คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 26

การผจญภัยในป่าต้องห้าม

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"อย่าขยับเด็ดขาดค่ะ! กลิ่นดินที่นี่... มันไม่เหมือนเดิม" เอลาร่ากระซิบเสียงแผ่ว สองมือของเอลฟ์สาวประสานเข้ากับกิ่งไม้ที่คดเคี้ยวราวกับงูยักษ์ ดวงตาสีมรกตของเธอเบิกกว้างจ้องมองไปยังความมืดมิดที่หนาแน่นเกินกว่าจะเป็นเพียงเงามืดของแมกไม้ บารอน กอร์น ที่ยืนอยู่เบื้องหลังถึงกับชะงักฝีเท้าใหญ่โตของเขาลงทันที แม้แต่เสียงลมหายใจฟืดฟาดของออร์คผู้ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนยังดูแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงจิ้งหรีดที่กรีดร้องอย่างผิดจังหวะ รินหอบหายใจถี่ มือที่กุมตะกร้าหวายสำหรับเก็บเมล็ดกาแฟสั่นเทาเล็กน้อย เขาไม่เคยนึกฝันว่าการออกตามหา 'กาแฟมณีรัตนา' ตามคำร่ำลือในป่าต้องห้ามจะกลายเป็นกับดักที่กลืนกินทิศทางของพวกเขาไปจนหมดสิ้น เข็มทิศเวทมนตร์ในมือเขานอนแน่นิ่ง ไม่ยอมหมุนชี้ไปยังทิศใด ราวกับว่าสนามพลังงานในป่าแห่งนี้ได้ประกาศตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ "ริน... เมื่อครู่ผมเห็นเงาหนึ่งวูบผ่านใต้พุ่มเฟิร์น" บารอนกระซิบพลางกุมด้ามมีดทำครัวเล่มยาวที่พกติดตัวมาแทนอาวุธสงคราม "มันไม่ใช่สัตว์ป่า มันไม่ได้เดินด้วยสี่เท้า" "นั่นสิคะ" เอลาร่าลดตัวลงต่ำ เธอใช้นิ้วแตะสัมผัสพื้นดินที่เปียกชื้น ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น "ดินที่นี่แห้งผากทั้งที่เพิ่งฝนตก รากไม้พวกนี้เหมือนถูก... ถูกสูบวิญญาณไปจนหมด รินคะ เราควรจะถอย แต่ปัญหาก็คือ... เราจำทางกลับไม่ได้แล้ว" รินกลืนน้ำลายลงคอ ความขมปร่าในลำคอเหมือนกับรสชาติกาแฟที่เขาดริปพลาดในวันที่เขาสูญเสียความมั่นใจครั้งแรก เขามองแผ่นหลังของเพื่อนร่วมทางทั้งสองคน ความเงียบสงัดที่ตามมานั้นน่ากลัวกว่าเสียงคำรามของอสูรกายเสียอีก มันเป็นความเงียบที่กดดันจนเขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามอยู่ในหู "เราต้องไปต่อ" รินตัดสินใจก้าวเท้าออกไป แม้ขาทั้งสองจะเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น "เมล็ดกาแฟนั้น... มันอาจเป็นความหวังเดียวที่จะทำให้เมนูพิเศษของร้านเราเป็นตำนาน หากเราถอยตอนนี้ ความพยายามทั้งหมดของเอลาร่าที่ช่วยอ่านแผนที่โบราณก็เท่ากับศูนย์นะคะ" "แต่การเสี่ยงชีวิตเพื่อเมล็ดกาแฟสักถุงเนี่ยนะ?" บารอนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบของออร์คหนุ่มสแกนไปรอบทิศ "ผมนึกว่าคุณจะเป็นพวกบ้าความสงบเสียอีก ริน" "ก็เพราะผมรักความสงบนั่นแหละค่ะ ถึงยอมเสี่ยง" รินตอบกลับสั้นๆ ขณะที่เขาเหลือบเห็นประกายแสงสีม่วงจางๆ ลอดผ่านม่านหมอกหนาทึบเบื้องหน้า มันไม่ใช่แสงอาทิตย์ แต่มันคือแสงที่สะท้อนออกมาจากผลึกที่ฝังตัวอยู่ตามโคนต้นไม้ใหญ่ พวกเขาก้าวผ่านดงหนามที่ดูเหมือนจะหลบทางให้ราวกับมีชีวิต เมื่อพ้นแนวต้นไม้นั้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ป่าที่มืดมิด แต่เป็นสวนขนาดย่อมที่ถูกโอบล้อมด้วยหมอกสีรุ้ง และที่ใจกลางสวนนั้น ต้นไม้ต้นหนึ่งยืนตระหง่าน ลำต้นของมันบิดเป็นเกลียวสีทองและมีผลเมล็ดกาแฟสีม่วงเข้มส่องประกายดั่งอัญมณี "นั่นมัน..." เอลาร่าอุทาน มือของเธอสั่นเทาขณะเอื้อมไปหาต้นไม้นั้น "กาแฟมณีรัตนาในตำนาน ที่ว่ากันว่าเพียงแค่ได้กลิ่นก็สามารถลบเลือนความเจ็บปวดในอดีตได้หมดสิ้น" ทว่า ก่อนที่นิ้วของเอลาร่าจะสัมผัสผิวเปลือกไม้ พื้นดินรอบตัวพวกเขาก็สั่นสะเทือน เสียงหัวเราะแหลมเล็กที่ฟังดูเหมือนเสียงแก้วแตกดังระงมไปทั่วบริเวณ เงาร่างนับสิบโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า พวกมันคือ 'ภูตหมอก' ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับคนคุ้นเคยในอดีตที่รินพยายามลืมเลือน รินชะงักกึก เมื่อเขาเห็นใบหน้าของคนที่เคยหันหลังให้เขาในวันที่เขาเปิดร้านขนมหวานวันแรกยืนอยู่ตรงหน้า มันไม่ใช่แค่ภาพหลอน แต่มันคือภาพสะท้อนของความทรงจำที่ปวดร้าวที่สุดที่กำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมกับไอเย็นจัด "คุณรินคะ" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืด เสียงที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร แต่มันกลับเป็นเสียงที่เขาไม่อยากได้ยินมากที่สุดในเวลานี้ "ขนมหวานของคุณ... ก็แค่ของเล่นที่ไร้ค่าในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้ไม่ใช่หรือคะ?" ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดภายใต้แสงสีม่วงนั้น เธอสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ทว่าใบหน้ากลับดูบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เธอคือคนที่รินเคยเชื่อใจที่สุด... และเป็นคนที่พรากทุกอย่างไปจากเขาในอดีต บารอนชักอาวุธขึ้นทันที แต่เอลาร่ากลับเอื้อมมือมาคว้าแขนเขาไว้แน่น ดวงตาของเอลฟ์สาวสั่นไหวเมื่อเห็นร่างนั้นเช่นกัน "อย่าไปฟังมันนะริน! นั่นไม่ใช่เธอ! มันเป็นเพียงกับดักของป่าที่ขุดคุ้ยความเศร้าของเรามาสร้างเป็นอาวุธ!" รินยืนนิ่ง มือของเขากำแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ เลือดสีแดงสดหยดลงบนผืนดิน แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ... ในวินาทีที่เลือดสัมผัสพื้น ดินที่เคยแห้งผากกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทอง และกลิ่นหอมอบอวลของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความหวานของช็อกโกแลตก็ฟุ้งกระจายไปทั่วป่า ร่างสีขาวนวลนั้นชะงักไป ดวงตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่มันจะเปลี่ยนรูปร่างไปเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดน่ากลัวกว่าเดิมด้วยความโกรธเกรี้ยว "กลิ่นนี่... กลิ่นของความทรงจำที่อบอุ่น!" รินตะโกนขึ้นท่ามกลางความสับสน เขาดึงเอาถุงผ้าที่บรรจุเมล็ดกาแฟคั่วติดตัวออกมาแล้วเปิดออก กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปในอากาศเสมือนกำแพงป้องกันตนเอง "ความเศร้าในอดีตอาจจะทิ้งแผลเป็นไว้ แต่เบเกอรี่ของผม... คือการเยียวยาแผลเป็นนั้นให้เป็นเรื่องราวที่สวยงามค่ะ!" ทว่า ทันใดนั้น ความสว่างไสวที่รินสร้างขึ้นกลับมืดดับลงอย่างกะทันหัน เสียงหัวเราะของภูตหมอกหายไปเหลือเพียงเสียงกระซิบข้างหูของเขาจากคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ร้านเปิด "รสชาติที่เธอปรุง... มันขาดวัตถุดิบสำคัญไปอย่างหนึ่งนะ ริน... วัตถุดิบที่เป็นหัวใจของร้านนี้... ที่เธอยังไม่เคยรู้ว่ามันวางอยู่ที่ไหน" รินหันขวับไปด้านหลัง ท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ กลืนกินป่าไปอีกครั้ง เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า และในมือของเขานั้นเอง ตะกร้าที่เคยว่างเปล่ากลับมีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่... จดหมายที่ประทับตราครั่งรูป 'ช้อนเงินที่หักครึ่ง' ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของตระกูลที่สาบสูญไปนานนับศตวรรษ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหวานและความขมขื่นของชีวิตในตอนนี้จากใจ “เบเกอรี่มิติต่างโลก” นะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%