"หากความแค้นเป็นดั่งธุลีดิน เหตุใดพวกเจ้าจึงต้องใช้ชีวิตนับแสนชีวิตมาเป็นเครื่องเซ่นสังเวย!"
เสียงคำรามของฉินเยี่ยดังสะท้านก้องไปทั่วหุบผาอัคคีโลกันตร์ เมฆหมอกสีเลือดเบื้องบนหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว แรงกดดันจากขอบเขตเซียนแท้จริงแผ่ซ่านออกไปจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและการทำลายล้างนั้น ร่างของบุรุษหนุ่มกลับยืนหยัดสง่างามราวกับกระบี่เล่มหนึ่งที่ถูกตีขึ้นจากเหล็กกล้าชั้นดี—เยียบเย็น ทระนง และไร้ซึ่งความหวาดหวั่น
เบื้องหน้าของเขาคือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายมารโลหิต ทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงโลกันตร์สีดำสนิทที่แผดเผาทุกสิ่งจนมอดไหม้ มันหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ แววตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและดูถูกเหยียดหยาม
"ฉินเยี่ย! ต่อให้เจ้าจะบรรลุกระบี่วิญญาณสวรรค์แล้วอย่างไร? เคล็ดวิชาเพลิงโลกันตร์ของข้าหลอมรวมมาจากดวงวิญญาณบริสุทธิ์นับหมื่น ความร้อนแรงระดับนี้สามารถหลอมละลายได้แม้กระทั่งเหล็กไหลพันปี วันนี้ที่นี่จะคือสุสานฝังร่างอันไร้ค่าของเจ้า!"
สิ้นเสียง ผู้อาวุโสพุ่งทะยานเข้าใส่ดั่งอสนีบาต ประกายไฟสีดำมหึมาแผดเผาอากาศจนบิดเบี้ยว รังสีฆ่าฟันพุ่งทะยานเสียดฟ้าหมายจะบดขยี้ร่างของฉินเยี่ยให้แหลกเป็นจุลในกระบวนท่าเดียว
ทว่า... ฉินเยี่ยไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง แววตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกลับฉายแววเย้ยหยันออกมาวูบหนึ่ง
*วิ้ง—*
เสียงกระบี่ในฝักสั่นสะเทือนกังวานล้ำลึก มันคือเสียงที่กรีดลึกลงไปในจิตวิญญาณของทุกผู้คนที่ได้ยิน ฉินเยี่ยสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่เดียวดายในมือถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว แต่กลับทำให้มิติรอบด้านพลันแข็งค้างในทันที
ความหนาวเหน็บระดับที่สามารถแช่แข็งกาลเวลาแผ่พุ่งสวนทางกับเปลวเพลิงสีดำ มันคือความย้อนแย้งอันสมบูรณ์แบบที่มนุษย์ปุถุชนไม่อาจจินตนาการได้—**วิชาผสานอัคคีเหมันต์นิรันดร์**!
"เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาใดกัน!" ผู้อาวุโสพรรคพวกมารเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าคลื่นความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากคมกระบี่ของฉินเยี่ยไม่ได้ดับไฟของมัน ทว่ากลับ 'กลืนกิน' และ 'แปรเปลี่ยน' เปลวเพลิงสีดำให้กลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีเพลิงระยิบระยับในชั่วพริบตา!
นี่ไม่ใช่การหักล้างกันระหว่างธาตุหยินและหยาง แต่เป็นการหลอมรวมขั้วตรงข้ามเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ดั่งไฟที่เย็นเยือกและน้ำแข็งที่แผดเผา ความเจ็บปวดจากการถูกแช่แข็งพร้อมกับถูกแผดเผาไปพร้อมๆ กันทำให้ผู้อาวุโสพรรคมารกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานอย่างหาที่สุดไม่ได้ เลือดสีดำพวยพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ด ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกผลึกน้ำแข็งเพลิงกลืนกินจนกลายเป็นรูปปั้นสีแดงฉาน และสลายกลายเป็นผุยผงไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมหุบผาอัคคีโลกันตร์ชั่วขณะ เหล่ายอดฝีมือพรรคมารที่เหลืออยู่ต่างถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้เลยว่า เด็กหนุ่มที่เคยถูกไล่ล่าจนมุมในอดีต บัดนี้กลับก้าวขึ้นมาอยู่จุดสูงสุดที่แม้แต่เงาของเขาก็ยังมิอาจเอื้อมถึง
ท่ามกลางเศษเสี้ยวของเกล็ดน้ำแข็งเพลิงที่ยังคงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูปรากฏขึ้นเบื้องหลังของฉินเยี่ยอย่างเงียบเชียบ นางคือไป๋หลินซวง เซียนหิมะผู้เยือกเย็นและสูงส่ง ไร้ซึ่งผู้ใดกล้าสบตา แต่นัยน์ตาคู่สวยที่เคยว่างเปล่ามานับพันปี บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนและภาคภูมิใจยามเมื่อมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้
"เจ้า... บาดเจ็บหรือไม่?" น้ำเสียงไพเราะดุจเสียงพิณสวรรค์เอ่ยถามอย่างแผ่วเบา มีเพียงฉินเยี่ยเท่านั้นที่จะได้ยินความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาของนาง
ฉินเยี่ยเก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ ความเย่อหยิ่งในแววตาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อหันกลับมาสบตากับนาง เขายื่นมือหนาออกไปกอบกุมมือเรียอบางที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งของนางไว้เบื้องหน้าลมหายใจอุ่นร้อน
"ศิษย์พี่ซวง... ความแค้นของตระกูลฉินใกล้จะสะสางจนสิ้นแล้ว ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าผู้ใดก็พรากท่านไปจากมือของข้าไม่ได้อีก"
คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นดุจขุนเขาทำให้หัวใจของนางเซียนผู้โดดเดี่ยวสั่นไหวอย่างรุนแรง ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากฝ่ามือที่กุมกันทะลวงลึกถึงก้นบึ้งวิญญาณ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผสานความหวานล้ำและลึกซึ้งเข้าด้วยกันนั้นเอง...
*เปรี้ยงงงง—!*
ท้องฟ้าที่ควรจะสงบกลับคำรามลั่นด้วยเสียงอสนีบาตสีทองสลับม่วงอย่างไร้สาเหตุ เมฆทัณฑ์สวรรค์หนาทึบก่อตัวขึ้นเหนือหัวของพวกเขาราวกับปาฏิหาริย์ และสิ่งที่ทำให้ฉินเยี่ยกับไป๋หลินซวงต้องชะงักค้าง คือเงาร่างนับร้อยที่สวมชุดเกราะโบราณสีทองอร่ามกำลังก้าวทะลุผ่านมิติออกมาจากรอยแยกแห่งความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงประกาศิตก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามภพ
"ฉินเยี่ย ฝืนลิขิตฟ้า สังหารผู้บริสุทธิ์... โทษทัณฑ์แห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า บัดนี้... สมควรตายตกไปตามกัน!"
ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความเหน็บหนาวและคราบน้ำตานี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 29
เพลิงแค้นแผดเผาฟ้า
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!