โลหิตมิได้หลั่งรินด้วยความตื่นตระหนก หากแต่ไหลรินดุจสายน้ำตกที่ยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วงแห่งความตาย กลิ่นอายคาวเลือดและไอหมอกพิษคละคลุ้งจนแสบทรวงอก ป้อมปราการหินนิลกาฬยามนี้กลายเป็นลานประหารที่ไร้ซึ่งความปรานี ศัตรูนับร้อยพรูเข้ามาประหนึ่งฝูงตั๊กแตนปะทะพายุหิมะ
ฉินเยี่ยกวาดสายตาคมกริบดุจคมกระบี่มองร่างไร้ลมหายใจของศัตรูที่กองระเนระนาดอยู่เบื้องเท้า เขามิได้หอบหายใจแม้แต่น้อย ทว่าไอปราณกระบี่รอบกายกลับแผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยว วิถีกระบี่เดียวดายของเขาหาได้มีความลังเล ชายหนุ่มก้าวออกไปหนึ่งก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ทะลวงฝ่าวงล้อมของยอดฝีมือสำนักมารโลหิตด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของผู้อำนาจยังมิอาจจับทัน
"เด็กเหลือขอ เจ้าคิดว่าจะฝ่าค่ายกลมรณะแปดทิศออกไปได้เช่นนั้นหรือ!" เสียงคำรามดังก้องจากผู้อาวุโสสำนักมารผู้ถือครองกระบองหนามโลหิต เขาพ่นลมหายใจร้อนระอุออกมาเป็นไอสีดำทมิฬ
"กระบี่ในมือข้า มิเคยถามไถ่ชื่อของสุนัขที่ต้องสังหาร" ฉินเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาไร้ซึ่งอารมณ์ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ด้ามกระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด
ฉับพลันนั้น ห้วงอากาศเบื้องบนพลันแปรเปลี่ยน ท้องฟ้าที่เคยอับแสงกลับปรากฏเกล็ดหิมะสีครามโปรยปรายลงมา ท่ามกลางสมรภูมิอันนองเลือดและร้อนระอุด้วยเพลิงโทสะ ร่างระหงในอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ดุจเทพเซียนปรากฏขึ้นกลางนภา ไป๋หลินซวงลอยตัวอยู่เหนือยอดป้อมปราการ ดวงพักตร์งดงามล่มเมืองนั้นเยือกเย็นไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาที่ทอดมองมายังฉินเยี่ยกลับซ่อนคลื่นอารมณ์ที่รุนแรงประหนึ่งพายุหิมะในฤดูเหมันต์ นางมิได้เอวาจาใด ๆ นิ้วเรียวดุจหยกสลักดีดออกเบา ๆ กระบี่วารีน้ำแข็งนับพันเล่มพุ่งแหวกอากาศลงมาดุจห่าฝน เสียบทะลุร่างของเหล่ามือสังหารที่ล้อมกรอบฉินเยี่ยไว้จนสิ้นลมในพริบตา
"เจ้า... มิควรยื่นมือเข้ามายุ่ง" ฉินเยี่ยขมวดคิ้วแน่น แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่หัวใจกลับกระตุกวูบยามเห็นรอยเปื้อนคราบเลือดที่มุมปากของนาง
"ข้าหาได้ช่วยเจ้า..." ไป๋หลินซวงร่อนลงยืนเคียงข้างเขา ปลายกระบี่ของนางหยดหยาดน้ำค้างแข็งสะท้อนแสงโลหิต "ข้าเพียงแต่... รำคาญเสียงเห่าหอนของพวกมันก็เท่านั้น"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มือเรียวกลับเอื้อมไปแตะที่ต้นแขนของฉินเยี่ยที่ชุ่มโชกด้วยเลือด สัมผัสที่เย็นเยียบของนางแฝงไว้ด้วยพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อสกัดกั้นพิษร้ายที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรของเขา แม้ทั้งสองจะมิได้กล่าวคำหวานซึ้งใด ทว่าในยุทธภพที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยการหักหลังนี้ การยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่หันหลังชนกันเช่นนี้ คือคำมั่นสัญญาที่ล้ำค่าเสียยิ่งกว่าคำสาบานใด ๆ
"ระวัง!" ฉินเยี่ยตวัดแขนรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักตวัดรับการลอบโจมตีจากเงามืด ประกายไฟจากการปะทะสะท้อนลงบนนัยน์ตาของทั้งคู่
เบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูชั้นในสุดของป้อมปราการแห่งความตาย ที่ซึ่งประมุขมารผู้ชั่วร้ายรอคอยอยู่ พร้อมกับกลไกทำลายล้างที่ถูกเปิดใช้งานแล้ว เสียงกลበศศึกคำรามกึกก้องปฐพี แรงกดดันระดับบรรพชนพุ่งทะยานขึ้นเสียดฟ้า
ฉินเยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ถ่าย Iปราณกระบี่ทั้งหมดเข้าสู่ตanเถียน (จุดตันเถียน) แววตาของเขาลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งการทะลวงขีดจำกัด ไป๋หลินซวงประสานมือส่งพลังปราณเซียนเหมันต์เข้าหนุนเสริม ร่างทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในกระบวนท่ากระบี่คู่ผสานหยินหยาง
ทันใดนั้น ผนังห้องโถงเบื้องหน้าก็พังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างมหึมาที่แผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผู้ใด... และสิ่งแรกที่เงาร่างนั้นเอ่ยออกมา คือความลับอันน่าตกใจเกี่ยวกับชาติกำเนิดที่ฉินเยี่ยตามหามาตลอดชีวิต!
ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความเหน็บหนาวและคราบน้ำตานี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 28
ป้อมปราการแห่งความตาย
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!