กลิ่นอายของเกลือทะเลและเนยฝรั่งเศสที่เคี่ยวจนเดือดปุดๆ ในหม้อทองเหลือง กำลังทำให้บรรยากาศรอบตัวเอลาร่าตึงเครียดขึ้นทีละน้อย หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ผู้สง่างามขมวดคิ้วเรียวสวยจนแทบจะเป็นปม ดวงตาสสีมรกตจ้องมองถาดขนมปังอบสีทองอร่ามบนโต๊ะไม้โอ๊กด้วยความไม่ไว้วางใจ ราวกับว่ามันเป็นอาวุธสงครามที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"ถ้าท่านยังดื้อดึงจะใส่แยมผลไม้ป่าสีม่วงเข้มนั่นลงไปอีกล่ะก็ ริน..." เอลาร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีด "ชาวบ้านเผ่าออร์คในหมู่บ้านไม่ได้มีรสนิยมซับซ้อนขนาดที่จะเข้าใจความเปรี้ยวอมหวานของบลูเบอร์รี่หมักน้ำผึ้งป่าหรอกนะคะ พวกเขาต้องการแป้งแน่นๆ ไขมันเน้นๆ และความหวานที่กระแทกต่อมรับรสจนตาค้างต่างหาก"
รินซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการใช้แปรงขนมปังทาน้ำเชื่อมใสเคลือบผิวพายแอปเปิ้ล ชะงักมือไปนิดหนึ่ง เขาไม่ได้หันกลับมามองคู่สนทนาในทันที ชายหนุ่มเพียงแต่สูดกลิ่นหอมกรุ่นของอบเชยที่ลอยอบอวลอยู่ในครัวขนาดย่อม ก่อนจะวางแปรงลงบนถาดเซรามิกอย่างเบามือ แล้วจึงค่อยๆ หมุนตัวกลับมาสบตาเอลาร่าด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มักจะซ่อนความดื้อรั้นเอาไว้เสมอ
"คุณเอลาร่าคะ ความเรียบง่ายไม่ได้แปลว่าไร้ซึ่งความประณีตนะคะ" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "จำตอนที่เราเกือบแย่เพราะเบเกอรี่ไหม้ในป่าดงดิบเมื่อตอนนั้นไม่ได้หรือคะ? ขนมหวานไม่ได้มีไว้แค่เติมเต็มท้องให้หายหิว แต่มันมีหน้าที่เยียวยาความเหนื่อยล้าจากการเก็บเกี่ยวตลอดทั้งฤดูกาลด้วยต่างหาก และแยมผลไม้ป่าตัวนี้แหละค่ะ ที่ฉันตั้งใจเคี่ยวมาตลอดสามคืนเต็มเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเรียวบางของเอลฟ์สาว เธอเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างบานกว้างที่มองเห็นลานกว้างกลางหมู่บ้าน ซึ่งในขณะนี้กำลังคึกคักไปด้วยผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์ เสียงหัวoเราะ เสียงฝีเท้า และกลิ่นอายของฟางข้าวใหม่ผสมผสานลอยเข้ามาตามสายลม เป็นสัญญาณเตือนว่า "งานเทศกาลเก็บเกี่ยว" ประจำปีได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีร้าน "เบเกอรี่ปลายสายรุ้ง" ของพวกเขารับเกียรติให้ออกร้านเป็นซุ้มหลักในพิธีเปิด
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูครัว พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับเข้ามาจนมิด บารอน กอร์น ในชุดเสื้อคลุมหนังหมีตัวเก่งที่ได้รับการซ่อมแซมอย่างประณีตด้วยด้ายสีทอง ก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าชุ่มเหงื่อ แต่ดวงตากลับเป็นประกายวาววับอย่างตื่นเต้น
"ริน! เอลาร่า!" ออร์คหนุ่มร่างยักษ์ส่งเสียงทุ้มต่ำราวกับฟ้าคำรามในลำคอ "ข้างนอกนั่น... คนแห่กันมาที่ซุ้มของเราจนแถวยาวไปถึงบ่อน้ำกลางหมู่บ้านแล้วนะเว้ยเฮ้ย! ข้าพยายามบอกให้พวกเขารอตามคิว แต่ไอ้พวกคนแคระจากเหมืองทางเหนือเริ่มส่งเสียงโวยวายเพราะกลิ่นกาแฟดริปของเจ้าเตะจมูกพวกมันเข้าแล้ว ถ้าไม่มีกาแฟแก้วแรกเสิร์ฟภายในห้านาทีนี้ ข้าเกรงว่าโต๊ะไม้หน้าร้านของพวกเราอาจจะกลายเป็นเศษฟืนไปเสียก่อน!"
รินพยักหน้ารับอย่างไม่สะทกสะทราน เขารู้ดีว่าออร์คหนุ่มไม่ได้ขู่ บารอน กอร์น แม้จะกลับใจมาเป็นผู้ช่วยเสิร์ฟผู้แสนเรียบร้อยและติดใจกาแฟดริปฝีมือเข้างอมแงม แต่สัญชาตญาณนักรบเก่าของอีกฝ่ายมักจะตื่นตัวทุกครั้งเมื่อเผชิญหน้ากับฝูงชนจำนวนมากที่หิวกระหาย
"ใจเย็นๆ ก่อนนะคะท่านบารอน" รินส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยพลังอำนาจบางอย่างจนออร์คตัวโตถึงกับชะงัก "ความรีบร้อนคือศัตรูตัวฉกาจของกาแฟดริปค่ะ น้ำร้อนที่อุณหภูมิพอเหมาะ เมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ๆ และจังหวะเวลาในการหยดน้ำ... ทุกอย่างต้องมีความสุนทรีย์ในตัวเองเสมอค่ะ"
เอลาร่าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตะกร้าใส่ครัวซองต์เนสดสดที่อบเสร็จใหม่ๆ ขึ้นมาถือไว้ "ถ้าอย่างนั้น ท่านบารอน ช่วยกรุณาทำตัวให้เป็นประโยชน์ด้วยการยกตะกร้านี้ออกไปเสิร์ฟให้พวกเอลฟ์สายตรวจป่าที่นั่งรออยู่โต๊ะมุมขวาเสียทีค่ะ อย่าปล่อยให้พวกเขารอนานเกินไป ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีรายงานว่าร้านของเราส่งกลิ่นรบกวนความสงบเรียบร้อยของผืนป่าอีก"
บารอน กอร์น หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี เขารับตะกร้าขนมปังมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ริน "เข้าใจแล้ว นายช่างใหญ่ ข้าจะจัดการพวกตัวป่วนข้างนอกนั่นให้เอง แต่, อย่าลืมกาแฟแก้วพิเศษของข้าหลังเลิกงานเด็ดขาดนะ!"
เมื่อร่างใหญ่โตของออร์คหนุ่มเดินหายออกไปจากห้องครัว บรรยากาศภายในจึงกลับมาเงียบสงบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเดือดเบาๆ ของน้ำในกาต้มและเสียงหัวใจที่เต้นรำไปตามจังหวะความคาดหวัง รินหันกลับมามองเอลาร่าที่ยังคงยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาสีมรกตคู่นั้นมองมาที่เขาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"คุณกังวลเรื่องอะไรหรือคะ เอลาร่า?" รินเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความนุ่มนวล
เอลาร่าเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่ทราบได้ "ฉันไม่ได้กังวลเรื่องฝีมือของคุณหรอกนะ ริน... แต่ฉันกังวลเรื่อง *'สายตา'* ของคนพวกนั้นต่างหาก" เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างที่มีผู้คนนับร้อยกำลังเบียดเสียดกันอยู่หน้าร้าน "การที่ร้านของเราโดดเด่นขึ้นมาในงานเทศกาลปีนี้ หมายความว่าเรากำลังดึงดูดสายตาจาก... 'คนกลุ่มนั้น' ด้วยเช่นกัน"
รินชะงักมือที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์ เขาหันกลับมามองเอลาร่าอย่างเต็มตา รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและจริงจัง "คุณหมายถึง... คนจากสมาคมการค้าหลวงแห่งเมืองหลวงอย่างนั้นหรือคะ?"
เอลาร่าพยักหน้าช้าๆ สีหน้าของเธอเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ใช่ค่ะ... ข่าวลือเรื่องเบอร์รี่วิเศษและกาแฟกลิ่นหอมประหลาดที่ส่งกลิ่นไปไกลข้ามเขตแดน เริ่มแพร่สะพัดไปถึงหูของพวกขุนนางและพ่อค้าคนกลางในเมืองหลวงแล้ว และในงานเทศกาลเก็บเกี่ยววันนี้..."
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านหลังร้านที่เชื่อมต่อกับทางเดินลับในป่าดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่พวกเขาตกลงกันไว้ รินและเอลาร่าสบตากันโดยไม่ต้องเอื้อnคำใดๆ ออกมาอีก
เอลาร่ารีบก้าวถอยหลังไปหลบมุมมืดหลังชั้นวางสมุนไพร ขณะที่รินสูดลมหายใจเข้าลึก1 เพื่อเรียกความสงบ กลับมาสู่ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของร้านเบเกอรี่ผู้ใจดี เขาก้าวเท้าเดินไปที่ประตูไม้บานนั้นอย่างมั่นคง ก่อนจะหมุนลูกบิดแล้วผลักบานประตูให้เปิดออก
แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของบุคคลแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมกันหนาวเนื้อดีปักลวดลายวิจิตรบรรจงด้วยด้ายสีเงิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่ว่าใครในอาณาจักรนี้ก็ต้องจำได้ทันที—ตราสัญลักษณ์ของราชสำนักและสมาคมการค้าหลวง
ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าคมคาย ดวงตาสีเทาเย็นชา และรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ก้าวล้ำเข้ามาในร้านโดยไม่รอให้เจ้าบ้านอนุญาต เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเนยและกาแฟ ก่อนจะหยุดสายตามาที่รินด้วยความสนใจใคร่รู้
"ไม่เลวเลยนี่... กลิ่นหอมที่ลอยไปถึงหน้าหมู่บ้าน จนทำให้ข้าต้องเดินลัดเลาะเข้ามาทางหลังร้านเพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ชายคนนั้นหยิบพายแอปเปิ้ลชิ้นเล็กที่รินเพิ่งอบเสร็จขึ้นมาพิจารณาอย่างถือวิสาสะ "เจ้าสินะ... ชายหนุ่มต่างโลกผู้สร้างสรรค์เวทมนตร์แห่งความหวานที่ผู้คนกำลังคลั่งไคล้กันทั่วทั้งแคว้น?"
รินรักษารอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าหัวใจจะเริ่มเต้นรัวด้วยความระแวง เขาน้อมศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาทของผู้ประกอบการ "ยินดีต้อนรับสู่ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้งค่ะ... ไม่ทราบว่าท่านต้องการรับขนมปังชนิดใดเป็นพิเศษ หรือว่า... มาเพื่อจุดประสงค์อื่นกันแน่คะ?"
ชายแปลกหน้าหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาค่อยๆ วางพายแอปเปิ้ลลงบนจานตามเดิม ก่อนจะยื่นนามบัตรสีทองอร่ามที่สลักชื่ออย่างประณีตมาตรงหน้าของริน
**"ข้าชื่อ 'คาร์ล ไຮน์' ตัวแทนพิเศษจากสมาคมการค้าหลวง... และข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อขนมปังชิ้นละไม่กี่เหรียญหรอกนะแม่นางริน"** ชายผู้นั้นกระซิบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ชวนให้สันหลังวาบหวิว **"แต่ข้ามาเพื่อซื้อ *'สูตรลับทั้งหมด'* ของเจ้า... และถ้าเจ้าปฏิเสธ ข้าเกรงว่างานเทศกาลเก็บเกี่ยวครั้งนี้ อาจจะกลายเป็นวันสุดท้ายที่ร้านเล็กๆ ของเจ้าจะยังคงตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ได้นะคะ"**
***
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ความหวานปนไปกับความตึงเครียดในตอนนี้จากใจ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" นะคะ
คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 8
งานเทศกาลเก็บเกี่ยว
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!