"ถ้าคุณยังใส่เนยลงไปอีกก้อนเดียว ฉันสาบานเลยนะริน ว่าจะใช้เถาวัลย์เวทมนตร์มัดคุณติดไว้กับต้นโอ๊กหลังร้านจนกว่าจะยอมหยุด!"
เอลาร่าตวาดเสียงแข็ง พลางใช้มือเรียวบางที่เต็มไปด้วยร่องรอยของดินและยางไม้คว้าทัพพีในมือรินเอาไว้ ดวงตาสีมรกตของเอลฟ์สาววาวโรจน์ด้วยความขัดแย้งเชิงศิลปะการทำขนม
รินชะงักมือที่กำลังประคองก้อนเนยเหลืองทอง กลิ่นหอมมันของมันอบอวลไปทั่วห้องครัวขนาดกะทัดรัด เขาค่อยๆ วางเนยลงบนเขียงไม้ช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เอลาร่า... คุกกี้เนยสดไม่ใช่ขนมธรรมดา แต่มันคือสะพานเชื่อมนะ ถ้าความเข้มข้นไม่ถึงจุดที่ผมต้องการ ความทรงจำที่ผมอยากส่งต่อมันก็จะไปไม่ถึงคนกิน"
"ความทรงจำเหรอ?" บารอน กอร์น ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัวโพล่งขึ้นมา เสียงทุ้มต่ำของออร์คหนุ่มสั่นสะเทือนไปถึงพื้นไม้ "เจ้าพูดเหมือนกับว่าขนมพวกนี้มันคืออาวุธที่ใช้พิชิตใจคนนะพ่อหนุ่ม แต่สำหรับข้า กลิ่นที่เจ้ากำลังปรุงอยู่นี่... มันทำให้ข้าลืมนึกถึงกลิ่นเลือดในสนามรบไปชั่วขณะเลยล่ะ"
รินไม่ตอบโต้ แต่รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาเริ่มจัดการนวดแป้งด้วยจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้า ความร้อนจากฝ่ามือถ่ายเทลงสู่แป้งโดว์อย่างแผ่วเบา เอลาร่ามองดูความเคลื่อนไหวนั้นด้วยความทึ่ง แม้ปากจะบ่น แต่เธอก็ยอมถอยออกมาแล้วหยิบตะกร้าดอกไม้หอมมาวางข้างๆ เพื่อให้กลิ่นของมันตัดกับความเลี่ยนของเนยได้อย่างลงตัว
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปทันทีที่ถาดคุกกี้ชุดแรกถูกนำเข้าเตาอบไฟฟ้าที่รินพยายามประดิษฐ์ขึ้นจากกลไกเวทมนตร์ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายตัวเหมือนคลื่นน้ำที่กระทบฝั่ง มันไม่ใช่แค่กลิ่นหอมของแป้งและเนย แต่มันมีกลิ่นไอของความอบอุ่นที่หาไม่ได้ในดินแดนแห่งนี้
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น—ไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคยจากลูกค้าประจำ แต่เป็นเสียงกระทบกันของเกราะเหล็กหนักๆ
ร่างสูงใหญ่ของกลุ่มอัศวินจากหมู่บ้านข้างเคียงก้าวเข้ามา พื้นร้านสั่นไหวตามจังหวะก้าว พวกเขามองไปรอบร้านด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย ก่อนที่หัวหน้าอัศวินคนหนึ่งจะจมูกฟุดฟิดไปกับอากาศ เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเบิกตากว้าง "กลิ่นนี่... มันคือกลิ่นอะไรกัน?"
"คุกกี้เนยสดเพิ่งออกจากเตาค่ะ" รินก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีสงบ "เชิญนั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะนำมาเสิร์ฟให้"
อัศวินทั้งห้าคนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเขื่อง ความเกร็งที่เคยมีค่อยๆ ละลายหายไปพร้อมกับไออุ่นที่พุ่งออกจากจานคุกกี้สีเหลืองทองกรอบนอกนุ่มใน เมื่อชิ้นแรกแตะลิ้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง อัศวินคนหนึ่งหลับตาลงแน่น มือที่เคยจับดาบตลอดเวลาค่อยๆ คลายออก ปลายก้อยของเขาเริ่มสั่นระริก
"มัน... มันคือรสชาติของความสงบงั้นหรือ" อัศวินหัวหน้ากลุ่มพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนถาดไม้ "ฉันไม่ได้สัมผัสความรู้สึกที่เหมือนกับได้กลับบ้านแบบนี้มานานเหลือเกิน"
เอลาร่ามองดูภาพนั้นด้วยความทึ่ง เธอค่อยๆ ก้าวมาข้างรินแล้วกระซิบเสียงเบา "ฉันยอมรับแล้วริน... บางทีโลกนี้อาจไม่ได้ต้องการแค่ยาถอนพิษจากป่าของฉัน แต่ต้องการสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่จริงๆ"
รินพยักหน้ารับ รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเริ่มดูมีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าความสุขนั้นกลับอยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อบารอนที่ยืนเฝ้าหน้าร้านอยู่ก้าวถอยหลังเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก สายตาของออร์คหนุ่มจับจ้องไปที่หน้าต่างกระจกหน้าร้าน
"ริน... หุบร้านเดี๋ยวนี้" บารอนกัดฟันกรอด มือคว้าด้ามขวานยักษ์ที่วางพิงผนังไว้มั่น "คนที่ไม่ควรจะมา... เขากำลังเดินตรงมาที่นี่แล้ว"
รินขมวดคิ้วแน่น เขาวางถาดคุกกี้ในมือลงบนโต๊ะก่อนจะมองไปตามสายตาของบารอน ร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูคุ้นตากำลังก้าวผ่านม่านหมอกสีรุ้งเข้ามาใกล้หน้าร้านมากขึ้นทุกที แววตาของชายชราคนนั้นไม่ได้มองมาที่คุกกี้หอมกรุ่น แต่มองมาที่ 'เครื่องอบขนม' ของรินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและรังสีแห่งการทำลายล้างที่น่าขนลุก
"เขาจำได้แล้ว..." บารอนกระซิบเสียงสั่น "เจ้าของสูตรที่แท้จริงของเตาอบนั่น... เขากลับมาทวงของของเขาคืนแล้ว"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกลิ่นหอมกรุ่นและปริศนาที่ซ่อนอยู่ในขนมชิ้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 4
คุกกี้เนยสดกับมิตรภาพต่างเผ่า
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!