กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บศพใต้ดิน ไม่ได้ทำให้รินรดาเบือนหน้าหนีเท่ากับเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องชันสูตรอย่างถือดี
ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวของภาคินกวาดมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสเตนเลส ก่อนจะเลื่อนกลับมาหยุดนิ่งที่แพทย์นิติเวชสาวผู้กำลังสวมถุงมือยางอย่างใจเย็น เธอไม่แม้แต่จะชายตาแลเขาด้วยซ้ำ ราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นละอองที่ปลิวผ่านเข้ามาในพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์และเป็นส่วนตัวที่สุดของเธอ
"คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาในนี้ค่ะ ท่านประธานภาคิน" เสียงหวานทุบทำลายความเงียบขึ้นด้วยโทนเรียบสนิท เยชาชาและห่างเหินจนน่าใจหาย
ภาคินไม่ตอบในทันที เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาหาเธอ รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นกระเบื้องเกิดเสียงก้องกังวานในห้องแคบๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอยังคงจดจำสัมผัสและไออุ่นจากอดีตสามีคนนี้ได้ดีเกินไป... ดีเกินกว่าที่หัวใจซึ่งถูกกรีดจนพรุนจะยอมรับ
"ศพนี้... เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เฟสใหม่ของตระกูลเรา รินรดา" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยทำให้เธอยอมจำนนมานักต่อนัก "และฉันไม่อนุญาตให้รายงานการชันสูตรของคุณ มีผลกระทบอะไรก็ตามที่จะทำให้หุ้นของบริษัทฉันร่วงลงแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว"
รินรดากระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววรักใคร่เทิดทูนเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาออกคำสั่งกับแพทย์นิติเวชในเวลางานคะ?" เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาเล็กน้อย แม้ส่วนสูงจะต่างกันมาก แต่แววตาเด็ดเดี่ยวของเธอกลับทำให้ภาคินชะงักไปชั่วขณะ "นี่ไม่ใช่ห้องประชุมบอร์ดบริหารที่คุณจะใช้อำนาจเงินซื้อความจริงได้ นี่คือห้องแห่งความยุติธรรม... สิ่งที่คุณและตระกูลของคุณไม่เคยมีให้ใครยังไงล่ะคะ"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้ทำให้ภาคินโกรธเคือง ทว่ามันกลับจุดประกายความเร่าร้อนบางอย่างในอกแกร่ง ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เขากลับรู้สึกว่ารินรดาในเวอร์ชันที่แข็งกร้าวและเย็นชาเช่นนี้... มีเสน่ห์เย้ายวนใจจนเขาแทบคลั่ง มากกว่าภรรยาตัวน้อยที่เอาแต่ร้องไห้อ้อนวอนขอความรักในอดีตเสียอีก
"ความจริงงั้นเหรอ?" ภาคินก้าวรุกเข้าประชิด จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับขอบโต๊ะชันสูตร มือหนายื่นออกไปท้าวกับขอบโต๊ะ กักกันร่างบางไว้ในวงแขนอย่างจงใจ "เธอคิดว่าฉันมาที่นี่เพราะกลัวเรื่องหุ้นจริงๆ งั้นเหรอ รินรดา... หรือจริงๆ แล้ว เธอแค่อยากเรียกร้องความสนใจจากฉัน เหมือนเมื่อก่อน"
"หลงตัวเอง!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว มือเรียวพยายามผลักแผงอกกว้างออกไป แต่ภาคินกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย
แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันใกล้ชิด ภาคินก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกแทบจะชนกับแก้มเนียน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นอายเฉพาะตัวของเธอกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกด
"ปล่อยฉันนะ! ภาคิน! ถ้าคุณไม่ปล่อย ฉันจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย..."
"เรียกสิ..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก "ให้พวกมันเข้ามาเห็นสิว่า แพทย์นิติเวชคนเก่งกำลังถูกอดีตสามีจูบอยู่ตรงนี้..."
สิ้นคำพูด ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รินรดากรี้ดร้องอยู่ในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีและดิ้นรนขัดขืน แต่แรงอารมณ์ที่ถูกสะสมมานานนับปีของภาคินกลับรุนแรงและเอาแต่ใจเกินกว่าเธอจะต้านทาน ทว่าท่ามกลางความโกรธเกรี้ยวและแรงขัดขืนนั้น รสจูบที่เริ่มจากความป่าเถื่อนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอน ร้อนรุ่ม และลึกซึ้งจนลมหายใจของหญิงสาวขาดห้วง
มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ ค่อยๆ เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว บังคับให้ร่างบางแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งอย่างไร้ช่องว่าง รินรดาสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวเร็วด้านในของเขา มันไม่ได้ต่างจากหัวใจของเธอที่กำลังสั่นไหวและพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสคุ้นเคยนี้อย่างน่าละอาย น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่มันกลับถูกกลืนหายไปในรสจูบอันเร่าร้อนที่เขาเป็นผู้ชี้นำ
ห้องชันสูตรที่เย็นยะเยือกพลันแปรเปลี่ยนเป็นร้อนระอุ สัมผัสนุ่มนวลแต่หนักหน่วงทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดาเริ่มพร่าเลือน ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานถูกแผดเผาด้วยไฟพิศวาสที่ภาคินจงใจจุดขึ้นเพื่อทำลายกำแพงความเย็นชาของเธอให้พังทลายลงราบคาบ...
แต่แล้ว ท่ามกลางความวาบหวามที่กำลังดิ่งลึก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ!
"คุณหมอรินรดาครับ อัยการศาลอาญามาขอแฟ้มคดีด่วนครับ!"
ภาคินผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก เขามองหญิงสาวที่หอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและแรงอารมณ์ รินรดารีบผลักอกเขาออกเต็มแรงแล้วจัดเสื้อกราวด์ให้เข้าที่ด้วยมือที่สั่นเทา เธอปาดหยาดน้ำตาออกลวกๆ ก่อนจะหันไปตวัดสายตาอาฆาตใส่เขาเป็นครั้งสุดท้าย
"ออกไปจากห้องของฉันซะ... แล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก!"
ภาคินเพียงแต่ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า เขายื่นมือออกไปราวกับจะแตะแก้มนวล แตรรินรดาเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว เขากลั้วหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีก่อนจะยอมหมุนตัวเดินเลี่ยงออกไปทางประตูด้านหลังห้องชันสูตรเงียบๆ
รินรดายืนหอบหายใจอยู่หน้าโต๊ะทำงาน พยายามตั้งสติเพื่อเตรียมรับมือกับแขกผู้มาเยือน แต่ทว่า... เมื่อเธอเปิดลิ้นชักโต๊ะเพื่อหยิบแฟ้มคดีตามที่เจ้าหน้าที่เรียกหา สายตากลับเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่ถูกสอดไว้ด้านในสุด บนหน้าซองไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงลายมือตวัดหวัดอันคุ้นเคยที่จ่าหน้าถึงเธอคนเดียว
เธอนิ่วหน้าด้วยความสงสัย ก่อนจะดึงซองเอกสารนั้นออกมาแล้วใช้มือที่สั่นเทาฉีกเปิดออก ภาพถ่ายโพลลาลอยด์ใบหนึ่งร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงาน...
มันคือภาพถ่ายของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบคนหนึ่ง กำลังยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าโรงเรียนอนุบาลชื่อดัง ดวงตาเรียวรี รอยยิ้มมุมปาก และโครงหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับ 'ภาคิน' ในวัยเด็กราวกับถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน! และที่มุมล่างของภาพ มีข้อความเขียนด้วยลายมือสั้นๆ ว่า...
*'ลูกชายของคุณ... ปลอดภัยดีไหม รินรดา?'*
---
เข็มฉายานิศขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชสาวกับอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 2
ระยะห่างที่หายไป
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชสาวกับอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!