รอยแตกร้าวสีเงินบนหน้าผากของไป๋หลินซวงคล้ายเส้นใยพิศวงที่กำลังแผ่ขยาย รุกคืบกัดกินผิวเนียนละเอียดดุจหยกขาวของนางอย่างน่ากลัว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นทั่วกรอบหน้า ทว่าความเจ็บปวดล้ำลึกที่สั่นคลอนรากฐานจิตวิญญาณแห่งเซียน กลับไม่สามารถพรากความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ไปจากแววตาคู่นั้นได้เลย
"ถอยไป... เยี่ยหลาง"
เสียงหวานใสที่เคยดังก้องกังวานดุจระฆังหยกยามนี้กลับแหบพร่า เลือดสีแดงเข้มไหลรินจากมุมปากตัดกับอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางราวกับดอกเหมันต์สีชาดที่ผลิบานบนทุ่งน้ำแข็ง ทัณฑ์สวรรค์เบื้องบนคำรามลั่น เมฆทมิฬหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นอัคคีสีทองที่พร้อมจะแผดเผาทุกสรรพชีวิตให้มอดไหม้ในพริบตาเดียว แต่นางเซียนผู้สูงส่งกลับไม่ยอมถอยแม้แต่ครึ่งก้าว นางยังคงยืนหยัดขวางกั้นระหว่างอสนีบาตล้างโลกกับบุรุษเบื้องหลัง
ฉินเยี่ยไม่ขยับ แววตาของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่เดียวดายมิได้มีความหวาดกลัวเจือปน มีเพียงประกายคมกริบดุจคมกระบี่ที่ถูกลับจนถึงขีดสุด เขาไม่เอ่ยคำพร่ำเพรื่อ มือขวาที่กุมด้ามกระบี่ไร้ใจกระชับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังปราณกระบี่สายหนึ่งระเบิดทะลักออกจากจุดตันtianแผ่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า ท้าทายแรงกดดันระดับเซียนที่กดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น
"ข้าเคยลั่นวาจาไว้แล้ว..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบเอ่ยลอดไรฟัน ทว่าก้องกังวานฝ่าเสียงคำรามของสายฟ้า "ในเมื่อกระบี่ในมือข้ายังไม่หักสะบั้น ต่อให้เป็นสวรรค์หรือแม้แต่ทัณฑ์อัคคีพันปี ก็ไม่มีสิทธิ์พรากเจ้าไปจากที่นี่!"
สิ้นคำพูดนั้น ฉินเยี่ยก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างสูงสง่าพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหาประจันหน้ากับสายฟ้าสีทองสายแรกที่ผ่าลงมาอย่างบ้าคลั่ง!
*เปรี้ยง!*
แสงสว่างวาบเจิดจ้าจนโลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลน คลื่นกระแทกมหาศาลกวาดเอาหิมะบนยอดเขาเมฆากระจัดกระจายกลายเป็นพายุหมุนสีขาวโพลน ร่างของฉินเยี่ยสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กระบี่ในมือส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของเขา ทว่าเขากลับฝืนต้านทานพลังทำลายล้างนั้นไว้ด้วยวิถีกระบี่ที่แข็งกร้าวและดุดันที่สุดในใต้หล้า บาดแผลเหวอะหวะปรากฏขึ้นตามแขนและลำตัว แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างของไป๋หลินซวงเบื้องล่างอย่างไม่วางตา
ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง ไป๋หลินซวงพลันเงີยหน้าขึ้น ดวงตาคู่งามที่เคยสงบนิ่งดุจน้ำในบึงลึกกลับเปล่งประกายแสงสีเงินเจิดจ้า ผนึกพันปีที่กักขังพลังแท้จริงของนางแตกสลายลงแล้ว!
พายุพลังเซียนสายหนึ่งระเบิดทะลักออกมาจากร่างของนางราวกับเขื่อนแตก อุณหภูมิบนยอดเขาดิ่งฮวบลงจนอากาศแข็งตัวเป็นผลึกน้ำแข็งในชั่วพริบตา ร่างบางลอยเคว้งคว้างขึ้นสู่กลางอากาศ เปล่งรัศมีเจิดจ้ายิ่งกว่าดาราบนฟากฟ้า นางประสานอินด้วยมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วจนเกิดภาพติดตา ม่านพลังน้ำแข็งเก้าชั้นถูกกางกั้นขึ้นต้านทานสายฟ้าที่เหลือรอดทั้งหมด
*ตูม! ตูม! ตูม!*
เสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาจักรเซียน ร่างของฉินเยี่ยร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นน้ำแข็งอย่างแรงจนกระอักเลือดคำโตออกมาอีกครั้ง แต่มือขวายังคงกำด้ามกระบี่ไว้มั่นไม่ยอมปล่อย เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าท้องฟ้าที่เคยคำรามกึกก้องเมื่อครู่กลับค่อยๆ สงบลง เมฆทมิฬสลายตัว เหลือเพียงแสงจันทร์สีเงินนวลที่สาดส่องลงมาอาบไล้ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังลอยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า
ไป๋หลินซวงในยามนี้งดงามจนแทบหยุดหายใจ รัศมีเซียนบริสุทธิ์แผ่ซ่านรอบกายจนภูเขาทั้งลูกราวกับถูกเคลือบด้วยแก้วผลึก ทว่าใบหน้าของนางกลับซีดขาวไร้สีเลือด นางทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้าฉินเยี่ยอย่างอ่อนแรง ก่อนที่มือเรียวเล็กจะเอื้อมไปแตะขอบแก้มของเขาที่มีคราบเลือดติดอยู่
"เจ้า... โง่เง่าจริงๆ" น้ำเสียงของนางสั่นระริกเล็กน้อย เจือความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ทั้งความตื้นตัน ความหวาดกลัว และความรักล้ำลึกที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย็นชามานานนับพันปี
"ข้าโง่... หรือเจ้าที่ดึงดันจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว?" ฉินเยี่ยแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเย็นเฉียบของนางไว้ แน่นอณูความอบอุ่นถ่ายทอดผ่านฝ่ามือของคนทั้งสอง ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโชย
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองสบตากันโดยไม่มีคำพูดใดๆ แววตาของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนกับเซียนหิมะผู้เยือกเย็นได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พวกเขารู้ดีว่า... ความจริงเบื้องหลังการถูกกักขังของนาง และโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของเขา ล้วนมีเงื่อนงำเดียวกันซ่อนอยู่เบื้องหลังสำนักเซียนอันยิ่งใหญ่ในโลกเบื้องล่าง
"พวกเราต้องลงไป" ไป๋หลินซวงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว นางยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ รัศมีเซียนถูกเก็บงำไว้ในร่างอย่างแนบเนียน เหลือไว้เพียงสตรีชุดขาวผู้สูงศักดิ์ "ผนึกถูกทำลายแล้ว คนพวกนั้นย่อมรู้ตัว ขืนรอดูอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ มีแต่จะตกเป็นฝ่ายถูกล่า"
ฉินเยี่ยพยักหน้าช้าๆ เขาลุกขึ้นยืน ปัดเศษหิมะออกจากอาภรณ์ ชักกระบี่กลับเข้าฝักด้วยเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ "ดี ข้าเองก็รอวันนี้มานานพอแล้ว เลือดล้างตระกูลฉิน... ถึงเวลาต้องสะรับชำระบัญชีทีละคน"
ทั้งสองตัดสินใจเด็ดเดี่ยวที่จะละทิ้งความสงบสุขบนยอดเขาเมฆา มุ่งหน้าสู่โลกเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล ขุมพลังมืด และความลับอันดำมืดที่รอการเปิดโปง โดยหารู้ไม่ว่า... ก้าวแรกที่พวกเขาก้าวพ้นเขตแดนเซียน มีเงาร่างปริศนากลุ่มหนึ่งกำลังยืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่เบื้องล่าง พร้อมกับค่ายกลสังหารที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเหี้ยมเกรียมเพื่อรอรับการกลับมาของ "เซียนหิมะผู้ทรยศ"!
ขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางฝ่าลมหนาวและคมกระบี่มา ณ ที่นี้นะคะ
กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 11
สู่โลกเบื้องล่าง
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าปฐพีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!