“ถ้าท่านจะกรุณาหยุดทำลายความงดงามของดอกจันทร์ฉายด้วยการเอาแป้งสาลีมาโปรยใส่แบบนั้น ข้าจะขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นชาดังขึ้นจากมุมมืดของพุ่มไม้ เอลาร่าก้าวออกมาจากเงาไม้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหูเรียวแหลมของเธอขยับไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นรินกำลังยืนงงอยู่ท่ามกลางแปลงสมุนไพรหลังร้าน ถุงแป้งในมือของเขาร่วงหล่นลงพื้นจนเกิดเป็นฝุ่นสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่ว
รินกระพริบตาปริบๆ มองเอลฟ์สาวที่มีดวงตาสีมรกตคู่คมกริบจ้องเขม็งมาที่เขา “เอ่อ... ผมแค่ตั้งใจจะโรยแป้งเพื่อกันทากน่ะครับ—เอ่อ หมายถึงกันแมลงน่ะ”
“มนุษย์” เอลาร่าพ่นลมหายใจเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างดอกไม้ต้นนั้น นิ้วเรียวยาวสัมผัสกลีบดอกไม้แผ่วเบาราวกับปลอบประโลม “ที่นี่คือเขตอาคมพฤกษา ไม่ใช่โรงสีแป้งของท่าน ดินที่นี่ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยหยาดน้ำค้างดารา ถ้าท่านเอาแป้งที่ไม่ผ่านการคัดสรรมาปนเปื้อน รสชาติของมันจะเปลี่ยนไปตลอดกาล และข้าจะไม่ยอมให้ผลผลิตที่ข้าฟูมฟักมาแรมปีต้องกลายเป็นขนมรสชาติจืดชืดของท่านเด็ดขาด”
รินกลืนน้ำลายลงคอ ความรู้สึกคุ้นเคยจากการถูกปฏิเสธในอดีตตีตื้นขึ้นมาในอก แต่เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายหอมสดชื่นของไอดินและใบไม้ในสวนหลังร้านช่วยดึงสติเขาไว้ เขาไม่ได้หันหลังกลับ แต่กลับก้าวเข้าไปใกล้เธออีกหนึ่งก้าว
“ผมไม่ได้จะทำขนมจืดชืดครับ” รินตอบพลางนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างๆ เธอ ระยะห่างที่ใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดสะอ้านจากตัวเอลฟ์สาวทำให้เอลาร่าชะงักไปครู่หนึ่ง “ถ้าคุณบอกว่ามันคือดอกจันทร์ฉาย งั้นกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวที่ผมสัมผัสได้ตอนนี้ คงเป็นเพราะมันกำลังจะบานในอีกไม่กี่นาทีใช่ไหมครับ?”
เอลาร่าหันขวับมามองเขา ดวงตาสีมรกตวูบไหว “ท่านรู้ได้ยังไง?”
“ผมเป็นนักทำขนมนะ ถ้าผมไม่เข้าใจความลับของวัตถุดิบ ผมคงทำขนมที่ทำให้คนมีความสุขไม่ได้” รินหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุน้ำเชื่อมเข้มข้นที่เขาเคี่ยวเองออกมา “ถ้าเราเอาน้ำเชื่อมกลิ่นมะนาวป่าที่ผมหมักไว้ มาเจือจางด้วยน้ำค้างที่เกาะบนกลีบดอกจันทร์ฉายตอนที่มันบานเต็มที่... คุณคิดว่ามันจะเป็นอย่างไรครับ?”
เอลาร่านิ่งเงียบ ความเย่อหยิ่งในแววตาเปลี่ยนเป็นความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เธอรับขวดแก้วนั้นไปเปิดออก กลิ่นหอมฟุ้งกระจายตัวทันที มันไม่ใช่กลิ่นหวานเลี่ยนที่เธอเกลียดชัง แต่มันคือความสดชื่นราวกับป่าหลังฝนตก
“ท่าน... ทำได้ยังไง?”
“ความอดทนครับ เหมือนที่คุณอดทนดูแลสวนนี้” รินยิ้มบางๆ แววตาของเขามีความมั่นใจที่ต่างจากตอนแรก “เอลาร่า ผมรู้ว่าคุณหวงแหนที่นี่ และผมเองก็ต้องการวัตถุดิบที่ดีที่สุด ถ้าเราตกลงร่วมมือกัน คุณช่วยควบคุมการเติบโตของมันโดยใช้พลังพฤกษา ส่วนผมจะดูแลกระบวนการแปรรูปให้เป็นความสมบูรณ์แบบ... เรามาทำให้อาหารของร้านนี้เป็นที่จดจำไปตลอดกาลกันดีไหม?”
เอลาร่าจ้องมองรินเนิ่นนาน ราวกับกำลังประเมินจิตวิญญาณภายในใจของเขา ก่อนจะวางขวดแก้วลงและยื่นมือเรียวเล็กมาข้างหน้า “ก็ได้ แต่ถ้าท่านทำลายมันแม้แต่นิดเดียว ข้าจะให้ต้นหนามเวทพันรอบตัวท่านจนขยับไม่ได้ไปตลอดชีวิต เข้าใจไหมคะ?”
รินยิ้มกว้างกุมมือเธอตอบ “ตกลงครับ”
ทั้งคู่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็สั่นรัวอย่างบ้าคลั่ง ตามมาด้วยเสียงตะโกนของบารอน กอร์น ที่ดูตื่นตระหนกจนผิดสังเกต “ริน! ออกมาดูหน้าร้านเดี๋ยวนี้! มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือน... และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้มาเพื่อสั่งกาแฟแน่ๆ!”
รินรีบลุกขึ้นยืน แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาดำทมิฬทอดผ่านประตูไม้หน้าร้านเข้ามา พร้อมกับไอเย็นที่ทำให้ดอกจันทร์ฉายที่กำลังจะบานในมือเอลาร่าหุบตัวลงฉับพลัน
“คนผู้นี้...” เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “เขาไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่ควรจะเดินเข้ามาในเขตแดนของพวกเรา”
ชายในชุดคลุมสีเงินสนิทก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เขาไม่ได้ขยับปาก แต่เสียงทุ้มต่ำและกังวานราวกับก้องมาจากห้วงลึกของจักรวาลกลับดังชัดอยู่ในหัวของริน
“ในที่สุด... ก็หาเจ้าจนเจอ ผู้ถือครองสูตรลับแห่งกาลเวลา”
รินรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก เมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีทองที่ไร้รูม่านตา และมือที่กำของบางอย่างไว้แน่น... มันคือเศษกระดาษสีเหลืองเก่าคร่ำที่รินจำได้แม่นว่าเขาเพิ่งทำหายไปเมื่อวานนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับกลิ่นหอมของเบเกอรี่ในมิติต่างโลกนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 3
สวนหลังร้านและเอลฟ์ผู้ถือตัว
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!