“ทำไมคุณถึงมีใบหน้าเหมือนเขา... เหมือนกับคนที่ฉันฝังไว้ในก้นบึ้งของความทรงจำที่ไม่มีวันตายล่ะคะ?”
เสียงของเอลาร่าสั่นเครือ มือเรียวบางของเอลฟ์สาวที่ปกติจะหยิบจับสมุนไพรอย่างมั่นคง กลับสั่นระริกขณะวางถ้วยเซรามิกบรรจุกาแฟดริปร้อนฉ่าลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค รินชะงักมือที่กำลังแตะหน้าเค้กสปันจ์วนิลา สายตาของเขาประสานกับดวงตาสีมรกตที่ฉายแววตัดพ้อและโหยหาในคราเดียวกัน
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วร้าน ‘ปลายสายรุ้ง’ กลิ่นหอมหวานของเนยสดที่อบอวลอยู่เมื่อครู่ดูเหมือนจะจางหายไป เหลือเพียงบรรยากาศอึมครึมที่บีบคั้นหัวใจ บารอน กอร์น ที่กำลังเช็ดแก้วอยู่หลังเคาน์เตอร์หยุดมือโดยอัตโนมัติ ร่างยักษ์ใหญ่ของอดีตนักรบออร์คขยับตัวอย่างอึดอัด เขาไม่เคยเห็นเอลาร่าในมุมที่เปราะบางเช่นนี้มาก่อน
“ผมไม่ทราบจริงๆ ค่ะเอลาร่า” รินตอบพลางลดมือลงอย่างช้าๆ “สำหรับผม ใบหน้านี้... มันเป็นเพียงเงาสะท้อนในกระจกที่ผมเห็นมาตลอดชีวิต แต่การที่คุณถามแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ความทรงจำที่คุณเก็บไว้ อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ”
เอลาร่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอเดินไปที่หน้าต่างร้านที่มองออกไปเห็นสวนสมุนไพรหลังร้านที่เธอรัก แสงจากโคมไฟคริสตัลกระทบกับหยาดน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาของเธอ เธอไม่เคยเล่าเรื่องราวในอดีตให้ใครฟัง ไม่ใช่เพราะไม่อยากเล่า แต่เพราะความเจ็บปวดนั้นรุนแรงเกินกว่าจะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด
“ในดินแดนของเอลฟ์... ฉันเคยมีพี่ชาย” เอลาร่าเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เขาเป็นคนเดียวที่คอยปกป้องฉันจากความเข้มงวดของสภาอาวุโส เขาเคยบอกว่าสักวันหนึ่ง เขาจะหนีจากป่าแห่งพันธนาการเพื่อไปเปิดร้านขนมเล็กๆ ที่ที่ไม่มีใครตัดสินคนจากเผ่าพันธุ์... แต่วันที่เขาจะหนีไป เขากลับหายสาบสูญไปพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์ที่เขาชอบใช้เป็นส่วนผสมในขนมปัง”
รินรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในอก เขามักจะฝันเห็นทุ่งดอกลาเวนเดอร์อยู่บ่อยครั้ง และมักจะหยิบมือหยิบดอกไม้ชนิดนี้มาอบขนมโดยไม่รู้ตัว กลิ่นของมันทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน... บ้านที่เขาไม่เคยรู้จัก
“ฉันไม่ได้อยากจะกล่าวหาคุณนะริน” เอลาร่าหันกลับมา แววตาของเธอเปลี่ยนจากความตัดพ้อเป็นความหวาดกลัว “แต่เมื่อคืน ในจังหวะที่คุณหลับอยู่บนโต๊ะทำงาน... ฉันเห็นรอยปานรูปใบไม้ที่ต้นคอของคุณ มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่พี่ชายฉันมี”
บารอนที่ฟังอยู่ตลอดวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์เสียงดัง ‘ปัง’ จนทุกคนต้องหันไปมอง ออร์คหนุ่มเดินตรงเข้ามา มือหนาของเขาแตะที่ไหล่ของรินเบาๆ สัมผัสที่แข็งกระด้างนั้นกลับเต็มไปด้วยความปลอบโยน
“ไอ้หนู...” บารอนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ข้าเคยเห็นรอยปานนั่น ในสมรภูมิเมื่อหลายสิบปีก่อน คนที่ข้าเคยช่วยไว้... เขามีรอยปานนั่นเหมือนกัน เขาเป็นนักเวทที่ทิ้งดาบมาจับตะกร้อมือ เขาเคยทำ ‘มัฟฟินลาเวนเดอร์’ ให้ข้ากินก่อนที่เขาจะหมดสติไปในสนามรบ”
รินยืนนิ่งงัน ความทรงจำที่กระจัดกระจายเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง ภาพของชายวัยกลางคนที่มีแววตาอ่อนโยนกำลังสอนเขาให้ร่อนแป้ง ภาพของบ้านไม้เก่าๆ กลางป่าที่ไม่มีอยู่จริงในแผนที่โลกใบนี้ เขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งมาโดยลำพัง แต่เขาถูก ‘ส่งตัว’ มาเพื่อปกป้องความลับบางอย่าง
“ถ้างั้น... สิ่งที่อยู่ในโกดังหลังร้านนั่น” รินพึมพำ ก่อนจะหันไปทางประตูโกดังที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาด้วยมนตราของเอลาร่า
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคยเหมือนเวลาลูกค้ามาเยือน แต่มันเป็นเสียงที่แหบพร่าและเย็นยะเยือก แขกผู้มาเยือนก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายของฤดูหนาวที่กัดกินหัวใจ ชายในชุดคลุมสีเทาเข้มขยับฮู้ดขึ้นปิดบังใบหน้า แต่เขากลับยื่นมือที่มีรอยแผลเป็นมาวางบนเคาน์เตอร์ พร้อมกับกล่องไม้ใบเก่าที่รินจำได้แม่นยำว่าเป็นของเขาก่อนที่จะความจำเสื่อม
“ของที่เจ้าลืมไว้... ถึงเวลาต้องเอามันคืนไปเสียที ริน... หรือจะเรียกเจ้าว่า ‘ผู้สืบทอดแห่งลาเวนเดอร์’ ดีล่ะ?”
รินหน้าซีดเผือดเมื่อชายคนนั้นเลิกฮู้ดขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่เหมือนกับรินทุกกระเบียดนิ้ว แต่ทว่า... รอยแผลเป็นที่พาดผ่านดวงตาซ้ายนั้น กลับเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขาคือตัวตนอีกด้านที่ถูกแบ่งแยกออกไปอย่างโหดร้าย
เบเกอรี่มิติต่างโลกขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางร่วมกับรินมาจนถึงตอนนี้ และขอให้เตรียมใจให้พร้อมกับบทถัดไปนะคะ
คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 32
ความทรงจำในวัยเด็ก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!