บรรยากาศในห้องโถงกลางของเซฟเฮาส์หลังใหญ่ยามนี้ เย็นเยียบราวนกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว รณภพยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักทอง สองมือยังคงค้างอยู่บนแปลนพิมพ์เขียวที่กางแผ่หลา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาใหม่ด้วยท่าทีระรื่น นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่เห็นแล้วชวนให้อยากซัดหมัดหนักๆ สักเปรี้ยงเข้ากลางใบหน้า
"กรณ์..." รณภพเค้นชื่อนั้นลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง "ถ้าสมองนายมันว่างงานมากจนไม่มีอะไรทำ ก็ช่วยกลับไปนั่งหายใจทิ้งที่บริษัท มากกว่าจะมาเดินพล่อยๆ ปากสุนัขใส่คนอื่นในพื้นที่ปฏิบัติงานของฉันนะครับ"
กรณ์ สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้กุมตำแหน่งหัวหน้าโครงการคู่แข่งยักไหล่ช้าๆ เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่คีย์ บอดี้การ์ดหนุ่มมาดนิ่งผู้ยืนสงบนิ่งอยู่ไม่ห่างจากรณภพ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากของกรณ์อย่างจงใจ
"โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของพวกคุณสินะครับคุณสถาปนิก... และคุณบอดี้การ์ดมือหนึ่ง" กรณ์ลากเสียงยาวอย่างจงใจสร้างความระคายหู "น่าอิจฉาเหมือนกันนะเนี่ย งานความปลอดภัยก็ต้องทำ งานออกแบบก็ต้องคอยดูแลใกล้ชิด... จนไม่รู้ว่าตกลงนี่คือเซฟเฮาส์ หรือว่ารังรักส่วนตัวกันแน่"
คำพูดที่เจือกลิ่นอายคุกคามและเหน็บแนมนั้นทำเอารณภพเลือดขึ้นหน้า สันจรามของสถาปนิกหนุ่มขยับนูนด้วยความโกรธ มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
แต่ก่อนที่รณภพจะได้สวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามสไตล์คนปากจัด ร่างสูงใหญ่ของคีย์ก็ขยับตัวเข้ามาบังหน้าเขากึ่งหนึ่งอย่างเงียบเชียบ ความนิ่งสนิทของบอดี้การ์ดหนุ่มให้ความรู้สึกกดดันยิ่งกว่ากำแพงเหล็กกล้า ดวงตาคมปลาบกริบไร้แววหวาดหวั่นจ้องมองกรณ์นิ่งๆ ราวกับกำลังประเมินว่าควรจะโยนร่างอีกฝ่ายออกนอกหน้าต่างด้วยวิธีไหนดีถึงจะไม่ผิดกฎหมาย
"ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไรเชิญออกไปครับ" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังหันลมแห่งความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "นี่คือเขตหวงห้ามเฉพาะกิจ การที่คุณเดินเข้ามาพลการโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดความปลอดภัยขั้นเด็ดขาด และผมมีสิทธิ์ใช้กำลังขับไล่คุณออกไปได้ทันที... โดยไม่ต้องรอให้คุณเอ่ยปากขอโทษ"
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อปะทะเข้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากบอดี้การ์ดหนุ่ม รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเจื่อนลงชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยการหัวเราะในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
"โอ Ho... ดุเป็นหมาหวงก้างเลยนะเนี่ย คุณบอดี้การ์ด" กรณ์กัดฟันพูด แม้จะพยายามรักษาฟอร์ม "ผมก็แค่แวะเอาเอกสารปรับแก้แบบโครงสร้างมาให้ตามที่ผู้ว่าจ้างรีเควสต์ ไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะเวลาซั่ม... เอ๊ย เวลาทำงานอันแสนเคร่งเครียดของพวกคุณหรอกน่า"
"วางเอกสารไว้ตรงนั้นแล้วไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วเอาคัตเตอร์กรีดหน้าหล่อๆ ของนายให้สมกับความปากเสีย!" รณภพพุ่งพรวดเข้ามาประชิดด้านหน้าของคีย์ มือเรียวคว้าคอเสื้อของกรณ์เข้าหาตัวด้วยความเร็วที่แม้แต่เจ้าตัวยังคาดไม่ถึง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "จำใส่สมองอันน้อยนิดของนายเอาไว้ด้วยนะกรณ์ ว่างานนี้ฉันคือนักออกแบบหลัก ถ้ามีปัญหาเรื่องแบบโครงสร้าง ให้ไปคุยกันในที่ประชุมอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่มาทำตัวเป็นอีแอบเดินเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อคอยสอดปากเรื่องชาวบ้านแบบนี้!"
กรณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าสถาปนิกหนุ่มผู้รักความเนี๊ยบจะหลุดมาดจนกล้าใช้กำลังกับเขาแบบนี้
"นี่นายกล้าใช้กำลังกับฉันเหรอภพ!?"
"ทำไม ฉันจะกล้ามากกว่านี้แน่ถ้าปากนายยังไม่เลิกพ่นขยะออกมา!" รณภพตวาดกลับเสียงกร้าว หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยแรงอารมณ์ ใบหน้าสวยเฉียบอยู่ห่างจากกรณ์เพียงคืบ แววตาดุดันไม่มีทีท่าว่าจะยอมลดละ
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด มือหนาคู่หนึ่งก็เอื้อมมาแตะลงบนไหล่บางของรณภพอย่างแผ่วเบา แรงกดเพียงเล็กน้อยแต่มั่นคงนั้นเปรียบเสมือนสมอเรือที่ดึงสติของสถาปนิกหนุ่มให้กลับคืนมา
รณภพสะดุ้งเล็กน้อย เขาชำเลืองมองมือของคีย์ที่สัมผัสอยู่บนไหล่ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนแรงที่กำคอเสื้อของกรณ์ออก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อควบคุมสติที่เกือบจะหลุดลอย
คีย์ก้าวขึ้นมาบังหน้ารณภพไว้อย่างมิดชิดอีกครั้ง ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังกรณ์ที่กำลังจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ด้วยความหงุดหงิด
"เอกสารวางไว้บนโต๊ะแล้ว เชิญ" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดและเฉียบคมจนคนฟังไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
กรณ์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหัวเสีย เขาวางแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดังสนั่น ก่อนจะปรายตามองรณภพที่ยืนหายใจหอบกระเสือกกระสนอยู่ด้านหลังบอดี้การ์ดหนุ่ม
"ฝากไว้ก่อนเถอะ... หวังว่าโปรเจกต์นี้จะรอดจนถึงวันตรวจรับนะ คุณสถาปนิกปากดี" กรณ์กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทកเท้าออกจากห้องไป เสียงปิดประตูกระแทกตามหลังดังปัง สะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงค้างคาอยู่ในอากาศ
บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของรณภพที่ยังคงดังสม่ำเสมอเพื่อปรับจังหวะหัวใจให้เข้าที่ สถาปนิกหนุ่มหลับตาลงชั่วครู่เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่แตะเบาๆ บริเวณต้นคอ
"ใจร้อนเกินไปแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำของคีย์กระซิบชิดริมหู แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากสายลม แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดไปทั่วร่างของคนฟัง
รณภพรีบผละถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาคมตวัดมองบอดี้การ์ดหนุ่มด้วยความไม่พอใจแกมเขินอายที่ต้องมาเสียอาการต่อหน้าอีกฝ่าย "ฉันจะจัดการยังไงมันก็เรื่องของฉัน นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอน..."
"ถ้าผมไม่เข้ามาดึงคุณไว้ ป่านนี้คุณคงกระโจนใส่หมอนั่นจนหัวร้างข้างแตกไปแล้ว" คีย์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม "และที่สำคัญ... ผมไม่ชอบให้ใครมามองคุณด้วยสายตาแบบนั้น"
รณภพชะงัก หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความประหม่า
"พูดจาอะไรเพ้อเจ้อ..." รณภพพึมพำเสียงเบา พยายามจะก้าวเลี่ยงเดินไปเก็บแปลนพิมพ์เขียวบนโต๊ะ ทว่าจังหวะนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอก ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดผางออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทพรีเมียมหรูหราก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจอย่างรุนแรงราวกับวิ่งหนีตายมาไกล
"คุณรณภพ! คุณคีย์!แย่แล้วครับ... ระบบความปลอดภัยโซนซีพังถล่มทั้งหมด! แล้ว... แล้วตอนนี้ ทีมวิศวกรที่ตรวจหน้างานข้างล่าง... ขาดการติดต่อหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
- แบล็กสมิธในตำนาน -
เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 20
คำพูดเชือดเฉือน
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ซัดนัวกับนายสถาปนิกปากดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!