กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 30

ปลดปล่อยกรงขัง

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"หากกรงขังพันปีนี้คือความเมตตาจากสวรรค์ เช่นนั้นข้า... จักขอเป็นอสุรกายที่ฉีกกระชากความเมตตานั้นให้แหลกคามือ!" เสียงคำรามแหบพร่าทว่าดังก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูหนาวสะท้อนไปทั่วหุบผาหมันหยาง ร่างของฉินเยี่ยในยามนี้อาบย้อมไปด้วยโลหิตสีชาดที่ไหลรินจากบาดแผลฉกรรจ์บนแผ่นหลัง กระบี่อัคคีโลหิตในมือสั่นระริก ปล่อยไอความร้อนระอุผสานกับจิตสังหารอันบ้าคลั่งจนหิมะรอบกายเดือดพล่านกลายเป็นไอพิษสีขาวโพลน เบื้องหน้าของเขาคือม่านพลังอักขระโบราณเก้าชั้นที่ทอประกายแสงสีทองอร่าม มันคือคุกสวรรค์ที่กักขังวิญญาณและอิสรภาพของไป๋หลินซวงมาอย่างยาวนานถึงหนึ่งพันปี ที่ใจกลางเขตอาคมนั้น ร่างระหงของไป๋หลินซวงทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่บนแท่นศิลาเย็นเยียบ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดสีโลหิตที่นางกระอักออกมาเนื่องจากแรงสะท้อนของเขตอาคมที่กำลังสั่นคลอน แม้นางจะเป็นเซียนหิมะผู้สูงศักดิ์ ไร้ซึ่งกิเลสและตัณหาใดๆ ทว่าในยามนี้ ดวงเนตรคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีกลับไหวระริก มองตรงไปยังชายหนุ่มผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย "ฉินเยี่ย... พอได้แล้ว" เสียงหวานใสที่แหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก "เขตอาคมนี้ผูกพันธะกับจิตวิญญาณบรรพจารย์ หากเจ้ายังดันทุรังใช้กระบี่เล่มนั้นฝ่าเข้าไป ชีวิตของเจ้า... จะต้องดับสูญพร้อมกับแผ่นศิลานี้อย่างแน่นอน" ฉินเยี่ยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง นางไม่รู้หรือว่า สำหรับเขาแล้ว โลกใบนี้ต่อให้กว้างใหญ่เพียงใด หากไม่มีนางผู้เป็นดั่งดวงใจอยู่เคียงข้าง มันก็เป็นเพียงคุกมืดที่เหน็บหนาวไม่ต่างกัน รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แววตาของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตนฉายประกายเด็ดเดี่ยวราวกับจะท้าทายแม้กระทั่งเงื้อมมือของเง็ก بيม "หลินซวง เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นเซียนผู้บริสุทธิ์บนยอดเขาเมฆาอันสูงส่ง แต่ข้า... เกิดมาเพื่อเหยียบย่ำกฏเกณฑ์ไร้สาระของสวรรค์!" ฉินเยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ถ่ายเทลมปราณเก้าอัคคีผลาญฟ้าเข้าสู่จุดตันtianจนเส้นเลือดปูดโปนทั่วร่าง พลังปราณสีแดงฉานพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาอัคคีที่ค้ำยันสวรรค์ อาการบาดเจ็บภายในถูกกดทับด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เขายกกระบี่ในมือขึ้นชี้ฟ้า อักขระโบราณบนคมกระบี่เปล่งแสงเจิดจ้าจนแสบตา กลิ่นอายความตายและชีวิตหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ณ ชั่วพริบตานั้น *เปรี้ยง! โครม!* ม่านพลังอักขระชั้นแรกระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของฉินเยี่ยจนถอยหลังไปสามก้าว รอยเท้าของเขาจมลึกลงไปในพื้นศิลา โลหิตสดๆ พุ่งทะลักออกจากมุมปากของชายหนุ่มทันที ทว่าเขาไม่ยอมล้มลง ร่างกายยังคงตั้งตรงดุจสนทระนงท่ามกลางพายุหิมะ ไป๋หลินซวงเบิกตากว้าง หัวใจที่เคยด้านชาและหยุดเต้นไปนับพันปีกลับมาบีบตัวรัดแน่นจนเจ็บปวด นางเห็นแผ่นหลังที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยบาดแผลนั้นปกป้องนางจากเศษเสี้ยวของเขตอาคมที่กระเด็นเข้าใส่ น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวยเป็นครั้งแรกในรอบพันปี "เหตุใด... เหตุใดเจ้าจึงต้องทำเพื่อคนเช่นข้า ถึงขนาดต้องเอาชีวิตเข้าแลกเช่นนี้..." เสียงของนางสั่นเครือ ความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของเซียนผู้สูงส่งบัดนี้พังทลายลงสิ้นเชิง "เพราะข้าคือคนเดียวที่มีสิทธิ์จะกอดเจ้า... และข้าคือคนเดียวที่จะพานางเซียนโง่เขลาผู้นี้เดินออกจากนรกโลกันต์นี่อย่างไร!" คำพูดอันเย่อหยิ่งแต่เปี่ยมด้วยความจริงใจนั้นบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของไป๋หลินซวง นางมิใช่สตรีที่ต้องการคำหวานหู แต่วาจาของฉินเยี่ยในยามนี้กลับทรงพลังยิ่งกว่าเคล็ดวิชาเซียนใดๆ ในใต้หล้า มันคือพันธสัญญาด้วยชีวิต คือความรักที่ยอมแม้กระทั่งแผดเผาฟ้าดินเพื่อแลกกับอิสรภาพของนาง ฉินเยี่ยไม่รอช้า เขารวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้าย พุ่งทะยานร่างเข้าหาเขตอาคมที่เหลืออยู่อีกแปดชั้นรวดเดียว กระบี่อัคคีโลหิตก드วาดวาดเป็นวงโค้งกลางอากาศ เกิดเป็นภาพเงากระบี่นับหมื่นเล่มพุ่งเข้าประจัญบานกับตาข่ายอักขระอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามของกระบี่ประสานกับเสียงกรีดร้องของพลังวิญญาณโบราณดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าดินกำลังจะล่มสลาย *ตูม! ตูม! ตูม!* เขตอาคมชั้นที่สอง สาม และสี่ แตกสลายไล่เลี่ยกันราวกับใบไม้ร่วงหล่น ทว่าแรงสะท้อนกลับนั้นรุนแรงเกินกว่ามนุษย์จะรับไหว แขนเสื้อด้านขวาของฉินเยี่ยขาดวิ่น ผิวหนังปริแตกจนเห็นกระดูกสีขาวน่ากลัว โลหิตสาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะสีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉานดุจดอกเหมยโลหิตบานสะพรั่ง "ฉินเยี่ย! พอแล้ว! ข้าขอร้อง!" ไป๋หลินซวงกรีดร้องสุดเสียง นางพยายามฝืนพลังปราณที่เหลืออยู่เพื่อลุกขึ้นไปห้ามเขา ทว่าโซ่ตรวนแห่งพันธะเซียนที่ข้อเท้ายังคงตรึงร่างนางไว้ "ข้าไม่เคยยอมแพ้ต่อผู้ใด... และวันนี้ ข้าก็จะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาเช่นกัน!" ชายหนุ่มคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดแต่ทว่าองอาจยิ่ง เขายกกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ รวบรวมจิตวิญญาณแห่งกระบี่ทั้งหมดหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน แสงสีทองจากเขตอาคมที่เหลืออีกห้าชั้นพยายามต้านทานอย่างสุดกำลัง เกิดเป็นคลื่นกระแทกสีขาวและแดงปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่บนยอดเขา ในวินาทีที่เขตอาคมชั้นสุดท้ายกำลังจะปริแตกออก ร่างของฉินเยี่ยก็สะท้านเฮือก ดวงตาทั้งสองข้างมีโลหิตไหลรินออกมาแทนหยาดน้ำตา ลมปราณในร่างปั่นป่วนจนคล้ายจะแตกดับ แต่อย่างไรก็ตาม... คมกระบี่ของเขาก็จี้ทะลวงผ่านใจกลางอักขระพันปีได้สำเร็จ! *แกร๊ก... เพล้ง!* เสียงราวกับกระจกแก้วชั้นดีแตกละเอียดดังขึ้นก้องกังวาน ม่านพลังพันปีที่ไม่มีผู้ใดเคยทำลายได้บัดนี้พังทลายลงต่อหน้าต่อตา ทว่าในวินาทีที่เขตอาคมสลายไป เสียงระฆังโบราณจากยอดเขาไกลโพ้นกลับดังขึ้นสามครั้งซ้อน... พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากมิติความว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายกดดันระดับมหาเทพเซียนแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วสารทิศ จนแม้แต่หิมะที่กำลังโปรยปรายยังต้องหยุดนิ่งกลางอากาศ ไป๋หลินซวงหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่มาเยือน "ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านอาจารย์ส่งท่านมาจริงๆ ด้วย" ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความเหน็บหนาวและคราบน้ำตานี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%