กระดาษแผ่นบางในมือสั่นระริก—ไม่ใช่ด้วยความกลัว หากแต่ด้วยแรงปะทะของความจริงที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจากหลุมศพแห่งความทรงจำ
กวินทร์จ้องมองเอกสารบนโต๊ะทำงานด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามและเยือกเย็นเสมอในยามขึ้นศาล กลับแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราใจกลางเมืองดังฮัมเบาๆ ทว่าในโสตประสาทของเขากลับมีแต่เสียงก้องกังวานของคำพูดที่เพิ่งหลุดออกมาจากริมฝีปากของอดีตภรรยา
"คนที่คุณคิดว่าตายไปแล้ว..."
รินรดายืนกอดอกพิงบานกระจกใสที่สะท้อนภาพเมืองหลวงเบื้องล่าง แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าสาดส่องกระทบใบหน้าเรียบเฉยที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น หล่อนในวันนี้ไม่ใช่รินรดาสวนดอกไม้คนเดิมที่เคยเอาแต่นั่งร้องไห้รอคอยความสนใจจากสามีผู้บ้างานคนนี้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มส่งเสริมให้เธอดูลึกลับ น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่ขวางทาง
"คุณหมายความว่ายังไง รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของกวินทร์แหบพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นิ้วแกร่งกำขอบโต๊ะทำงานจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด "ลูก... ลูกของเรา... พวกเขาจากไปในอุบัติเหตุวันนั้นแล้ว ใบมรณะบัตร ฉันเป็นคนเซ็นชื่อรับ..."
"ใบมรณะบัตรที่ถูกสร้างขึ้นด้วยอำนาจเงินและเส้นสายของคุณน่ะเหรอคะ?" รินรดาหันขวับมาสบตา ประกายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งพุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของอดีสามีอย่างไร้ความปรานี "คุณคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งสิทธิ์ในการเป็นแม่เหรอคะ กวินทร์? ในวันที่ฉันสูญเสียสติไปเพราะความใจร้ายของคุณ คุณและครอบครัวกลับเลือกที่จะปิดข่าว ตัดสินใจฝังกลบความผิดพลาดของตัวเองด้วยการบอกฉันว่าเด็กสองคนนั้นตายไปแล้ว... เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉัน!"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะ..." กวินทร์พยายามจะก้าวเข้าไปหา แต่ต้องชะงักเมื่อรินรดายกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทางเด็ดขาดราวกับรังเกียจที่จะให้เขาเข้าใกล้
"หยุดอยู่ตรงนั้นค่ะ! อย่าแม้แต่จะก้าวเข้ามาใกล้ฉัน หรือใช้คำแก้ตัวปลอมๆ นั่นอีกเลย" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความแค้นที่สั่งสมมานานหลายปี "คุณจำได้ไหมคะ วันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณอยู่กับฉันแค่วันเดียว วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราไว้ได้แปดเดือนเต็ม แต่คุณเลือกที่จะเดินออกจากบ้านเพื่อไปดินเนอร์กับลูกสาวมหาเศรษฐีตระกูลอัครพล เพราะคุณบอกว่าอนาคตในวงการกฎหมายของคุณสำคัญกว่าครอบครัวงี่เง่า!"
อดีตอันเจ็บปวดถูกกระชากขึ้นมากลางแสงสว่าง กวินทร์รู้สึกเหมือนถูกหมัดหนักๆ ชกเข้าที่ลิ้นปี่จนหายใจไม่ออก ภาพวันวานย้อนกลับมาทำร้ายเขาอย่างสาสม เขาจำได้ดี... ความเย็นชาที่เขาปรนเปรอให้เธอแทนความรัก ความเพิกเฉยที่ฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น และความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีที่ทำให้เขาไม่เคยหันกลับมามองหยาดน้ำตาของภรรยาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"แล้วเอกสารในมือนั่นล่ะ..." กวินทร์พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา ดวงตาคมกราบมองแผ่นกระดาษที่มีตราประทับสำนักงานทนายความคู่แข่ง "มันคืออะไร?"
"มันคือคำฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย และ... คำร้องขอสิทธิ์ในการปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียวค่ะ" รินรดาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ชะโงกตัวลงใช้มือเรียวแตะบนเอกสารแผ่นนั้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมทุกถ้อยคำ "เด็กสองคนไม่ได้ตายค่ะ พวกเขาเติบโตมาอย่างดีภายใต้การดูแลของฉัน... และตอนนี้ พวกเขากำลังจะมาทวงคืนทุกอย่างที่พ่อผู้ประเสริฐอย่างคุณเคยพรากไปจากเรา"
กวินทร์นิ่งอึ้ง สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว ลูกยังไม่ตาย? ลูกของเขายังมีชีวิตอยู่? ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปีถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนดีใจอย่างประหลาด ทว่ามันก็เป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนที่ความตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันจะตบหน้าเขาฉาดใหญ่
หากรินรดากลับมาพร้อมกับการฟ้องร้อง และเธอกำลังกุมจุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาไว้ นั่นหมายความว่าเกมนี้... เขาเป็นฝ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินหมากเสียด้วยซ้ำ
"คุณต้องการอะไร รินรดา" กวินทร์ถามเสียงเครียด แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอน "เงินเท่าไหร่ที่คุณต้องการ? หรือหุ้นในบริษัทของอัครพลที่ฉันกำลังถืออยู่? บอกมาสิ ฉันยกให้คุณได้ทุกอย่าง ขอแค่... ขอแค่ให้ฉันได้พบหน้าลูก"
"เงินเหรอคะ?" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนมุมปากสวย "คุณคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้สามารถตีค่าเป็นเงินได้หมดเลยสินะคะ กวินทร์... น่าสมเพชจังค่ะ ที่ผ่านมาคุณไม่เคยเข้าใจเลยว่า สิ่งที่ฉันต้องการตั้งแต่แรกมันคืออะไร"
หญิงสาวถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างสง่างาม ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทนายความหนุ่มผู้ไร้พ่ายเย็นเฉียบ
"สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่เงินของคุณค่ะ แต่ฉันต้องการให้คุณลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสีย... สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่ค้ำจุนชีวิตอันจอมปลอมของคุณทีละนิด เหมือนกับที่ฉันเคยเจอในอดีตต่างหากล่ะคะ"
บรรยากาศในห้องทำงานอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กวินทร์อ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธหรือร้องขอความเห็นใจอีกครั้ง แต่ทว่าเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
รินรดาหันไปมองทางประตูด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำยิ่งขึ้น หล่อนไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ราวกับว่านี่คือฉากที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีตามแผนการที่วางไว้แล้ว
"เข้ามาได้ค่ะ" รินรดาเอמהอนุญาตด้วยน้ำเสียงกังวาน
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกอย่างช้าๆ ร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงและเด็กชายฝาแฝดวัยประมาณหวิดเจ็ดขวบก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเด็กทั้งสองถอดแบบพิมพ์เดียวกันมาจากกวินทร์ราวกับแกะ—ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากที่แม้จะเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า แต่ก็ฉายแววความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ผู้เป็นแม่เลยแม้แต่น้อย
เด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเงยหน้าขึ้นสบตากับทนายความหนุ่มที่ยืนแข็งค้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อแต่ทรงพลังราวกับค้อนทุบลงกลางใจของกวินทร์
"คุณแม่ครับ... ผู้ชายคนนี้เหรอครับ ที่เขาบอกว่าพวกเราเป็นเด็กไม่มีพ่อ?"
กวินทร์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคอ ภาพตรงหน้าพร่ามัวลงด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว มือแกร่งที่พยายามจะเอื้อมออกไปสั่นเทารุนแรงยิ่งกว่าตอนที่ถือเอกสารฟ้องร้องเสียอีก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนในบทนี้นะคะ
ทนายความผู้โหยหา กับ อดีตภรรยาที่ไร้เยื่อใย•ตอนที่ 2
อดีตที่ไม่เคยจาง
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้โหยหา กับ อดีตภรรยาที่ไร้เยื่อใย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
