กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องพิจารณาคดีช่วงบ่ายยังคงกดทับบรรยากาศให้ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กวินทร์ยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ ณ จุดเดิม มือแกร่งที่เคยใช้ตวัดปากกาเซ็นคำพิพากษาและร่างสำนวนคดีนับร้อยนับพันครั้งกำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ภาพของรินรดา อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและมีค่าแค่เพียงเงาตามตัว บัดนี้เธอยืนสง่างามอยู่เบื้องหลังโพเดียมฝั่งจำเลย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอมันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมอย่างเลือดเย็นและไร้ซึ่งความปรานี
"ท่านผู้พิพากษาคะ ในนามของทีมทนายความฝ่ายจำเลย ดิฉันได้ยื่นคำร้องคัดค้านกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานในมาตรา 133 ทวิ เรียบร้อยแล้วค่ะ"
น้ำเสียงของรินรดานุ่มนวลแต่มั่น
คง ก้องกังวานไปทั่วห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัด ทุกถ้อยคำที่เธอเอื้อnเอ่ยออกมาราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความมั่นใจอันเปราะบางของกวินทร์ทีละน้อย เอกสารในมือของเธอถูกพลิกอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าและแววตาของเธอดุดัน ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพที่ฉายแสงเจิดจ้า จนแม้แต่ผู้พิพากษาบนบัลลังก์ยังต้องพยักหน้ารับด้วยความทึ่ง
กวินทร์กลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าจุดนี้คือจุดอ่อนของสำนวนคดีที่เขาเร่งรีบจัดทำขึ้นเพื่อเอาใจอัครพล มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เขามัวแต่เร่งรัดกระบวนการเพื่อให้งานลุล่วง จนมองข้ามช่องโหว่ทางกฎหมายที่รินรดาใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการแกะรอยและขุดคุ้ยมันขึ้นมาประจานต่อหน้าศาล
"ทนายกวินทร์ ทางฝ่ายโจทก์มีอะไรจะชี้แจงต่อคำร้องคัดค้านนี้หรือไม่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของผู้พิพากษาดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน
กวินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา เขามองหน้าอดีตภรรยาอีกครั้ง แววตานั้นสะท้อนความเจ็บปวด ผสมผสานกับความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจ เขารู้ตัวดีว่าในฐานะทนายความ เขาพ่ายแพ้ในยกนี้อย่างราบคาบ แต่ในฐานะของ "อดีตสามี" เขากลับพ่ายแพ้ให้แก่ความเย่อหยิ่งของตนเองมานานนับปีแล้ว
"ทาง... ทางฝ่ายโจทก์ขอเวลาในการตรวจสอบข้อกฎหมายเพิ่มเติม และขอใช้สิทธิ์ยื่นคำแถลงการณ์คัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสามวันทำการค่ะ... เอ๊ย... ครับ... ขออภัยครับท่าน" กวินทร์เกือบหลุดคำแทนตัวด้วยความประหม่า ความเครียดพุ่งทะยานจนเขาเกือบควบคุมตัวเองไม่ได้ เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นจากผู้สังเกตการณ์ด้านหลัง
รินรดาปรายตามองอดีตสามีด้วยหางตา แววตาคู่นั้นไร้ซึ่งเยื่อใย ไร้ความเห็นอกเห็นใจ ราวกับเธอกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่ไม่มีความสำคัญใดๆ ต่อความรู้สึกของเธออีกต่อไป ความเยียบเย็นนั้นบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของกวินทร์ รสชาติฝาดเฝื่อนเอ่อล้นในปาก ราวกับเขากำลังเคี้ยวก้อนกรวดแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
"ศาลอนุญาตตามคำขอของฝ่ายโจทก์ แต่เนื่องจากข้อบกพร่องในกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานนี้มีน้ำหนักมาก ทางศาลจะมีคำสั่งพิจารณาอีกครั้งในการไต่สวนนัดหน้า ปิดศาลได้"
เสียงค้อนไม้กระทบฐานดังขึ้นก้องกังวาน เป็นสัญญาณสิ้นสุดการพิจารณาคดีในนัดแรก แต่มันคือจุดเริ่มต้นของสงครามจิตวิทยาที่แท้จริงระหว่างคนทั้งสอง กวินทร์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งโจทก์อย่างคนหมดแรง เอกสารรอบตัวกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ สะท้อนถึงสภาพจิตใจที่แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยของเขาในยามนี้
รินรดาก้าวเดินเก็บแฟ้มเอกสารลงกระเป๋าทีละ1 แฟ้มอย่างใจเย็น ท่าทางของเธอมั่นคงและสง่างามจนน่ามอง เธอเดินผ่านโต๊ะฝั่งโจทก์ช้าๆ ฝีเท้าหยุดลงชั่วขณะเมื่อยืนอยู่เคียงข้างกวินทร์ที่ยังคงก้มหน้ามองพื้น
"คุณประมาทเกินไปนะคะ ทนายกวินทร์" เสียงหวานเอ่ยกระซิบเบาๆ พอให้ได้ยินกันเพียงสองคน "กฎหมายไม่ได้มีไว้ให้คนเก่งกาจใช้เป็นเครื่องมือรังแกใคร และความยุติธรรมก็ไม่ได้เข้าข้างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าเสมอไป... หวังว่าบทเรียนในวันนี้ จะทำให้คุณจำไปอีกนานนะคะว่า อย่าดูถูกคนที่คุณเคยเหยียบย่ำ"
กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ หัวใจกระตุกวูบ "ริน... ผม..."
"เรียกฉันว่าทนายรินรดาค่ะ" เธอตัดบททันที น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันในฐานะนั้นมานานแล้ว และถ้าคุณยังมีความสามารถเหลือพอ ฉันแนะนำให้ไปทบทวนสำนวนคดีนี้ใหม่ตั้งแต่หน้าแรก... เพราะในนัดหน้า ฉันจะไม่ปรานีคุณเหมือนวันนี้แน่ค่ะ"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ลังเล แผ่นหลังที่ตั้งตรงและมั่นคงของเธอทิ้งให้กวินทร์นั่งจมอยู่กับความมืดมนในความรู้สึกของตนเอง เขาอยากจะลุกขึ้นวิ่งตามไปคว้ามือคู่นั้นไว้ อยากจะกล่าวคำขอโทษที่ติดค้างอยู่ในลำคอมานับพันวัน แต่ทว่า... เขามีสิทธิ์อะไรเล่า? มือคู่นี้แหละที่เป็นคนผลักไสเธอออกไปเอง มือคู่นี้แหละที่ทำลายครอบครัวของตัวเองด้วยความทะเยอทะยานโง่เขลา
กวินทร์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บแปลบ แต่ความเจ็บทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอก เขาเก็บเอกสารใส่กระเป๋าด้วยความเชื่องช้า ก่อนจะเดินออกจากห้องพิจารณาคดีด้วยร่างที่เหนื่อยล้า ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
แสงแดดยามเย็นสาดส่องกระทบกระจกใสของโถงทางเดินชั้นล่างของศาล ทอประกายระยิบระยับบาดตา กวินทร์ก้าวเท้าเดินอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมา แต่โลกทั้งใบของเขากลับเคว้งคว้างและโดดเดี่ยวเกินกว่าจะมีใครร่วมทาง
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นเคยของรินรดากำลังยืนคุยอยู่กับใครบางคนบริเวณลานจอดรถด้านหน้า เธอกำลังยิ้ม... รอยยิ้มที่สดใสและงดงามราวกับดอกไม้ที่ผลิบานหลังพายุฝน รอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับมันมานานหลายปีนับตั้งแต่แต่งงานกัน
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของกวินทร์หยุดเต้นและลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคออีกครั้ง ไม่ใช่รอยยิ้มนั้น...
ข้างกายของรินรดามีเด็กชายตัวเล็กวัยราวๆ สี่ขวบกำลังยืนเกาะชายกระโปรงอยู่ เด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นหัวเราะร่าเริงกับมารดา ใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตากลมโตคู่นั้น... มันช่างถอดแบบมาจากโครงหน้าของเขาในวัยเด็ก ราวกับส่องกระจกเงาสะท้อนตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน!
กระจกเงาสะท้อนใจ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันนะคะ
ทนายความผู้โหยหา กับ อดีตภรรยาที่ไร้เยื่อใย•ตอนที่ 3
กลยุทธ์ที่เหนือชั้น
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้โหยหา กับ อดีตภรรยาที่ไร้เยื่อใย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
