เศษไม้สนชิ้นใหญ่ร่วงลงมากระแทกพื้นซีเมนต์เสียงดังสนั่น ฝุ่นผงสีเทาฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงกว้างของเซฟเฮาส์ไร้เสียง คินน์ไม่ได้สนใจเศษซากความเสียหายที่ฝีมือของชายสวมหน้ากากจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทิ้งไว้เลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขากำลังโฟกัสในตอนนี้คือไขควงปากแบนในมือซ้าย และบานพับประตูเหล็กกล้าที่บิดเบี้ยวจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม
เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอาร์ดบาดหู ขณะที่รินรดายืนกอดอกมองการกระทำนั้นด้วยสายตานิ่งสนิท ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบดินปืนจางๆ บนเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำของชายหนุ่มสลับกับรอยร้าวบนผนังปูน
"ถ้าคุณยังหมุนน็อตตัวนั้นด้วยสายตาดุๆ แบบนั้น มันคงจะยอมเข้าที่เองหรอกนะทนาย" คินน์เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ตามนิสัยถาวรที่ต่อให้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน เขาก็ยังหาช่องกวนประสาทเธอได้เสมอ
"ฉันไม่ได้ใช้สายตาดุ ฉันกำลังใช้สมองคำนวณความเสียหายที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นต่างหาก คินน์" รินรดาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เฉียบคม "ประตูบานนี้ราคาแพงกว่าค่าจ้างที่คุณได้จากการคุ้มครองฉันสามเดือนรวมกันเสียอีก ถ้าคุณซ่อมมันให้กลับมาใช้งานไม่ได้เหมือนเดิม คืนนี้ฉันคงต้องกรุณาให้คุณนอนเฝ้าหน้าต่างแทน"
คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มนั้นสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความขบขัน เขาวางไขควงลงบนโต๊ะไม้ตัวใกล้ๆ ก่อนจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดทะมัดทะแมงขยับเข้าประชิดพื้นที่ส่วนตัวของหญิงสาวอย่างจงใจ ความสูงที่ต่างกันพอสมควรทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตาเขา
"เป็นห่วงผมนอนตากลมเหรอครับ" คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน "ผมนึกว่าคุณจะอยากให้ผมออกไปให้พ้นหน้าเสียอีก... หลังจากที่เราเกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่ตรอกนั้นเมื่อคืน"
รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีนิลจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่คมของอดีตสายลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวผิดจังหวะจากปฏิกิริยาอัตโนมัติที่เธอเกลียดนักหนายามที่เขาเข้าใกล้ "ความตายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการต้องมาทนฟังคุณพูดจากวนประสาทวนไปวนมาแบบนี้หรอกนะคินน์ ถอยไปส_ คุณกำลังล้ำเส้น"
"เส้นเหรอ?" คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เรามีเส้นกั้นระหว่างกัน... จำไม่ได้เหรอครับว่าเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว คุณเพิ่งจะซบหน้าลงกับอกเสื้อผมตอนที่กระสุนนัดนั้นเฉี่ยวหัวเราไป"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างควบคุมไม่ได้ แม้เธอจะพยายามปั้นสีหน้าให้เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็ตาม
"นั่นมันปฏิกิริยาป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ ไม่ได้แปลว่าฉันพิศวาสกลิ่นเหงื่อปนดินปืนของคุณหรอกนะ" เธอกระแทกเสียงใส่ พร้อมกับยกมือขึ้นผลักอกแกร่งของเขาให้ออกห่าง แต่วินาทีที่ฝ่ามือสัมผัสกับแผ่นอกนั้น คินน์กลับคว้าข้อมือเรียวของเธอเอาไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า รั้งร่างบางให้เข้ามาประชิดตัวเขาอีกครั้งอย่างไร้ช่องว่าง
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ประสานกัน ท่ามกลางกลิ่นอายของดินปืนจางๆ ที่ยังคงลอยวนอยู่ในบรรยากาศ คินน์ก้มมองข้อมือบางที่อยู่ในอุ้งมืออุ่นจัดของเขาก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที
"กลิ่นดินปืนนี่มันติดตัวผมมานานเกินกว่าจะล้างออกง่ายๆ หรอกนะรินรดา..." เสียงของคินน์แผ่วเบาลง นัยน์ตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะไขความลับเรื่ององค์กรนั้นต่อ... คุณก็ต้องชินกับกลิ่นนี้ให้ได้ เพราะผมจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคุณเด็ดขาด"
รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยสัมผัสจากผู้ชายคนไหน ความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยท่าทีดิบเถื่อนและกวนประสาท มันทรงพลังและอันตรายต่อหัวใจที่ปิดตายของเธอเหลือเกิน
"คุณพูดเหมือนตัวเองเป็นฮีโร่... ทั้งที่ความจริงคุณก็แค่นักรับจ้างที่ทำตามเงิน..." รินรดาพยายามเค้นเสียงพูดออกไปเพื่อทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นนี้ แต่เสียงของเกลับสั่นพร่าอย่างน่าสมเพช
คินน์ยิ้มมุมปาก มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้รินรดาตัวแข็งทื่อ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด
"ผมอาจจะไม่ใช่ฮีโร่..." คินน์กระซิบชิดริมใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่ารำพันราวกับคำประกาศิต "แต่ผมเป็นคนเดียวที่จะเก็บกวาดปัญหาทั้งหมดให้คุณ... ยัยทนายปากแข็ง"
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ขัดจังหวะบรรยากาศร้อนรุ่มที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว คินน์ชะתาฝีเท้าและลดมือลงทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับเป็นโหมดระแวดระวังภัยในเสี้ยววินาที ร่างสูงขยับตัวบังร่างของรินรดาไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณนักล่า มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้แจ็คเก็ตอย่างเงียบเชียบ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอขยับตัวออกมาจากด้านหลังของชายหนุ่ม แม้หัวใจจะยังเต้นไม่เป็นส่ำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่สายตากลับกลับมาคมกริบเฉียบขาดเช่นเดิม
"ใครมา?" เธอกระซิบค้างไว้
คินน์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ส่งสัญญาณมือให้เธอยืนนิ่งๆ อยู่ในมุมอับ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้บานประตูเหล็กที่ยังซ่อมไม่เสร็จดี ร่างสูงชะโงกมองผ่านช่องตาแมวขนาดเล็ก ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องโถงอีกครั้ง จนกระทั่งคินน์ชะعักไปเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
"เปิดประตูสิครับ... ดันเจี้ยนมาสเตอร์มารอรับรายงานแล้วนะ" เสียงทุ้มแหบพร่าจากบุคคลปริศนาด้านนอกดังลอดเข้ามาผ่านรอยแยกของประตู พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับเคมีสุดเดือดของคินน์และรินรดานะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเคียงคู่มืออาชีพ•ตอนที่ 3
กลิ่นดินปืนและคำประชดประชัน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเคียงคู่มืออาชีพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
