยาวนานนับพันปี!
ฉากการต่อสู้ระเบิดขึ้นในพริบตาเดียว ร่างของฉินเยี่ยพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับสายอสนีบาตไร้เงา เคล็ดวิชา "กระบี่เก้าสวรรค์สลายวิญญาณ" ถูกปลดปล่อยออก It is a dance of death—การร่ายรำแห่งความตายที่งดงามและอำมหิต คมกระบี่ตวัดผ่านอากาศครั้งหนึ่ง หยาดฝนและละอองหมอกรอบบริเวณต่างแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับล้านเล่ม พุ่งเข้าเสียบร่างของเหล่าผู้ฝึกตนที่ดาหน้าเข้ามาขวางทางจนแหลกสลายกลายเป็นธุลี
"ทะลวง!"
ฉินเยี่ยคำรามในลำคอ พลังปราณขอบเขตเซียนขั้นสมบูรณ์แบบระเบิดทะลักออกจากจุดตันtian (ตันเถียน) แผ่ขยายอาณาเขตกระบี่ครอบคลุมรัศมีร้อยลี้ แรงกดดันมหาศาลทำให้แท่นบูชาแปดทิศถึงกับปริร้าว ผู้อาวุโสจวินเซียวหน้าถอดสี รีบทะยานร่างถอยหลังพร้อมทั้งกระตุ้นค่ายกลหมื่นวิญญาณให้แผดเผาขึ้นต้านทาน แต่ไหนเลยจะทานทนต่อความบ้าคลั่งของจอมยุทธ์ผู้ยอมแลกวิญญาณเพื่อสตรีในดวงใจได้
ในวินาทีที่คมกระบี่จ่อat throat (จ่ออยู่ที่ลำคอ) ของผู้อาวุโสจวินเซียว ไป๋หลินซวงที่ถูกตรึงอยู่ก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นามมองมาที่เขา หยาดน้ำตาใสไหลรินผ่านแก้มที่เปื้อนฝุ่นควัน นางขยับริมฝีปากแผ่วเบาไร้เสียง แต่ฉินเยี่ยอ่านความหมายนั้นออกได้อย่างชัดเจน
*'เยี่ย... พอได้แล้ว... ข้าไม่เป็นไร...'*
หัวใจของฉินเยี่ยกระตุกวูบ ความเย็นชาที่เคยห่อหุ้มตัวตนพังทลายลงในเสี้ยววินาที ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้พุ่งเข้าไปตัดโซ่อัคคีมังกรเพลิงเพื่อปลดปล่อยนาง ท้องนิตpระเบิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม เมฆสีดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปอัคคีพายุหมุนขนาดยักษ์เหนือยอดเขาเมฆา แรงกดดันระดับ "ทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า" กดทับลงมาจนพื้นศิลาแหลกละเอียดเป็นผุยผง
และที่ใจกลางพายุนั้นเอง... เงาร่างของบุคคลที่สามผู้ไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ ก็ก้าวเท้าเหยียบลงมาบนกลีบเมฆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาทผู้คนจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง!
"คิดว่าจะพาคนรักหนีไปได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ... ฉินเยี่ย เจ้าช่างดูถูกกฎแห่งสวรรค์เกินไปแล้วกระมัง"
ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความเหน็บหนาวและคราบน้ำตานี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 27
เส้นทางสู่ยอดเขาเมฆา
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!