เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเคียงคู่มืออาชีพ•ตอนที่ 2

กฎข้อแรกคือห้ามไว้วางใจ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในเซฟเฮาส์ไม่ได้ช่วยลดทอนความระอุที่กำลังแผดเผาระหว่างคนทั้งคู่ลงได้เลยแม้แต่น้อย "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ… คินน์ นายไม่ได้คิดจริงๆ ใช่ไหมว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือฉันได้ง่ายๆ แบบนี้" คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคินน์ ทว่าในความเป็นจริง รินรดาไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย หากแต่เธอกำลังกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงเฉี่ยวจดจ้องตรงมาที่เขา ราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นส่วนมนุษย์ในตลาดมืด ร่างสูงของอดีตสายลับขยับตัวเล็กน้อย เสียงข้อต่อกระดูกลั่นเบาๆ ในความเงียบ เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมกับคนที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน มือหนายังคงถือแก้วกาแฟดำที่เพิ่งชงเสร็จ ปลายตาเหลือบมองทนายความสาวผู้ซึ่งควรจะอยู่ห่างจากสถานที่อัปมงคลนี้เป็นระยะทางอย่างน้อยสามร้อยกิโลเมตร "บ้านหลังนี้เป็นทรัพย์สินทางกฎหมายที่อยู่ในความดูแลของผม คุณรินรดา" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเจือแววกวนประสาทชัดเจน "ส่วนคุณ… บุกรุกยามวิกาลแถมยังไม่มีหมายศาล ระวังผมจะแจ้งข้อหาหนักนะคับ" "กฎหมายเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้ม "ทนายความมือหนึ่งอย่างฉันไม่เคยทำอะไรนอกลู่นอกทางหรอกค่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะแฟลชไดรฟ์ในมือคุณมันมีข้อมูลที่เกี่ยวพันกับคดีที่ฉันกำลังเดิมพันด้วยชีวิต... นายก็คงเป็นแค่ฝุ่นผงที่ฉันไม่อยากชายตาแลด้วยซ้ำ" คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าเนียนใสที่บัดนี้ฉาบด้วยความหงุดหงิดจนน่าแกล้งให้หลุดอาการ ปากบอกว่าเกลียดนักหนา แต่ยามที่เธอยืนประจันหน้าแบบนี้ เขากลับพบว่าความดื้อรั้นในแววตาคู่นั้นมันช่าง... ดึงดูดสายตาเสียเหลือเกิน "พูดซะน่ากลัวเชียว แต่เสียใจด้วยนะทนายสาว แฟลชไดรฟ์อันนั้นไม่ได้อยู่ที่ผมแล้ว" คินน์จงใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เขารับรู้ได้ถึงลมหายใจสะดุดกึกของอีกฝ่ายที่กลั้นไว้ชั่วขณะ "และผมก็ไม่มีทางร่วมมือกับคนประเภทที่ใช้ตรรกะเหนืออารมณ์จนหัวใจด้านชาอย่างคุณเด็ดขาด" "ฉันก็ไม่ได้อยากร่วมหัวจมท้ายกับผู้ชายปากเสีย กวนประสาท และไร้ความรับผิดชอบอย่างนายเหมือนกัน!" รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยโทสะ เธอถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ปลอดภัย ทว่าใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยนั้นไม่ได้เล็ดลอดสายตาคมกริบของเขาไปได้เลย "ทางใครทางมัน คินน์! ต่างคนต่างหาทางรอดเอาเอง ฉันไม่สนหรอกว่านายจะซ่อนเอกสารไว้ที่ไหน แค่อย่ามาเกะกะทางเดินของฉันก็พอ" "ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับคุณทนาย" คินน์ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ รอยยิ้มมุมปากจุดประกายความท้าทาย "เชิญตามสบายเลยครับ หวังว่าคุณจะรอดพ้นจากมือสังหารที่กำลังปิดล้อมตึกนี้อยู่ได้สักห้านาทีนะ" สิ้นคำพูดของอดีตสายลับ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที *เพล้ง!* เสียงกระจกหน้าต่างด้านทิศตะวันตกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้นพร้อมๆ กับเงาสมส่วนในชุดดำสนิทสามคนที่พุ่งทะยานเข้ามาทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนองของอดีตสายลับทำงานเร็วกว่าความคิด มือหนาคว้าเอวบางของรินรดากระชากเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งหลบวิถีกระสุนที่เจาะฝาผนังจนปูนแตกกระจาย "กรี๊ด! นายบ้าหรือไง!" รินรดาอุทานลั่น ซบหน้าลงกับแผงอกกว้างตามแรงดึง หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัวจากกระสุนปืน แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดที่ร้อนรุ่มจนแทบหลอมละลาย "ถ้าไม่อยากตายก็หุบปากแล้วหมอบลงต่ำๆ ครับคุณทนาย!" คินน์กดศีรษะเธอให้แนบอก พร้อมกับชักปืนพกเก็บเสียงออกจากซองคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบฉายแววดุดันน่ากลัว ต่างจากท่าทีล้อเล่นเมื่อครู่ลิบลับ กระสุนนัดแล้วนัดเล่าถูกยิงทะลุกำแพงเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังมุ่งตรงมาที่ห้องครัว บรรดานักฆ่ามืออาชีพไม่ได้มาแค่สามคนแน่ๆ สถานการณ์ตอนนี้บีบคั้นจนแทบไม่มีทางเลือก เซฟเฮาส์ที่เคยปลอดภัยกลับกลายเป็นกรงมรณะ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองอันปราดเปรียวประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เธอเกลียดการพึ่งพาคนอื่น แต่ในวินาทีที่ความตายอยู่ห่างแค่เอื้อมมือ แขนแกร่งที่โอบกอดปกป้องเธอไว้นี้กลับเป็นสิ่งเดียวที่เธอเกาะเกี่ยวไว้ได้ "ทางหนีไฟหลักถูกปิดตายแล้ว..." รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ขณะเหลือบมองประตูห้องครัวที่กำลังถูกงัดด้วยชะแลงจากด้านนอก "นายมีแผนอะไรไหม เจ้าสายลับปากเสีย" คินน์เหลือบมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาของเธอไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะลุยไฟไปกับเขา เคมีบางอย่างระเบิดขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหว "มี..." คินน์ยิ้มมุมปาก ท่ามกลางวิกฤตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย "แต่บอกไว้ก่อนนะว่าวิธีนี้… เราต้องตัวติดกันยิ่งกว่าเดิม" มือหนาคว้าข้อมือเรียวของทนายความสาวให้ลุกขึ้นพร้อมกัน เขากระชากลิ้นชักตู้ใต้อ่างล้างจาน เปิดทางลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้เก่าคร่ำคร่า กลิ่นอัปชื้นตีเข้าจมูกพร้อมกับความมืดมิดเบื้องล่าง รินรดาสบตากับเขาในระยะประชิด รู้ทั้งรู้ว่านี่คือการตัดสินใจที่อันตรายที่สุดในชีวิต แต่มือของเธอกลับกำเสื้อของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ก้าวลงไปในอุโมงค์ลับ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับกระบอกปืนที่จ่อตรงเข้ามาจากทางประตูห้องนั่งเล่นก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก "เจอตัวแล้ว... เจ้าหนู" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของชายสวมหน้ากากที่ก้าวเข้ามาขวางทางหนีสุดท้ายเอาไว้ทั้งหมด ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและฟินจิกหมอนไปกับคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเคียงคู่มืออาชีพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%