คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 27

มังกรผู้หิวกระหาย

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“ถ้าท่านยังไม่หยุดใช้กรงเล็บนั่นเคาะโต๊ะไม้ของร้านฉันอีกครั้งล่ะก็ ฉันจะเปลี่ยนเมนูของท่านจากขนมปังอบกรอบเป็นน้ำซุปสมุนไพรขมปี๋แทนนะคะ” เสียงของรินราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ทำให้บรรยากาศภายในร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้งเย็นเยียบลงถนัดตา บารอนกอร์นที่กำลังประคองถาดกาแฟดริปมือสั่นเล็กน้อยจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเกือบหยดหนึ่ง เขาเหลือบมองร่างมหึมาที่นั่งเบียดเสียดอยู่ตรงมุมร้าน—ร่างในคราบชายชราหลังค่อมที่ดูเหมือนจะลีบลงจนแทบจะกลืนไปกับเก้าอี้ไม้โอ๊ก แต่นัยน์ตาสีทองดุจลาวาหลอมละลายคู่นั้นกลับส่องประกายวาวโรจน์อย่างปิดไม่มิด มังกรเฒ่าผู้นี้—ผู้ที่แนะนำตัวเพียงสั้นๆ ว่า ‘ท่านคาร์ลอส’—ไม่ได้มาเพื่อท้าทายสงคราม แต่เขากำลังหิวโหยด้วยความปรารถนาที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่รินเคยพบมา “ใจเย็นน่า พ่อหนุ่มเบเกอรี่...” เสียงของคาร์ลอสแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของแผ่นหินที่ถูกลากผ่านพื้นทราย “ข้าไม่ได้มีเจตนาจะพังร้านของเจ้าหรอกนะ แต่เจ้าเศษขนมปังกรอบที่เจ้าเรียกว่า ‘บิสคอตติ’ นั่นน่ะ... มันช่าง... ให้ตายเถอะ มันทำให้ข้าลืมรสชาติของเนื้อมังกรย่างไปเสียสนิท” เอลาร่าที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตาอบพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เธอขยับกิ่งไม้เล็กๆ บนเส้นผมของเธออย่างหงุดหงิดพลางเหลือบมองถาดขนมที่รินเพิ่งยกออกมาจากเตา กลิ่นอัลมอนด์คั่วผสมผสานกับเนยสดแท้ๆ อบอวลไปทั่วร้าน ความร้อนจากเตาไม่ได้ทำให้เอลาร่าลำบากใจเท่ากับการที่ต้องมาเป็นผู้ช่วยเสิร์ฟให้แก่ ‘สิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติ’ ที่เอาแต่พร่ำบ่นว่าหิว “รินคะ” เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอแหลมเล็กแต่แฝงความระแวง “พลังเวทที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเขา... มันหนาแน่นเกินไป แม้เขาจะจำแลงกายมา แต่มันก็เริ่มทำให้สมุนไพรในสวนหลังร้านฉันเริ่มเหี่ยวเฉาแล้วนะ ถ้าเราไม่รีบให้สิ่งที่เขาต้องการ บางทีร้านนี้อาจจะกลายเป็นจานหลักในมื้อเที่ยงของเขาก็ได้” รินไม่ตอบแต่เขาก็ขยับตัวด้วยความคล่องแคล่ว เขาหยิบขวดโหลแก้วที่บรรจุบิสคอตติอบกรอบเนื้อเนียนละเอียดขึ้นมา ตัวขนมถูกอบจนได้ที่ สีเหลืองทองอร่ามขลิบด้วยถั่วพิตาชิโอและเปลือกส้มเชื่อมที่เขาตั้งใจทำเป็นพิเศษในเช้าวันนี้ เขาเดินเข้าไปหาคาร์ลอส วางจานขนมลงบนโต๊ะเบาๆ ราวกับวางของล้ำค่า “อบแบบดับเบิ้ลเบคค่ะ สูตรนี้ฉันลดน้ำตาลลงนิดหน่อยเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่กรอบถึงใจมากขึ้น หวังว่าจะถูกปากท่านนะคะ” คาร์ลอสไม่ได้ตอบทันที เขายื่นมือที่เหี่ยวย่นหยิบขนมปังชิ้นยาวขึ้นมา นิ้วมือที่ดูเหมือนนิ้วมนุษย์ปกติแต่กลับมีเกล็ดจางๆ ลับใต้ผิวหนังแทรกอยู่เพียงครู่หนึ่ง เขาส่งมันเข้าปากแล้วเคี้ยวเสียงดัง *กร้วม* กลิ่นหอมอบอวลของเนยและกลิ่นอายของเตาถ่านกระจายตัวในความเงียบ ชายชราหลับตาลง พริบตาเดียวที่เขาสัมผัสรสชาติ บรรยากาศรอบตัวเขาก็สั่นไหวราวกับภาพมายา ออร่าพลังมหาศาลพุ่งพล่านจนถ้วยกาแฟบนโต๊ะข้างๆ สั่นระริก “รสชาติ... ของความทรงจำ” คาร์ลอสพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งใสแจ๋วร่วงหล่นลงบนโต๊ะ “เมื่อนานมาแล้ว... ก่อนที่โลกนี้จะเต็มไปด้วยควันไฟของสงคราม ข้าเคยได้กลิ่นนี้จากบ้านหลังเล็กๆ บนยอดเขา... กลิ่นของความสุขที่มนุษย์ตัวจ้อยเคยแบ่งปันให้ข้า” บารอนกอร์นที่ยืนคุมเชิงอยู่ถึงกับลดการระแวดระวังลง เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกาแฟดริปอีกแก้ว “รสชาติที่เปลี่ยนหัวใจนักรบได้... ข้าเข้าใจท่านนะท่านคาร์ลอส ข้าเองก็เคยหลงลืมทุกอย่างไปแล้วจนกระทั่งได้จิบกาแฟของร้านนี้” รินยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เบเกอรี่ของเขาไม่ใช่แค่ของหวาน แต่มันคือสะพานที่เชื่อมระหว่างความโดดเดี่ยวของเผ่าพันธุ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เขาเห็นมังกรที่เคยเกรียงไกรนั่งไหล่ตกด้วยความคะนึงหา เห็นเอลฟ์ที่หยิ่งผยองวางท่าทางเกรี้ยวกราดลงเพื่อเฝ้ามองความสงบสุขของมื้ออาหาร ทว่า ทันใดนั้น ความสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นอย่างรุนแรง *กรุ๊งกริ๊ง!* ไม่ใช่เสียงเปิดร้านปกติ แต่มันคือเสียงของการกระแทกจนบานประตูไม้สั่นไหว คนที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นกลุ่มชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่หน้าอกเสื้อมีตราประทับรูป ‘กรงเล็บหัก’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มนักล่าอสูรที่โหดเหี้ยมที่สุดในแถบนี้ หนึ่งในนั้นชี้ดาบเข้ามาที่โต๊ะของคาร์ลอส “อยู่นี่เอง... เจ้ามังกรเฒ่าที่พยายามซ่อนตัวอยู่หลังคราบมนุษย์! ทางสมาคมล่าอสูรได้รับรายงานว่าท่านหนีออกจากเขตกักกันมา เรามาเพื่อทวงคืน 'หัวใจมังกร' ที่ท่านขโมยไป!” คาร์ลอสลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีทองฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันที เขาวางบิสคอตติในมือลงอย่างใจเย็น ลุกขึ้นยืนจนส่วนสูงเกือบชนเพดานร้าน แรงกดดันมหาศาลทำให้แก้วกาแฟบนโต๊ะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ รินก้าวเข้าไปขวางหน้าคาร์ลอสไว้ด้วยความสัญชาตญาณ แม้ในใจจะรู้ว่านั่นเป็นการกระทำที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิตก็ตาม “ที่นี่คือร้านเบเกอรี่ค่ะ” รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อยแต่หนักแน่น “และฉันไม่อนุญาตให้ใครมาทำลายช่วงเวลาจิบกาแฟของลูกค้าในร้านฉันเด็ดขาด... โดยเฉพาะในวันที่ฉันเพิ่งอบบิสคอตติเสร็จใหม่ๆ แบบนี้” ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียด คาร์ลอสกลับหันมามองรินด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก เขายื่นมือใหญ่ที่เริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นกรงเล็บแหลมคมออกมาสัมผัสที่บ่าของรินเบาๆ “เด็กน้อย... เจ้าใจดีเกินไป แต่บางที ความหอมหวานของเจ้า อาจจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เจ้าจะได้เห็นในวันนี้” สิ้นคำพูดนั้น กรงเล็บของมังกรก็กระชากผ้าคลุมสีดำของชายแปลกหน้าคนแรกขาดวิ่น พร้อมกับแรงระเบิดของเวทมนตร์ที่ทำให้ร้านทั้งร้านสั่นสะเทือนจนขวดโหลโหลแก้วหล่นกระจาย แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือ... คาร์ลอสไม่ได้มองไปที่นักล่าอสูรเหล่านั้น เขากลับมองไปที่ ‘หลังร้าน’ ของริน—ที่ที่เอลาร่ากำลังทำหน้าซีดเผือด “ข้าไม่ได้ขโมยหัวใจมังกรมาหรอก” คาร์ลอสกระซิบเสียงเย็น “แต่ข้าตามหา 'บางอย่าง' ที่ถูกซ่อนไว้ในห้องเก็บแป้งของเจ้านานนับร้อยปี... และตอนนี้ มันกำลังตื่นขึ้นเพราะกลิ่นขนมของเจ้า” พื้นไม้ที่ใต้ฝ่าเท้าของรินเริ่มแยกออก และเสียงคำรามที่คุ้นเคย—เสียงคำรามที่รินเคยฝันเห็นในคืนที่เขาสร้างร้านนี้ขึ้นมา—ก็ดังก้องขึ้นมาจากใต้ดิน! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหวานและความขมขื่นของชีวิตในตอนนี้จากใจ “เบเกอรี่มิติต่างโลก” นะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%