คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 14

ภัยจากความหอมหวาน

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“ถ้าเจ้ายังไม่เลิกวางถาดขนมด้วยสายตาที่เหมือนจ้องจะกินหัวลูกค้าแบบนั้น ร้านเราคงได้กลายเป็นสุสานแทนที่จะเป็นที่พักใจนะคะ บารอน” รินเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่มือยังคงประคองก้านเหล็กของกาแฟดริปสแตนเลสอย่างมั่นคง กลิ่นหอมฟุ้งของเมล็ดกาแฟคั่วบดสายพันธุ์ ‘มูนไลท์เบอร์รี่’ อบอวลไปทั่วเคาน์เตอร์ ตัดกับความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนน่าอึดอัดในร้าน บารอน กอร์น ที่ยืนตระหง่านอยู่หลังเคาน์เตอร์ขยับตัวจนพื้นไม้ส่งเสียงครางประท้วง ร่างยักษ์ใหญ่ของอดีตนักรบออร์คผู้นี้กำลังจ้องเขม็งไปยังชายแปลกหน้าสามคนที่นั่งอยู่มุมมืดของร้าน พวกเขาไม่ได้สั่งขนม แต่กลับสั่งเพียงน้ำเปล่าและเอาแต่นั่งซุบซิบด้วยสายตาที่กวาดสำรวจทุกซอกทุกมุมของร้านราวกับจะหาจุดอ่อน “คนพวกนั้นไม่ได้มาเพื่อดื่มด่ำกับรสชาติของเค้กเลมอนที่คุณอบหรอกครับ... ริน” บารอนเค้นเสียงต่ำผ่านลำคอที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น “มือของพวกมันมีรอยคราบผงเวทมนตร์สกปรกๆ นั่นไม่ใช่ฝีมือของนักเดินทางทั่วไปแน่” เอลาร่าที่กำลังขะมักเขม้นกับการจัดเรียงดอกไม้กินได้ในแจกันเซรามิกวางมือลงทันที ดวงตาสีมรกตของเธอหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองผ่านเงาสะท้อนในกระจก “กลิ่นของพวกมัน... เหมือนน้ำมันดินและโลหะที่เป็นสนิม มันเป็นกลิ่นของพวก ‘นักสะสมของเถื่อน’ พวกที่ชอบฉกฉวยของวิเศษไปขายในตลาดมืด” รินถอนหายใจยาว พลางหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดขอบแก้วกาแฟอย่างใจเย็น “ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้งเป็นเพียงสถานที่แห่งความสุข หากพวกเขาอยากจะแวะมาแบ่งปันเรื่องราวหรือลิ้มรสขนม เราก็ยินดีต้อนรับ แต่หากคิดจะสร้างเรื่องวุ่นวาย...” เขาวางแก้วลงบนจานรองเสียงดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับดังก้องในความเงียบงันที่ผิดปกติของร้าน “เราก็มีวิธีต้อนรับในแบบของเรานะคะ” ชายชุดคลุมสีเข้มที่นั่งอยู่โต๊ะมุมมืดลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้า ทว่านัยน์ตาที่โผล่พ้นหมวกออกมานั้นกลับเป็นสีแดงก่ำดุจเลือด ชายผู้นั้นไม่ได้ตรงมาที่เคาน์เตอร์ แต่กลับเดินวนไปรอบร้าน ราวกับกำลังพิสูจน์กลิ่นหอมของเนยสดและวานิลลาที่อบอวลอยู่ จนกระทั่งเขาหยุดอยู่ที่ชั้นวางโหลแก้วซึ่งบรรจุคุ้กกี้ดอกไม้พฤกษาที่เอลาร่าเป็นคนอบ “ข่าวลือเป็นจริงแฮะ...” เสียงของชายผู้นั้นแหบพร่าราวกับเศษแก้วขูดกัน “ขนมที่หอมหวานจนทำให้นักเวทระดับสูงถึงกับยอมก้มหัวให้... มันไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ที่นี่... มีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่ในวัตถุดิบ” เขาเอื้อมมือที่หยาบกร้านหมายจะหยิบโหลแก้วนั้น ทว่าเสียงถอนหายใจของบารอนก็ดังขึ้นเหนือหัวเขาเสียก่อน “มือที่สกปรกแบบนั้น ไม่ควรแตะต้องผลงานของเจ้าของร้านหรอกนะ” ออร์คหนุ่มขยับตัวมาบังไว้ดั่งกำแพงเหล็ก แรงกดดันจากร่างที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนทำให้ชายชุดคลุมต้องถอยกรูดไปหนึ่งก้าว “เจ้าออร์คโง่เขลา เจ้าจะปกป้องร้านเล็กๆ นี่ไปได้นานแค่ไหนกันเชียว?” ชายชุดคลุมหัวเราะในลำคอ “ในเมื่อตอนนี้ ‘สมาคมมืด’ เริ่มจับตาดูที่นี่แล้ว กลิ่นของแป้งหมักเวทมนตร์มันยั่วน้ำลายเกินกว่าที่พวกเราจะปล่อยผ่านไปได้ โดยเฉพาะสูตรขนมที่ทำจากพฤกษามายาของเอลฟ์คนนี้... คิดเหรอว่าจะเก็บมันไว้เป็นความลับได้ตลอดไป?” รินเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ รอยยิ้มที่เขามักจะมอบให้ลูกค้าเสมอเริ่มจางหายไป เหลือเพียงความเรียบเฉยที่ดูเย็นเยียบ “ถ้าความหอมหวานของผมเป็นภัยต่อพวกคุณ ก็จงถือว่านี่คือคำเตือนสุดท้ายนะคะ” เขาวางกล่องขนมชิ้นเล็กๆ ลงบนโต๊ะที่พวกนั้นนั่งอยู่ “ทานนี่ซะ แล้วออกไปจากร้านของฉัน อย่าให้ฉันต้องใช้มาตรการรุนแรงกับแขกที่ไม่อาจแยกแยะความแตกต่างระหว่าง ‘ความหิวโหย’ กับ ‘ความโลภ’ ได้เลย” ชายชุดคลุมขมวดคิ้วอย่างระแวงก่อนจะหยิบขนมชิ้นนั้นขึ้นมาดม กลิ่นหอมของช็อกโกแลตเข้มข้นผสมกับความละมุนของเกลือทะเลแตะจมูก มันหอมจนคนที่ไม่เคยสัมผัสความสุขมาก่อนถึงกับชะงัก ทว่าในขณะที่เขาเผลอไผล รินก็ดีดนิ้วเบาๆ ทันใดนั้น ผงแป้งเวทมนตร์ละเอียดที่รินแอบโรยไว้ในอากาศรอบโต๊ะก็เปลี่ยนสถานะกลายเป็นตาข่ายเถาวัลย์พฤกษาที่งอกเงยออกมาจากพื้นไม้ รัดตรึงแขนขาของพวกนักเลงไว้จนขยับไม่ได้ “ขนมของผม... มีไว้เพื่อมอบความสุขให้กับผู้ที่มีหัวใจเบิกบานเท่านั้นนะคะ” รินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด “ส่วนพวกที่เหลือ... บารอน ช่วยส่งพวกเขากลับไปทาง ‘ประตูหลัง’ ด้วยนะคะ” บารอนฉีกยิ้มกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวออร์คที่ดูน่าเกรงขาม ก่อนจะคว้าคอเสื้อของทั้งสามคนราวกับหิ้วลูกไก่ ทว่า ในจังหวะที่บารอนกำลังจะลากพวกนั้นออกไป เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่เสียงใสๆ แบบปกติ แต่เป็นเสียงที่ฟังดูแหบพร่าและกดดันจนทุกคนในร้านต้องหยุดชะงัก ประตูไม้ถูกผลักเข้ามาอย่างช้าๆ ร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีเงินยวบยาบราวกับแสงจันทร์ปรากฏขึ้น เธอมีใบหน้าซีกหนึ่งที่ถูกปิดทับด้วยหน้ากากเหล็กสีดำสนิท ดวงตาที่มองมาที่รินนั้นเต็มไปด้วยความโหยหาอย่างประหลาด “ริน... ในที่สุดฉันก็หาเจ้าพบ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ “ขนมที่ไร้ความเศร้าสร้อย... ขนมที่แม้แต่เทพธิดาก็ยังต้องการ... ส่งสูตรนั้นมาให้ฉัน แล้วฉันจะปล่อยให้ร้านนี้อยู่รอดต่อไปได้อีกแค่คืนเดียว” รินชะงักนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อที่เขาไม่เคยบอกใคร ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจอีกครั้ง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหวานและรสสัมผัสที่ซ่อนเร้นในตอนนี้จากใจ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" นะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%