“หากท่านกล้ากลืนพายชิ้นนี้ลงไป กอร์น... ข้าขอเตือนไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อให้เป็นออร์คที่หนังเหนียวที่สุดในป่าดงดิบ ท่านก็จะไม่ได้เดินออกจากร้านนี้ไปอย่างปกติสุขแน่”
เสียงของเอลาร่าราบเรียบ ทว่าสั่นประสาทพอที่จะทำให้บารอน กอร์น ที่กำลังจะส่งส้อมเข้าปากชะงักค้าง มือขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการศึกสั่นน้อยๆ เขาวางส้อมลงบนจานพายผลไม้สีม่วงเข้มที่ส่งกลิ่นหอมหวานผิดปกติ—หอมจนชวนให้เวียนหัว
“มันแค่พายผลไม้พิษไม่ใช่หรือไง เอลาร่า? รินเป็นคนทำนะ ข้าเชื่อใจเขา” กอร์นคำรามในลำคอ เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นเครือเล็กน้อย สายตาของออร์คผู้มีหัวใจอ่อนโยนจดจ้องไปที่จานขนมเหมือนมันเป็นระเบิดเวลา
“ผลไม้นั่นคือ ‘เบอร์รี่เงาจันทร์’ ที่ข้าเพิ่งเก็บมาจากหุบเขาเขตต้องห้าม” เอลาร่ากอดอก ดวงตาสีมรกตวาวโรจน์ด้วยความกังวล “มันมีพิษร้ายแรงต่อประสาทสัมผัส หากผ่านกรรมวิธีที่ไม่ถูกต้อง มันจะทำให้ผู้กินเห็นภาพหลอนและหลับใหลไปตลอดกาล ริน! เจ้าสติเลื่อนลอยไปอยู่ที่ไหนกัน!”
รินไม่ได้เงยหน้าจากโต๊ะไม้ตัวยาว เขากำลังง่วนอยู่กับการบดเมล็ดกาแฟคั่วอ่อน กลิ่นของมันหอมอบอวลตัดกับกลิ่นเหม็นเขียวจางๆ ของพายพิษที่วางอยู่ตรงกลางร้าน บรรยากาศภายในร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้งวันนี้ตึงเครียดเสียจนบารอนกอร์นแทบจะลืมวิธีหายใจ
“ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่” รินเอ่ยขึ้นเบาๆ เสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาที่จดจ้องอยู่กับเครื่องบดกาแฟนั้นฉายแววแน่วแน่ เขาหยิบขวดโหลแก้วที่บรรจุผงสีขาวละเอียดราวกับหิมะออกมา “พิษของเบอร์รี่เงาจันทร์ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือ ‘ตัวเร่ง’ ต่างหากล่ะ”
“ตัวเร่งงั้นหรือ?” เอลาร่าขมวดคิ้ว “เจ้ากำลังเล่นกับชีวิตคนนะริน!”
“บารอน... ท่านเชื่อใจข้าไหม?” รินถามพลางหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของออร์คตัวยักษ์ “สิ่งที่ท่านสัมผัสได้จากพายชิ้นนั้นไม่ใช่พิษ แต่มันคือความเข้มข้นของธรรมชาติที่ยังไม่ถูกควบคุม ข้าไม่ได้จะฆ่าใคร ข้าเพียงแค่จะ ‘กล่อม’ ให้มันยอมจำนน”
รินหยิบเตาอบขนาดเล็กออกมา เขาเริ่มบรรจงผสมน้ำเชื่อมจากดอกไม้ที่เอลาร่าเคยหามาให้ลงในชามแก้ว กลิ่นหอมหวานของน้ำเชื่อมนั้นเริ่มต้านทานกับกลิ่นเหม็นเขียวของพายพิษได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขาไม่ได้ทิ้งพายชิ้นนั้น แต่เขากำลังใช้แปรงจุ่มน้ำเชื่อมสีทองอ่อนทาลงไปบนเปลือกพายที่อบจนกรอบแล้วซ้ำอีกครั้ง
“ความขมขื่นในอดีตของท่าน...” รินพูดพลางลงมืออย่างใจเย็น “มักจะถูกเยียวยาด้วยสิ่งที่ขัดแย้งกันเสมอ พายชิ้นนี้ก็เช่นกัน มันมีพิษเพราะมันต้องการการปลอบประโลมจากความหวานที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่ข้าจะหาได้”
ในจังหวะนั้นเอง เอลาร่าเดินเข้ามาใกล้ สังเกตเห็นว่ารินไม่ได้ใช้เพียงแค่น้ำเชื่อมทั่วไป แต่มันคือ ‘น้ำผึ้งหยดน้ำค้าง’ ที่หาได้ยากยิ่งในป่าพฤกษา เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นรินนำพายชิ้นนั้นไปวางบนตะแกรงเหนือควันกาแฟที่กำลังดริป ความร้อนชื้นจากกาแฟช่วยพาสารพิษที่ฟุ้งกระจายให้ระเหยออกไปในรูปของกลิ่นหอมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากกลิ่นเหม็นเขียว กลายเป็นกลิ่นหอมนวลเหมือนดอกไม้แรกแย้มหลังฝนตก
“นั่นมัน...” เอลาร่าพึมพำ “เขากำลังสกัดพิษด้วยความร้อนและความชื้นของกาแฟ!”
กอร์นเฝ้ามองอย่างลุ้นระทึก รินส่งพายที่ดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงกลับมาให้เขา ครั้งนี้มันดูน่ากินอย่างไม่น่าเชื่อ สีม่วงเข้มของผลไม้นั้นกลายเป็นสีม่วงอมชมพูสวยงามราวกับอัญมณี
“ลองดูสิ” รินยิ้มบางๆ
กอร์นใช้ส้อมตักชิ้นเล็กๆ เข้าปาก ทันทีที่เนื้อสัมผัสแตะลิ้น ดวงตาของออร์คผู้ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนเบิกกว้าง รสชาติมันไม่ใช่แค่ความหวาน แต่มันคือความซับซ้อนที่ระเบิดออก—ความเปรี้ยวซ่าของเบอร์รี่เงาจันทร์ที่ถูกเคลือบด้วยความหอมนวลของน้ำผึ้งหยดน้ำค้างและสัมผัสล้ำลึกจากกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่ว
“นี่มัน... ไม่จริงน่า” กอร์นพึมพำขณะเคี้ยว “ข้ารู้สึกเหมือน... ความเหนื่อยล้าทั้งหมดในตัวข้ามันจางหายไปเลย ริน เจ้าทำได้อย่างไร?”
รินถอนหายใจยาว วางเครื่องดริปกาแฟลงบนเคาน์เตอร์ “ศิลปะของการอยู่ร่วมกับสิ่งที่เป็นอันตราย ไม่ใช่การกำจัดมันทิ้งเสมอไปหรอกนะเอลาร่า บางครั้งแค่เราให้โอกาสมันได้แสดงด้านที่งดงามที่สุดออกมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป”
เอลาร่าจ้องมองเพื่อนร่วมงานของเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความระแวงกลายเป็นความเลื่อมใส ทว่าก่อนที่ความเงียบสงบจะกลับคืนสู่ร้าน ประตูไม้หน้าร้านที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนบานพับแทบหัก
หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเงินสวมฮู้ดปิดบังใบหน้าก้าวเข้ามา กลิ่นอายความเย็นเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร้านจนหยดน้ำในแก้วกาแฟสั่นไหว เธอตรงดิ่งมาที่เคาน์เตอร์ วางเหรียญทองโบราณที่ดูเหมือนจะไม่ได้ถูกใช้มานานนับร้อยปีลงตรงหน้าริน
“ข้าต้องการขนมที่ทำจาก ‘เงาจันทร์’ ที่เหลือทั้งหมด” เสียงของเธอเย็นชาและทรงอำนาจ รินชะงักไป เขารู้สึกได้ถึงพลังงานประหลาดที่ไหลเวียนมาจากคนตรงหน้า
“ร้านเราขายหมดแล้วครับ” รินตอบนิ่งๆ ทว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์แต่แววตานั้นดูราวกับผ่านกาลเวลามานับพันปี
“เจ้าไม่ได้ขายหมด ริน... เจ้าแค่เพิ่งเริ่มต้นคดีที่เจ้าจะไม่มีวันลืม” เธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก “เพราะเบอร์รี่พวกนั้น ข้าเป็นคนปลูกมันเองในสวนของราชาปีศาจที่สาบสูญ และเจ้ากำลังจะต้องรับผิดชอบต่อการขโมยรสชาติจากสวนของเขาด้วยการเดินทางไปที่นั่นกับข้า... เดี๋ยวนี้”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหวานและรสสัมผัสที่ซ่อนเร้นในตอนนี้จากใจ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" นะคะ
คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 20
คดีอลเวงในร้านเบเกอรี่
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!