เสียงระเบิดกัมปนาทไม่ได้ดังมาจากภาพยนตร์แอ็กชันทุนหนาในโรงภาพยนตร์ แต่มันดังสนั่นก้องกังวานอยู่หลังผนังกระจกหนาเตอะของร้านกาแฟมินิมอลใจกลางย่านธุรกิจ แรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดริกเตอร์ทำเอาแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะสั่นระริก ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นกระเบื้องแตกกระจาย ละอองกาแฟสีเข้มกระเซ็นเปรอะเปื้อนขากางเกงสแลคเข้ารูปของรินรดา
ทนายความสาวผู้มักจะควบคุมสถานการณ์รอบตัวได้เสมอในทุกคดีความ กลับทำได้เพียงเบิกตากว้างอย่างลืมตัว สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงแต่ร่างกายกลับชะงักงันไปชั่วขณะ เมื่อเสียงปืนกลชุดแรกดังตามติดมาด้วยเสียงกรีดร้องของผู้คนและความโกลาหลที่แผ่ขยายวงกว้างราวกับไฟลามทุ่ง
“ถ้าไม่อยากตายกลายเป็นรังผึ้งก่อนจะเซ็นสัญญาว่าความคดีฟ้องหย่าร้อยล้าน นั่นก็เลิกยืนอ้าปากค้างแล้วก้มหัวลงต่ำซะ คุณทนาย”
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงกระชากที่ต้นแขนเรียวอย่างแรงจนร่างโปร่งถลาเข้าไปซุกอยู่ใต้เคาน์เตอร์บาร์ไม้เนื้อแข็ง กลิ่นอายเฉพาะตัวของบุรุษเพศที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นกาแฟคั่วเข้มและกลิ่นเหล็กจางๆ ลอยแตะจมูก ทว่ายังไม่ทันที่รินรดาจะทันได้อ้าปากต่อว่า ข้อศอกแกร่งก็กดศีรษะเธอให้แนบชิดติดกับอกแกร่งของเขา ขณะที่กระสุนปืนนัดหนึ่งเจาะทะลุกระจกหน้าร้านเข้ามาฝังอยู่บนผนังปูนเหนือศีรษะพวกเขาไปเพียงคืบเดียว
รินรดาหัวใจเต้นโครมคราม ไม่ใช่เพราะความกลัวความตาย แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายปากเสียคนนี้มันใกล้จนเกินมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตประจำวันเกินไปแล้ว
คินน์… ผู้ชายที่เธอเพิ่งจะมีปากเสียงเรื่องเอกสารทางกฎหมายเมื่อสิบนาทีก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขากลับกลายเป็นโล่มนุษย์จำเป็นและคนเดียวที่พาเธอรอดตายจากกระสุนปริศนา
“คุณปล่อยฉันนะ! ฉันหายใจไม่ออก แล้วก็นี่มันกลางร้านกาแฟ ทำไมถึงมีคนมายิงถล่มเรา คุณไปทำศัตรูที่ไหนมาอีกฮะ นายคินน์!” รินรดาเค้นเสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความโมโห แม้สถานการณ์รอบตัวจะวิกฤตเพียงใด สัญชาตญาณความปากเก่งและไม่ยอมก้มหัวให้ใครของเธอก็ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
คินน์ชำเลืองมองหญิงสาวที่กำลังดิ้นรนขัดขืนอยู่ในอ้อมแขนด้วยแววตานิ่งสนิท มือหนาข้างหนึ่งยังคงถือปืนพกสั้นกระบอกกะทัดรัดที่ถูกดึงออกมาจากสูทสีเข้มอย่างคล่องแคล่ว นิ้วชี้พาดอยู่นอกโกร่งไกปืนตามหลักสากล นิ่ง สงบ และอันตรายในเวลาเดียวกัน
“ถ้าผมบอกว่าพวกมันมาต้อนรับคุณในฐานะพยานคนสำคัญในคดีใหญ่ที่คุณกำลังทำอยู่ คุณจะยังกล้าโวยวายเสียงดังแบบนี้ไหมล่ะครับคุณทนาย” คินน์กระซิบตอบข้างใบหู น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า “หุบปากแล้วฟังเสียงข้างนอกซะ ถ้าไม่อยากให้สมองสวยๆ ของคุณต้องกระจายติดผนังร้านกาแฟสุดโปรดนี่”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวด้วยความไม่พอใจ เธอเกลียดความจริงที่ว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เธอกลับต้องมาพึ่งพาอดีตสายลับปากร้ายที่เธอเพิ่งจะไล่ตะเพิดออกจากสำนักงานไปเมื่อวานนี้
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่หยุดลงที่หน้าร้าน เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบกับเศษกระจกที่แตกกระจายดังกรอบแกรบ บรรยากาศภายในร้านตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ ใต้เคาน์เตอร์ รินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า คลื่นความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกจนเธอต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา
คินน์หรี่ตามองลอดช่องว่างของเคาน์เตอร์ออกไปภายนอก ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด เขาผ่านสนามรบและภารกิจเสี่ยงตายมานักต่อนัก แต่การต้องมาติดอยู่ในวงล้อมของมือสังหารพร้อมกับผู้หญิงหัวรั้นที่เอาแต่เถียงคำไม่ตกฟาก ถือเป็นความท้าทายรูปแบบใหม่ที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
มือหนื่อนขยับช้าๆ เลื่อนไปกุมมือเรียวที่กำลังกำชายเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในความมืดสลัวใต้เคาน์เตอร์ แววตาของทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงกระสุนที่อาจจะดังขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ เคมีบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าดินปืนกำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในจุดอับสัญญาณแห่งนี้
“ทางหนีไฟหลังร้านถูกล็อก และพวกมันกำลังเดินเข้ามาสำรวจข้างใน” คินน์กระซิบเบาๆ ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากแก้มเนียนของเธอเพียงแค่คืบ “เพราะฉะนั้น เตรียมตัววิ่งตามผมให้ทัน… และถ้าคุณสะดุดล้ม ผมไม่แบกคุณหนีเด็ดขาดนะล่ะครับ”
“คุณพูดว่าอะไรนะ!” รินรดาแยกเขี้ยวใส่ทันที ลืมความกลัวไปชั่วขณะ
แต่ก่อนที่ทนายความสาวจะได้พ่นคำด่าทอยาวเหยียดใส่หน้าคนตัวโต คินน์ก็ใช้มืออีกข้างคว้าเอวบางของเธอเข้ามาชิดตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเหนี่ยวไกปืนยิงสวนออกไปที่กระจกบานเล็กด้านหลังเคาน์เตอร์จนแตกกระจาย เสียงกรีดร้องของมือสังหารคนหนึ่งดังขึ้นตามด้วยเสียงล้มตึง
“ไป!”
คินน์ออกคำสั่งสั้นๆ ก่อนจะกระชากร่างของรินรดาลอดผ่านช่องหน้าต่างบานนั้นพุ่งออกไปสู่ตรอกแคบด้านหลังร้าน ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แรงปะทะจากภายนอกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปบนพื้นเปียกชื้น ร่างของรินรดาล้มลงไปทับอยู่บนตัวของชายหนุ่มพอดี
ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงลมหายใจกั้น หยดน้ำฝนเกาะพราวอยู่บนแพขนตางอนและริมฝีปากอิ่มที่กำลังหอบหายใจระรัว คินน์มองหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม วินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
“ไงครับ… ยังอยากจะเถียงเรื่องค่าจ้างคดีนี้อยู่อีกไหม” คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ แววตากรุ้มกริ่มฉายชัดในความมืด
รินรดากำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคเจ็บแสบ แต่ยังไม่ทันที่เสียงหวานจะได้เล็ดลอดผ่านริมฝีปาก เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และลำแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาที่ปากตรอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ
*“อยู่นั่น! ล้อมพวกมันไว้ อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”*
คินน์หุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที เขากดร่างของรินรดาให้แนบชิดกับกำแพงอิฐเปลือยด้านหลังเพื่อบังกระสุน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบระเบิดควันขนาดพกพาออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตด้วยมือข้างเดียวอย่างคล่องแคล่ว
ทว่า… ในวินาทีที่นิ้วเรียวกำลังจะดึงสลักระเบิดควันเพื่อเปิดทางหนี ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบอีกกระบอกหนึ่งก็ถูกจ่อเข้าที่ทรีทเมนต์ข้างขมับของคินน์จากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบกระชากประสาทที่ดังแทรกสายฝนเข้ามา
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ… คินน์ นายไม่ได้คิดจริงๆ ใช่ไหมว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือฉันได้ง่ายๆ แบบนี้”
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเคียงคู่มืออาชีพ•ตอนที่ 1
ทนายกับสายลับในจุดอับสัญญาณ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับเคียงคู่มืออาชีพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
